
ปีนี้มีโอกาส 63%! ที่เอลนีโญ อาจกลายเป็น “ซูเปอร์เอลนีโญ”
เอนโซ (ENSO) หรือ “เอลนีโญ” ความผันแปรของระบบอากาศในซีกโลกใต้ (El Niño–Southern Oscillation) คือวัฏจักรภูมิอากาศที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ซึ่งมีต้นกำเนิดในมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตร และส่งผลกระทบไปทั่วโลก ส่งผลต่อทุกสิ่งตั้งแต่ปริมาณน้ำฝนและภัยแล้ง ไปจนถึงพายุหมุนเขตร้อนและคลื่นความร้อน
ปรากฏการณ์นี้แบ่งออกเป็นสามช่วงหลัก ได้แก่ เอลนีโญ (ช่วงอากาศอบอุ่น) ลานีญา (ช่วงอากาศเย็น) และเอนโซ-เป็นกลาง โดยจะสลับไปมาระหว่างสองช่วงหลักนี้อย่างไม่สม่ำเสมอ โดยทั่วไปแล้วจะสลับกันทุก ๆ 2-7 ปี
หลังจากที่อยู่ในช่วง ENSO-Neutral มาหลายเดือน การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตรบ่งชี้ว่าขณะนี้อยู่ในช่วงเอลนีโญแล้ว
ปรากฏการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อรูปแบบสภาพอากาศทั่วโลก โดยผลกระทบหลักอย่างหนึ่งคือ เอลนีโญมักจะทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงขึ้น ซึ่งเพิ่มโอกาสที่จะเกิดปีที่มีอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ นักวิทยาศาสตร์บางคนเริ่มคาดการณ์แล้วว่า ปี 2026 จะติดอันดับปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ หรืออาจจะเป็นปีที่ร้อนที่สุดเลยก็ได้ เนื่องมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญ
ปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2026 จะรุนแรงหรือไม่?
การคาดการณ์หลายครั้ง ชี้ให้เห็นว่าปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้อาจมีความรุนแรงเป็นพิเศษ การคาดการณ์ล่าสุดจากองค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) ระบุว่ามีโอกาส 63% ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกจะสูงเกิน 2.0 องศาเซลเซียส (3.6 องศาฟาเรนไฮต์) หากอุณหภูมิสูงเกินกว่าเกณฑ์นี้ NOAA จะถือว่าเหตุการณ์นี้เป็นเอลนีโญที่ “รุนแรงมาก” หรือ “ซูเปอร์เอลนีโญ”
📌อ่านต่อ : www.thaipbs.or.th/now/content/4078
ปีนี้มีโอกาส 63%! ที่เอลนีโญ อาจกลายเป็น “ซูเปอร์เอลนีโญ”
เอนโซ (ENSO) หรือ “เอลนีโญ” ความผันแปรของระบบอากาศในซีกโลกใต้ (El Niño–Southern Oscillation) คือวัฏจักรภูมิอากาศที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ซึ่งมีต้นกำเนิดในมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตร และส่งผลกระทบไปทั่วโลก ส่งผลต่อทุกสิ่งตั้งแต่ปริมาณน้ำฝนและภัยแล้ง ไปจนถึงพายุหมุนเขตร้อนและคลื่นความร้อน
ปรากฏการณ์นี้แบ่งออกเป็นสามช่วงหลัก ได้แก่ เอลนีโญ (ช่วงอากาศอบอุ่น) ลานีญา (ช่วงอากาศเย็น) และเอนโซ-เป็นกลาง โดยจะสลับไปมาระหว่างสองช่วงหลักนี้อย่างไม่สม่ำเสมอ โดยทั่วไปแล้วจะสลับกันทุก ๆ 2-7 ปี
หลังจากที่อยู่ในช่วง ENSO-Neutral มาหลายเดือน การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตรบ่งชี้ว่าขณะนี้อยู่ในช่วงเอลนีโญแล้ว
ปรากฏการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อรูปแบบสภาพอากาศทั่วโลก โดยผลกระทบหลักอย่างหนึ่งคือ เอลนีโญมักจะทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงขึ้น ซึ่งเพิ่มโอกาสที่จะเกิดปีที่มีอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ นักวิทยาศาสตร์บางคนเริ่มคาดการณ์แล้วว่า ปี 2026 จะติดอันดับปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ หรืออาจจะเป็นปีที่ร้อนที่สุดเลยก็ได้ เนื่องมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญ
ปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2026 จะรุนแรงหรือไม่?
การคาดการณ์หลายครั้ง ชี้ให้เห็นว่าปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้อาจมีความรุนแรงเป็นพิเศษ การคาดการณ์ล่าสุดจากองค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) ระบุว่ามีโอกาส 63% ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกจะสูงเกิน 2.0 องศาเซลเซียส (3.6 องศาฟาเรนไฮต์) หากอุณหภูมิสูงเกินกว่าเกณฑ์นี้ NOAA จะถือว่าเหตุการณ์นี้เป็นเอลนีโญที่ “รุนแรงมาก” หรือ “ซูเปอร์เอลนีโญ”
📌อ่านต่อ : www.thaipbs.or.th/now/content/4078