ทำไม “โลกร้อน” ทำให้เกิด “น้ำท่วมฉับพลันจากทะเลสาบธารน้ำแข็ง” ได้

ทำไม “โลกร้อน” ทำให้เกิด “น้ำท่วมฉับพลันจากทะเลสาบธารน้ำแข็ง” ได้

เหตุการณ์น้ำป่าและดินถล่มรุนแรงบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต เมื่อ 26 ส.ค. 69 ทำให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก โดยนักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าเกิดจาก “น้ำท่วมฉับพลันจากทะเลสาบธารน้ำแข็ง” (Glacier lake outburst floods: GLOF) โดยปรากฏการณ์ “GLOF” เกิดจากกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อน ดังนี้

1. ธารน้ำแข็งละลายเร็วกว่าเดิมถึงสองเท่า

ภาวะโลกร้อนทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ส่งผลให้ธารน้ำแข็งในพื้นที่สูง (เช่น เทือกเขาหิมาลัย) ละลายและถอยร่นอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลระบุว่าปัจจุบันธารน้ำแข็งกำลังละลายเร็วกว่าช่วงปี ค.ศ. 2000 ถึง 2 เท่า

2. การเกิดและขยายตัวของทะเลสาบธารน้ำแข็ง

เมื่อธารน้ำแข็งละลายและถอยร่น จะพาเอาเศษหิน ดิน และตะกอนต่าง ๆ (เรียกว่า โมเรน - Moraine) มาสะสมกองรวมกันที่ปลายธารน้ำแข็ง เกิดเป็นเขื่อน/กำแพงธรรมชาติต่าง ๆ ที่กักเก็บน้ำที่ละลายออกมา กลายเป็น "ทะเลสาบธารน้ำแข็ง"

• ยิ่งโลกร้อนขึ้น น้ำจากการละลายก็ยิ่งไหลมาเติมในทะเลสาบเดิมให้ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
• ขณะเดียวกัน ธารน้ำแข็งที่ถอยร่นจุดใหม่ๆ ก็ทำให้เกิดทะเลสาบแห่งใหม่ขึ้นมาอีกจำนวนมาก

3. แนวพังทลายจนเกิดการทะลักฉับพลัน

กำแพงธรรมชาติ (โมเรน) ที่คอยกักเก็บน้ำไว้ไม่ได้มีความแข็งแรงเหมือนเขื่อนคอนกรีต เมื่อภาวะโลกร้อนทำให้ปริมาณน้ำในทะเลสาบเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ รวมกับปัจจัยกระตุ้นอื่น เช่น ฝนตกหนัก น้ำซึมจนแนวหินอ่อนตัว หรือก้อนหิน/น้ำแข็งขนาดใหญ่ถล่มลงไปในทะเลสาบ จนทำให้น้ำล้นและ กำแพงโมเรนพังทลายลงอย่างฉับพลัน

ผลลัพธ์

เมื่อกำแพงพังลง น้ำปริมาณมหาศาลพร้อมเศษหิน โคลน และน้ำแข็งจะทะลักลงสู่พื้นที่เบื้องล่างด้วยความเร็วสูง เข้าพัดทำลายหมู่บ้าน โครงสร้างพื้นฐาน และโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่อยู่ตามแนวหุบเขาอย่างรุนแรง


📌อ่านบทความเต็มทางเว็บไซต์ : www.thaipbs.or.th/sciandtech/earth/4355 

ทำไม “โลกร้อน” ทำให้เกิด “น้ำท่วมฉับพลันจากทะเลสาบธารน้ำแข็ง” ได้

เหตุการณ์น้ำป่าและดินถล่มรุนแรงบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต เมื่อ 26 ส.ค. 69 ทำให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก โดยนักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าเกิดจาก “น้ำท่วมฉับพลันจากทะเลสาบธารน้ำแข็ง” (Glacier lake outburst floods: GLOF) โดยปรากฏการณ์ “GLOF” เกิดจากกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อน ดังนี้

1. ธารน้ำแข็งละลายเร็วกว่าเดิมถึงสองเท่า

ภาวะโลกร้อนทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ส่งผลให้ธารน้ำแข็งในพื้นที่สูง (เช่น เทือกเขาหิมาลัย) ละลายและถอยร่นอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลระบุว่าปัจจุบันธารน้ำแข็งกำลังละลายเร็วกว่าช่วงปี ค.ศ. 2000 ถึง 2 เท่า

2. การเกิดและขยายตัวของทะเลสาบธารน้ำแข็ง

เมื่อธารน้ำแข็งละลายและถอยร่น จะพาเอาเศษหิน ดิน และตะกอนต่าง ๆ (เรียกว่า โมเรน - Moraine) มาสะสมกองรวมกันที่ปลายธารน้ำแข็ง เกิดเป็นเขื่อน/กำแพงธรรมชาติต่าง ๆ ที่กักเก็บน้ำที่ละลายออกมา กลายเป็น "ทะเลสาบธารน้ำแข็ง"

• ยิ่งโลกร้อนขึ้น น้ำจากการละลายก็ยิ่งไหลมาเติมในทะเลสาบเดิมให้ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
• ขณะเดียวกัน ธารน้ำแข็งที่ถอยร่นจุดใหม่ๆ ก็ทำให้เกิดทะเลสาบแห่งใหม่ขึ้นมาอีกจำนวนมาก

3. แนวพังทลายจนเกิดการทะลักฉับพลัน

กำแพงธรรมชาติ (โมเรน) ที่คอยกักเก็บน้ำไว้ไม่ได้มีความแข็งแรงเหมือนเขื่อนคอนกรีต เมื่อภาวะโลกร้อนทำให้ปริมาณน้ำในทะเลสาบเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ รวมกับปัจจัยกระตุ้นอื่น เช่น ฝนตกหนัก น้ำซึมจนแนวหินอ่อนตัว หรือก้อนหิน/น้ำแข็งขนาดใหญ่ถล่มลงไปในทะเลสาบ จนทำให้น้ำล้นและ กำแพงโมเรนพังทลายลงอย่างฉับพลัน

ผลลัพธ์

เมื่อกำแพงพังลง น้ำปริมาณมหาศาลพร้อมเศษหิน โคลน และน้ำแข็งจะทะลักลงสู่พื้นที่เบื้องล่างด้วยความเร็วสูง เข้าพัดทำลายหมู่บ้าน โครงสร้างพื้นฐาน และโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่อยู่ตามแนวหุบเขาอย่างรุนแรง


📌อ่านบทความเต็มทางเว็บไซต์ : www.thaipbs.or.th/sciandtech/earth/4355