รู้จัก Spontaneous Memorial เหตุผลของการไว้อาลัยในพื้นที่สาธารณะ


Lifestyle

สันทัด โพธิสา

Thai PBS
แชร์

รู้จัก Spontaneous Memorial เหตุผลของการไว้อาลัยในพื้นที่สาธารณะ

https://www.thaipbs.or.th/now/content/4336

รู้จัก Spontaneous Memorial เหตุผลของการไว้อาลัยในพื้นที่สาธารณะ
บริการเสริมจาก Thai PBS AI
ช่วยสรุปให้

ในความสูญเสีย มักปรากฏ “ดอกไม้” เป็นตัวแทนความอาลัย และหลาย ๆ ครั้ง เรามักได้เห็นภาพการวางดอกไม้ เพื่อแสดงความอาลัยในพื้นที่สาธารณะ น่าสนใจว่า การวางดอกไม้บนพื้นที่เหล่านี้ มีที่มาอย่างไร และกลายเป็นประเพณีปฏิบัติตั้งแต่เมื่อไร ชวนหาคำตอบร่วมกัน

ที่มาประเพณีการใช้ดอกไม้ไว้อาลัย

การวางดอกไม้เพื่อแสดงความไว้อาลัย มีพัฒนาการมายาวนานหลายพันปี โดยสาเหตุหลักที่ใช้ดอกไม้ เพื่อเป็นการให้เกียรติผู้ล่วงลับ และถือเป็นการดับกลิ่น

ทั้งนี้ในยุคที่ยังไม่มีเทคโนโลยีฉีดยารักษาศพ (ฟอร์มาลีน) ร่างของผู้เสียชีวิตจะเกิดการย่อยสลายไปตามเวลา คนในยุคโบราณจึงนำดอกไม้และสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมมาวางล้อมรอบโลงศพหรือรอบร่างกายของผู้เสียชีวิต เพื่อช่วยกลบกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์   

ในยุคอียิปต์โบราณ มีความเชื่อว่า การนำดอกไม้มาทำเป็นพวงมาลัยประดับรอบร่างและในสุสาน ถือเป็นการส่งดวงวิญญาณไปสู่ภพภูมิใหม่   

ด้านอารยธรรมกรีกและโรมัน ก็มีการถักดอกไม้เป็น "พวงหรีด" โดยลักษณะทรงกลมของพวงหรีด ถือเป็นสัญลักษณ์แทน "วงจักรแห่งชีวิตอันเป็นนิรันดร์" และมักนำดอกไม้ไปวางที่กูโบร์หรือสุสาน เพื่ออุทิศแก่เทพเจ้าและผู้ล่วงลับ

ดอกไม้ไว้อาลัยกับประเทศไทย

สำหรับประทศไทย ธรรมเนียมการวางดอกไม้อาลัย มีความผูกพันกับ “ไม้จันทน์” มาตั้งแต่โบราณ ไม้จันทน์เป็นไม้เนื้อหอม หายาก มีราคาสูง ในอดีตจึงนิยมใช้เฉพาะในพระราชพิธีศพของพระมหากษัตริย์และชนชั้นสูง โดยจะมีการนำไม้จันทน์มาทำเป็นโกศ ท่อนฟืน หรือประดิษฐ์เป็นดอกไม้ เพื่อให้กลิ่นหอมของไม้จันทน์ ช่วยกลบกลิ่นจากการเผาศพ และเชื่อว่ากลิ่นหอมจะนำพาดวงวิญญาณสู่สวรรค์  

เมื่อเวลาผ่านไป ในสมัยรัชกาลที่ 5 ไม้จันทน์เริ่มหายากขึ้น จึงมีการสั่งให้นำไม้จันทน์มาไสเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วจับเป็นช่อดอกไม้ เป็นที่มาของคำว่า  "ดอกไม้จันทน์" โดยไว้มอบให้ผู้มาร่วมงานศพ นำไปวางที่พานหน้าโลงศพ เป็นการแสดงความเคารพและไว้อาลัย

แม้ปัจจุบัน ดอกไม้จันทน์ จะเปลี่ยนไปใช้วัสดุอื่นแทน เช่น ไม้โมก หรือกระดาษ แต่ยังคงเรียกชื่อ "ดอกไม้จันทน์" และยังคงเป็นธรรมเนียมสำคัญในงานฌาปนกิจของสังคมไทยเช่นเดิม

Spontaneous Memorial การวางดอกไม้ไว้อาลัยบนพื้นที่สาธารณะ

วิวัฒนาการของการแสดงความอาลัยด้วยดอกไม้ ปัจจุบันได้กลายเป็นภาษาสากล เพื่อแสดงความเคารพ ความรัก ตลอดจนเป็นการให้กำลังใจแก่ครอบครัวของผู้สูญเสีย

นอกจากปรากฏในงานศพ ดอกไม้ไว้อาลัย ได้ไปปรากฏยังพื้นที่อื่น ๆ โดยฉพาะในสถานที่ที่เพิ่งเกิดความสูญสีย ทั้งนี้การนำดอกไม้ไปวางตามหน้าสถานที่ต่าง ๆ เพื่อแสดงความไว้อาลัย เช่น หน้าประตูสถานที่เกิดเหตุ หน้ากำแพงพระราชวัง หรือสถานที่สำคัญในเมือง มีการเรียกธรรมเนียมนี้ว่า Spontaneous Memorial หรือ Spontaneous Shrine

รากศัพท์ของคำว่า Spontaneous มีความหมายว่า เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ, เป็นไปเองโดยไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า หรือทำตามความรู้สึกในทันทีทันใด เมื่อมารวมกับคำว่า Memorial ที่แปลว่า อนุสรณ์ หรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึก Spontaneous Memorial จึงมีความหมายรวมคือ เป็นอนุสรณ์สถานที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ หรือโดยทันที หรืออนุสรณ์สถานที่รำลึกชั่วคราว

Spontaneous Memorial คือการที่ผู้คนมารวมตัวกันวางดอกไม้ สิ่งของ เพื่อไว้อาลัยหรือรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ หรือโศกนาฏกรรม โดยไม่ได้มีการจัดเตรียมหรือวางแผนอย่างเป็นทางการล่วงหน้านั่นเอง

เหตุการณ์ที่เกิด Spontaneous Memorial การวางดอกไม้ไว้อาลัยอันเป็นที่จดจำ

ธรรมเนียมของ Spontaneous Memorial หรือวางดอกไม้ไว้อาลัยตามพื้นที่สาธารณะ เริ่มมีปรากฎในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ในแถบละตินอเมริกาและยุโรป โดยมีประเพณีตั้งไม้กางเขนและวางดอกไม้ตรงจุดที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพื่อระลึกถึงผู้จากไป ณ จุดเกิดเหตุ 

ในช่วงทศวรรษ 1980 มีเหตุการณ์ความขัดแย้งในไอร์แลนด์เหนือ ประชาชนเสียชีวิตในพื้นที่สาธารณะจากโศกนาฎกรรมทางการเมือง ภายหลังมีการทำ Spontaneous Memorial ผู้คนแอบนำดอกไม้และเทียนไปวางตรงจุดที่ประชาชนเสียชีวิต เพื่อเป็นการประท้วงเงียบและแสดงความอาลัย   

อีกเหตุการณ์ร้ายแรงที่โลกจดจำ คือโศกนาฎกรรม ณ สนามฮิลส์โบโร่ ประเทศอังกฤษ เมื่อปี 1989 เกิดเหตุการณ์แฟนฟุตบอลเหยียบกันตาย คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 96 ชีวิต ภายหลังเหตุการณ์ เกิดธรรมเนียม Spontaneous Memorial มีประชาชนนำดอกไม้ ผ้าพันคอ และสิ่งของไปวางแน่นสนามและพื้นที่สาธารณะ   

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ผู้คนต่างโศกเศร้ากันทั่วโลก นั่นคือ การสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่า เมื่อปี 1997  ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ธรรมเนียม Spontaneous Memorial แพร่หลายไปทั่วโลก ในช่วงเวลานั้น มีมวลชนมากมาย ต่างนำดอกไม้ไปวางกองเป็นทะเลดอกไม้ บริเวณหน้าพระราชวังเคนซิงตันและพระราชวังบัคกิงแฮม ประเทศอังกฤษ เพื่อเป็นการแสดงความไว้อาลัยต่อการจากไปของเจ้าหญิงไดอาน่า 

ย่างเข้าสู่ยุค 2000 มีอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดการไว้อาลัยครั้งใหญ่ของโลก นั่นคือ โศกนาฎกรรม 9/11 ในปี 2001 การก่อวินาศกรรมเครื่องบินชนตึกเวิล์ดเทรด เซนเตอร์ และอาคารเพนตากอน ที่สหรัฐอเมริกา จากความสูญสียครั้งใหญ่นี้ เกิด Spontaneous Memorial มีประชาชนนำดอกไม้ ภาพถ่าย และเทียนไปวางตามรั้ว หน้าสถานีตำรวจ สถานทูต หรือจุดที่ตึกถล่มลงมา เพื่อแสดงการร่วมโศกเศร้าต่อความสูญเสียครั้งใหญ่หนนั้น

ทำไมต้องวางดอกไม้ไว้อาลัยบนพื้นที่สาธารณะ

เหตุผลที่ผู้คนนำดอกไม้ไปวางตามหน้าสถานที่เกิดเหตุ หรือสถานที่ที่เป็นตัวแทนสัญลักษณ์ของเหตุการณ์ Spontaneous Memorial ประเมินได้หลายปัจจัยด้วยกัน กล่าวคือ

  • สถานที่แห่งนั้นมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น เป็นหน้าสถานที่เกิดเหตุ, เป็นหน้าบ้านหรือที่ทำงานของผู้ล่วงลับ หรือหน้าสถานทูต สถานที่ราชการ   
  • ต้องการระบายความรู้สึกร่วม โดยเมื่อเกิดเหตุการณ์กระทบจิตใจในสังคม ผู้คนต้องการ "พื้นที่" ในการปลดปล่อยความเสียใจ การเดินทางไปวางดอกไม้ ณ สถานที่เดียวกัน ช่วยให้รู้สึกว่า ได้ทำบางอย่างเพื่อร่วมแสดงความเสียใจด้วยกัน   
  • เป็นการแสดออกเชิงสัญลักษณ์ โดยการวางดอกไม้ในพื้นที่สาธารณะ ถือเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่า สังคมไม่ลืมเหตุการณ์นี้ หรือเป็นการแสดงพลังเงียบต่อนโยบาย หรือเหตุการณ์ความอยุติธรรมบางอย่าง  

รวมดอกไม้นิยมวางไว้อาลัย Spontaneous Memorial 

  • ดอกลิลลี่สีขาว สื่อถึงความบริสุทธิ์ของจิตวิญญาณ ความสงบ และการไปสู่สุคติ 
  • ดอกเบญจมาศ ดอกไม้สากลสำหรับการไว้อาลัย โดยเฉพาะสีขาวและสีเหลือง สื่อถึงความจริงใจ ความเคารพ และการระลึกถึง
  • ดอกกุหลาบสีขาว แทนความรักที่บริสุทธิ์ ความเคารพรักอย่างลึกซึ้ง และความอาลัยอาวรณ์
  • ดอกคาร์เนชั่นสีขาว สื่อถึงความทรงจำอันบริสุทธิ์ ความผูกพัน และความรักที่ไม่มีวันเลือนหาย
  • ดอกกล้วยไม้ แสดงถึงความคิดถึงและความรักที่ยาวนาน นิยมใช้จัดพวงหรีดเพราะมีความสวยงาม สง่างาม และทนทานต่อสภาพอากาศ
  • ดอกเยอบีร่าสีขาว สื่อถึงความจริงใจ ความบริสุทธิ์ และการให้เกียรติผู้ล่วงลับ
  • ดอกไฮเดรนเยีย สื่อถึงคำขอบคุณสำหรับความทรงจำดี ๆ ความเข้าใจ และการปลอบประโลมจิตใจครอบครัวผู้สูญเสีย

ส่วนดอกไม้ที่ไม่นิยมใช้ในการไว้อาลัย เช่น

  • ดอกกุหลาบแดง สื่อถึงความรักโรแมนติก ความหลงใหล และความเสน่หา นิยมใช้ในวันวาเลนไทน์หรืองานมงคลมากกว่างานไว้อาลัย
  • ดอกทานตะวัน สัญลักษณ์ของความสดใส ความร่าเริง และพลังบวก มักใช้ในการแสดงความยินดี 
  • ดอกทิวลิปสีสด โดยเฉพาะสีแดง ชมพู หรือส้ม ที่เน้นความรักอันสมบูรณ์แบบและการเริ่มต้นใหม่
  • ดอกรัก ความเชื่อไทยมักใช้เฉพาะในงานมงคลสมรสหรือขันหมาก ไม่นำมาใช้ในงานอวมงคล
  • ดอกดาวเรือง สื่อถึงความเจริญรุ่งเรืองและโชคลาภ นิยมใช้ไหว้พระหรือจัดในพิธีมงคล
  • ดอกบัว ส่วนใหญ่ใช้สำหรับบูชาพระ หรือประกอบพิธีกรรมทางศาสนาโดยตรง ไม่นิยมนำมาจัดพวงหรีดหรือวางแสดงความอาลัยส่วนบุคคล

จากวันที่ดอกไม้เป็นเพียงส่วนประกอบในช่วงเวลาการสูญเสีย เมื่อเวลาผ่านไป ดอกไม้ได้กลายเป็น “ปรากฏการณ์ทางสังคม” ที่เปลี่ยนพื้นที่สาธารณะให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำร่วมของผู้คน และกลายเป็นธรรมเนียมสากลที่ผู้คนทั่วโลกต่างเรียนรู้และเข้าใจ

รวมข่าวและเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับการวางดอกไม้อาลัย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Spontaneous Memorial ไว้อาลัยพื้นที่สาธารณะดอกไม้ดอกไม้ไว้อาลัย
สันทัด โพธิสา

ผู้เขียน: สันทัด โพธิสา

เจ้าหน้าที่เนื้อหาออนไลน์อาวุโส Thai PBS สนใจความเคลื่อนไหวของสังคม ผู้คน และเทรนด์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ และรวมถึงเป็นสมาชิกทาสแมวมายาวนาน

บทความ NOW แนะนำ