กล้วยงาช้าง
กล้วยงาช้าง: มหัศจรรย์แห่งกล้วยยักษ์จากเพชรบุรี
ภัตตาคารบ้านทุ่งมาอยู่กันที่ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี เพื่อทำภารกิจพิเศษในการค้นหาเรื่องราวของ กล้วยงาช้าง กล้วยที่มีขนาดผลใหญ่โดดเด่นและแตกต่างจากกล้วยทั่วไปอย่างน่าอัศจรรย์ หากคุณกำลังมองหาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกล้วยสายพันธุ์นี้ บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับกล้วยงาช้างอย่างละเอียด ตั้งแต่ถิ่นกำเนิด ลักษณะเด่น วิธีการปลูก การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงคุณประโยชน์และเมนูอาหารสุดพิเศษที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน เตรียมพบกับความมหัศจรรย์ของกล้วยยักษ์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและคุณค่าทางโภชนาการที่น่าสนใจ
ทำความรู้จักกล้วยงาช้าง: กล้วยยักษ์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กล้วยงาช้าง เป็นกล้วยที่มีลักษณะเด่นแตกต่างจากกล้วยทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ด้วยขนาดผลที่ใหญ่เป็นพิเศษ และรูปร่างที่โค้งงอคล้ายงาช้าง จึงเป็นที่มาของชื่ออันเป็นเอกลักษณ์นี้ นอกจากนี้ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น กล้วยโกรก หรือ กล้วยยักษ์ ซึ่งสะท้อนถึงขนาดอันใหญ่โตของมันได้อย่างชัดเจน
ถิ่นกำเนิดและประวัติศาสตร์
กล้วยงาช้างมีถิ่นกำเนิดในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และปัจจุบันสามารถพบได้ทั่วไปในเขตร้อน เขตอบอุ่น และชื้นทั่วโลก สำหรับประเทศไทยนั้น มีข้อมูลระบุว่าเป็นกล้วยพื้นเมืองทางภาคใต้ และมีหลักฐานปรากฏในจดหมายเหตุของลาลูแบร์ ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยลาลูแบร์ได้กล่าวถึงกล้วยงาช้างไว้ว่า "กล้วยงาช้างผลยาวเป็นเหลี่ยม เปลือกสีเขียวขณะยังดิบอยู่ เนื้อค่อนข้างแข็ง" ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากล้วยชนิดนี้มีมานานแล้วในประเทศไทยและเป็นที่รู้จักตั้งแต่สมัยโบราณ
ลักษณะเด่นที่แตกต่าง
คุณลุงเจ้าของสวนผู้ริเริ่มนำกล้วยงาช้างมาปลูกที่จังหวัดเพชรบุรีเป็นคนแรก ได้เปิดเผยถึงข้อเด่นที่ทำให้กล้วยงาช้างแตกต่างจากกล้วยชนิดอื่น ๆ ดังนี้:
- ลำต้นแข็งแรง ไม่ต้องค้ำยัน: คุณลุงเล่าว่า "ถ้าเทียบกับกล้วยหอมคือเราไม่ต้องทำไม้ค้ำยัน" เนื่องจากลำต้นของกล้วยงาช้างมีความแข็งแรงสูงและมีไฟเบอร์มาก หากโค่นก็อาจโค่นทั้งต้นหรือยกกอไปเลย ซึ่งแตกต่างจากกล้วยหอมที่มักจะต้องมีไม้ค้ำยันเพื่อพยุงลำต้นเมื่อออกผล
- ไม่ต้องห่อผล: น้องปิ๊กเสริมว่า "กล้วยหอมก็ต้องห่อ แต่นี่ก็ไม่ต้องห่อค่ะ ปล่อยตามธรรมชาติ" ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและแรงงานในการดูแลรักษา
- เปลือกหนา: เปลือกของกล้วยงาช้างค่อนข้างหนา ซึ่งอาจช่วยป้องกันแมลงหรือสัตว์ต่าง ๆ ได้ดีกว่ากล้วยชนิดอื่น ๆ
- หน่อเยอะ คล้ายเท้าช้าง: บริเวณโคนต้นของกล้วยงาช้างจะมีหน่อออกมาจำนวนมาก ลักษณะคล้ายกับเท้าของช้าง ซึ่งเป็นที่มาของการสันนิษฐานชื่อ "กล้วยงาช้าง" อีกประการหนึ่ง หน่อเหล่านี้สามารถตัดไปเพาะชำขยายพันธุ์ได้ โดยใช้เวลาประมาณสองเดือนกว่าจะนำไปลงแปลงปลูกได้ ส่วนหน่อดาบสามารถขุดไปปลูกได้ทันที
- ผลผลิตต่อเครือ: กล้วยงาช้างหนึ่งต้นจะให้ผลผลิตเพียงหนึ่งเครือเท่านั้น โดยหนึ่งเครือมักจะพบเพียงแค่สองหวี ไม่เกินสามหวี และหนึ่งหวีจะติดผลประมาณสิบลูก สรุปแล้ว กล้วยงาช้างหนึ่งต้นต่อการปลูกหนึ่งครั้งจะให้ผลผลิตประมาณ 20-30 ผล
- ไม่มีเมล็ด: เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของกล้วยงาช้างคือ ไม่พบเมล็ดภายในผลกล้วยเลย ไม่ว่าจะเป็นระยะไหนก็ตาม
การปลูกและการดูแลรักษากล้วยงาช้าง
ในแปลงสวนผสมผสานที่คุณลุงดูแลอยู่นั้น มีกล้วยงาช้างอยู่ประมาณ 300 กอ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการปลูกในเชิงพาณิชย์และผลตอบแทนที่น่าสนใจ
ระยะเวลาการปลูกและการเก็บเกี่ยว
คุณลุงกล่าวว่าตั้งแต่เริ่มต้นปลูกกล้วยงาช้างไปประมาณ 9 เดือน ก็จะเริ่มออกปลี แต่ปลีของกล้วยงาช้างจะพิเศษและแตกต่างจากกล้วยทั่วไปคือจะไม่มีส่วนของหัวปลีที่มีเนื้อซึ่งสามารถนำไปทำอาหารได้เหมือนกล้วยชนิดอื่น ๆ จะเริ่มเห็นผลในระยะอ่อนที่มีเหลี่ยมชัดเจน หลังจากนั้นจะใช้ระยะเวลาเติบโตอีก 3 เดือน รวมแล้วใช้ระยะเวลาประมาณ 12-13 เดือน กว่าจะสามารถตัดเก็บได้
เมื่อถึงระยะเวลาที่จะตัดเก็บผลกล้วยงาช้าง จะอยู่ในระยะดิบแก่ประมาณ 90% หลังจากตัดแล้วจะนำไปบ่มให้สุกอีกประมาณ 4 วัน จึงจะพร้อมรับประทาน
ประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการของกล้วยงาช้าง
นอกจากขนาดที่ใหญ่และลักษณะที่โดดเด่นแล้ว กล้วยงาช้างยังมีคุณประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการที่น่าสนใจอีกด้วย
สารสำคัญ: เบต้าแคโรทีน
สารสำคัญที่พบภายในผลกล้วยงาช้างคือ สารเบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมี หรือ ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrient) ชนิดหนึ่งที่มักพบในผักและผลไม้ที่มีสีเหลือง สีส้ม และยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มแคโรทีนอยด์อีกด้วย
ประโยชน์ต่อสุขภาพ
ประโยชน์หลัก ๆ ของสารเบต้าแคโรทีนในกล้วยงาช้าง ได้แก่:
- ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด: สารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดความเสียหายของเซลล์ผิวจากรังสียูวี
- ป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหาร: การบริโภคอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งบางชนิด
- ต้านการเจริญของเซลล์มะเร็งปากมดลูก: มีข้อมูลจากงานวิจัยที่ระบุว่าสารสกัดจากปลีกล้วยงาช้างสามารถช่วยต้านการเจริญของเซลล์มะเร็งปากมดลูกได้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่น่าสนใจและอาจนำไปสู่การศึกษาเพิ่มเติมในอนาคต
การตลาดและการแปรรูปกล้วยงาช้าง
น้องปิ๊กเล่าว่าเวลาขายผลผลิตกล้วยงาช้าง น้องปิ๊กจะโพสต์ขายในราคา ผลละ 20 บาท ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวแอฟริกาที่มาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ลูกค้าเหล่านี้บอกน้องปิ๊กว่าจะนำกล้วยงาช้างไปต้มผสมกับถั่วลิสง ซึ่งเป็นอาหารสไตล์แอฟริกัน ถือเป็นการนำกล้วยงาช้างไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบที่น่าสนใจและแตกต่างออกไป
นอกจากนี้ ผลกล้วยงาช้างยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นเมนูอาหารคาวและหวานได้หลากหลาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์เมนูจากกล้วยชนิดนี้
ทดสอบรสชาติและเมนูกล้วยงาช้าง
ในการทดสอบรสชาติผลกล้วยงาช้าง สตางค์และทีมงานได้ชิมกล้วยในระยะสุกและที่ผ่านการปรุงแปรรูปเป็นเมนูต่าง ๆ ดังนี้
กล้วยงาช้างสุก (ผลสด)
เมื่อผ่ากล้วยงาช้างที่สุกแล้วออกมา จะเห็นเนื้อด้านในมีสีเหลืองส้ม มีความหนึบกว่ากล้วยพันธุ์อื่น ๆ และมีรสเปรี้ยวจาง ๆ ปิดท้ายเล็กน้อย ซึ่งอาจทำให้เหมาะกับการนำไปผ่านความร้อนก่อนรับประทาน น้องพราว ซึ่งเป็นเด็กที่ร่วมทดสอบรสชาติ ชอบกล้วยงาช้างสุกมาก และกินหมดชิ้นอย่างเอร็ดอร่อย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความอร่อยที่สามารถเข้าถึงได้ทุกวัย
กล้วยงาช้างปิ้ง
กล้วยงาช้างที่นำไปปิ้ง จะมีอารมณ์ใกล้เคียงกับกล้วยหักมุก คือมีความเปรี้ยวหน่อย ๆ แต่เมื่อราดน้ำกะทิเข้าไป ความหวานมันของกะทิจะช่วยลดรสเปรี้ยวลงอย่างมาก ทำให้เนื้อกล้วยรัดตัวขึ้น ความหนึบน้อยลง แต่จะร่วนขึ้นคล้ายกับการกินมัน รสชาติเปรี้ยวแทบไม่หลงเหลือเลย เพราะถูกความหวานมันจากกะทิกลบไปหมด เมนูนี้ได้รับคำชมว่า "อร่อยมาก"
กล้วยงาช้างในแกงเขียวหวาน (เมนูทดลอง)
ในมื้อเที่ยง คุณป้าได้นำกล้วยงาช้างใส่ในแกงเขียวหวาน รสชาติคล้ายคลึงกับการกินมันฝรั่ง ไม่เหมือนรสชาติกล้วยเลย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการนำกล้วยงาช้างไปใช้ในอาหารคาว โดยที่รสชาติของกล้วยไม่โดดเด่นจนเกินไป และเข้ากันได้ดีกับเครื่องแกง
เมนูพิเศษจากกล้วยงาช้าง
1. แกงป่าไก่บ้านใส่กล้วยงาช้าง
นี่คือเมนูอาหารคาวจานแรกที่เราจะมาปรุงกันในวันนี้ โดยได้รับเกียรติจากป้าไหน น้องปิ๊ก และป้าแต๋ว มาร่วมด้วยช่วยกันในการนำกล้วยงาช้างในระยะดิบแก่มาปรุงกับไก่บ้าน
ขั้นตอนการทำ:
- สับไก่บ้านเป็นชิ้น ล้างให้สะอาด 2 น้ำ
- ปอกหอมแดง ซอยกระชาย ซอยผิว-มะกรูด ซอยตะไคร้ ซอยหัวข่า หั่นพริกชี้ฟ้า ฉีกรูดใบมะกรูด ล้างกระเทียม
- โขลกพริกแกง: เริ่มจากตะไคร้ ข่า ผิวมะกรูด เกลือ โขลกให้แหลก ตามด้วยพริกแห้ง พริกไทยดำ พริกจินดา หอมแดง กระเทียม และปิดท้ายด้วยกะปิ
- ล้างพริกไทยอ่อน
- เตรียมปอกกล้วยงาช้างดิบแก่ แช่ในน้ำเกลือเพื่อไม่ให้เนื้อดำ จากนั้นหั่นเป็นชิ้นลูกเต๋า
- ก่อเตา จุดไฟ ตั้งกระทะ เติมน้ำเปล่าให้เดือด
- นำกล้วยงาช้างลงไปลวก 2 น้ำ เพื่อล้างยางที่ติดอยู่กับกล้วยดิบออก เมื่อลวกแล้ว เนื้อกล้วยจะมีสีเหลืองคล้ายมะม่วง จากนั้นตักมาน็อกน้ำเย็น
- ตั้งกระทะอีกครั้ง ใส่น้ำมันพืช ตามด้วยพริกแกงที่โขลกไว้ และน้ำล้างครก
- ใส่ชิ้นไก่บ้านลงไปผัดรวนให้พริกแกงเข้าเนื้อ
- เติมน้ำเปล่าให้กลายเป็นน้ำแกง ปล่อยให้เดือด
- เมื่อน้ำแกงเดือด ปรุงรสด้วยน้ำปลา
- ใส่พริกไทยอ่อน พริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด กระชาย และชิ้นกล้วยงาช้างที่ลวกแล้ว
- ปล่อยแกงให้สมุนไพรและกล้วยสุกเข้ากัน
- ปิดท้ายด้วยการโรยใบยี่หร่า
รสชาติ: แกงป่าไก่บ้านใส่กล้วยงาช้าง ให้ความเผ็ดร้อนสะท้อนกลิ่นหอมจากสมุนไพรพริกแกง รสชาติอร่อย เนื้อไก่บ้านหวานฉ่ำ ชิ้นกล้วยงาช้างให้ความแน่นนุ่มคล้ายกับการกินหัวมัน ไม่มีรสชาติเปรี้ยว หอมกลิ่นกระชายและใบยี่หร่า เป็นแกงป่าที่สร้างความประทับใจและทำให้เหงื่อแตกกันเลยทีเดียว
2. กล้วยงาช้างหิมะ
เมนูขนมหวานจานที่สองนี้มีชื่อว่า กล้วยงาช้างหิมะ เป็นการนำกล้วยงาช้างมาแปรรูปเป็นขนมหวานที่น่ารับประทาน
ขั้นตอนการทำ:
- ปอกกล้วยงาช้างในระยะดิบแก่ หั่นเป็นชิ้นยาวยาว แช่ในน้ำเกลือ
- ซอยต้นหอมเตรียมพักไว้
- ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืช เมื่อน้ำมันร้อนจึงนำกล้วยงาช้างลงไปทอด
- ทอดจนกล้วยเหลืองสุก กรอบฟูขึ้นมา ทอดไปจนกว่าจะหมด
- เมื่อทอดแล้ว กล้วยงาช้างจะมีความกรอบนอกนุ่มใน คล้ายสาเกทอด ไม่มีรสเปรี้ยว มีแต่ความมันและหวานปนเล็กน้อย สามารถโรยเกลือเพื่อเพิ่มรสชาติเค็ม ๆ มัน ๆ หรือคลุกกับผงปรุงรสอื่น ๆ เช่น ปาปริก้า หรือบาร์บีคิวได้ตามชอบ
- ตั้งกระทะทองเหลือง ใส่น้ำเปล่า น้ำตาลทราย และเกลือเล็กน้อย
- เมื่อน้ำตาลละลาย จึงยกกระทะออกจากเตาไฟ
- เติมชิ้นกล้วยทอดที่เตรียมไว้ลงไป โรยเพิ่มกลิ่นด้วยต้นหอม
- ทำการคลุกเคล้าที่ป้าไหนเรียกว่า "เกลือกน้ำตาล" โดยต้องขยับกวนคนตลอดเวลา การลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็วจะกระตุ้นให้น้ำตาลกลายเป็นผลึกและเกาะเคลือบผิวของกล้วย สังเกตเห็นได้ชัดเจนว่าเริ่มกลายเป็นผลึกสีขาว ๆ คล้ายเกล็ดหิมะ
- จัดการทำแบบนี้จนกว่ากล้วยทอดจะหมด
- โรยปิดท้ายด้วยน้ำตาลไอซิ่ง เพื่อให้เหมือนหิมะเกาะมากขึ้น
รสชาติ: กล้วยงาช้างหิมะมีรสชาติหวานเค็ม หอมกลิ่นต้นหอม ให้รสเค็มพอปะแล่ม ๆ แต่โดดเด่นด้วยความหวานที่ประสานกลายเป็นผลึกเกาะติดผลกล้วย เนื้อกล้วยให้รสมันหนึบนุ่ม เป็นเมนูที่น้องพราวบอกว่าชอบที่สุดในวันนี้เลยทีเดียว
สรุปความรู้เกี่ยวกับกล้วยงาช้าง
กล้วยงาช้าง ไม่เพียงแต่เป็นกล้วยที่มีขนาดใหญ่และรูปร่างที่เป็นเอกลักษณ์เท่านั้น แต่ยังเป็นกล้วยที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ประวัติศาสตร์ คุณประโยชน์ทางโภชนาการ และความหลากหลายในการนำไปแปรรูปเป็นเมนูอาหารทั้งคาวและหวานได้อย่างน่าอัศจรรย์ ตั้งแต่ความแข็งแรงของลำต้นที่ไม่ต้องค้ำยัน เปลือกที่หนา และการให้ผลผลิตที่ไม่ต้องห่อ ไปจนถึงสารเบต้าแคโรทีนที่ช่วยบำรุงสุขภาพและป้องกันโรค ทำให้กล้วยงาช้างเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพและเป็นวัตถุดิบที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคและนักสร้างสรรค์เมนูอาหาร
การเดินทางของเราที่ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี ในวันนี้ ได้เปิดโลกทัศน์เกี่ยวกับกล้วยงาช้างได้อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นแกงป่าไก่บ้านใส่กล้วยงาช้างที่เผ็ดร้อนจัดจ้าน หรือกล้วยงาช้างหิมะที่เป็นขนมหวานอันโอชะ ล้วนแสดงให้เห็นถึงความมหัศจรรย์ของกล้วยชนิดนี้ได้อย่างแท้จริง หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และสร้างแรงบันดาลใจให้คุณผู้ชมได้ลองค้นหาและลิ้มรสความพิเศษของกล้วยงาช้างกันนะครับ
สัปดาห์หน้า ภัตตาคารบ้านทุ่งจะมุ่งหน้าไปค้นหาวัตถุดิบพื้นบ้าน อาหารพื้นถิ่นที่ไหนเพื่อมาเสิร์ฟส่งคุณผู้ชม โปรดติดตามนะครับ วันนี้สตางค์ ทีมงาน และพี่ป้าน้าอาที่นี่ ขอลาคุณผู้ชมไปก่อน สวัสดีครับ
ลัดเลาะเข้าสวนชวนไปรู้จักกล้วยโบราณขนาดยักษ์ อย่าง "กล้วยงาช้าง" ที่ ต.ยางน้ำกลัดเหนือ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี พร้อมเข้าครัวปรุงเมนูสูตรเด็ด "แกงไก่บ้านใส่กล้วยงาช้าง" และเมนู "กล้วยงาช้างหิมะ"
- เกร็ดความรู้
"กล้วยงาช้าง" เป็นกล้วยไทยโบราณ พบหลักฐานตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นกล้วยที่มีผลขนาดใหญ่ ลักษณะผลคล้ายงาของช้าง เครือหนึ่งมี 2-3 หวี โดย 1 ผล มีน้ำหนักได้ถึง 1 กิโลกรัม และยังมีลักษณะพิเศษ คือ เมื่อดอกตัวเมียเป็นผลจะไม่มีปลีเหลืออยู่ ส่วนบริเวณโคนต้น มักมีหน่อจำนวนมาก โดยทั่วไปนิยมนำผลกล้วยงาช้างระยะดิบแก่ มาปรุงเมนูอาหารผ่านความร้อน จะมีความมัน คล้ายมันฝรั่ง เนื่องจากเป็นกล้วยที่มีแป้งเยอะ และมีความเหนียวหนึบ จึงนำแปรรูปโดยการทอดทำกล้วยฉาบ หรือใส่เมนูอาหารประเภทแกงคั่ว แกงป่า
ติดตามชมได้ในรายการ ภัตตาคารบ้านทุ่ง ตอน กล้วยงาช้าง วันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2568 เวลา 16.05 - 16.30 น. ทางไทยพีบีเอส
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
ภัตตาคารบ้านทุ่ง
- 02:40
มื้อสุดฟิน กินบนดอย
17 ม.ค. 68 - 27:05
หอมชู
18 ม.ค. 68 - 27:01
มะเขือเทศต้น
25 ม.ค. 68 - 25:00
"ต้มยำกุ้ง" มรดกไทย มรดกโลก
1 ก.พ. 68 - 24:47
มะนาวเพชรบุรี
8 ก.พ. 68 - 24:58
หอยท้ายเภา
15 ก.พ. 68 - 24:41
บอนกลัก
22 ก.พ. 68 - 25:00
หยองดักปูดำ
1 มี.ค. 68 - 24:54
หอยไม้ไผ่
8 มี.ค. 68 - 24:39
ชมพู่มะเหมี่ยว
15 มี.ค. 68 - 25:00
มะตูมไข่
22 มี.ค. 68 - 24:59
ตำนานดิน
5 เม.ย. 68 - 24:47
ชำมะเลียง
12 เม.ย. 68 - 24:52
ข้าวโพดเทียนบ้านเกาะ
19 เม.ย. 68 - 24:58
ตอนพิเศษ รสชาติที่หายไป ปีที่ 2
26 เม.ย. 68 - 25:06
ลำพู
3 พ.ค. 68 - 25:10
ผักโขมบ้าน
10 พ.ค. 68 - 25:26
มะพร้าวไฟ
17 พ.ค. 68 กล้วยงาช้าง
24 พ.ค. 68- 25:15
มะม่วงอกร่องเสม็ดงาม
31 พ.ค. 68 - 25:26
ลูกตำลึง
7 มิ.ย. 68 - 25:30
ปลากะเตา
14 มิ.ย. 68 - 25:15
ส้มลม
21 มิ.ย. 68 - 25:40
กล้วยหอมทองเพชรบุรี
28 มิ.ย. 68 - 25:35
ปลานวลจันทร์ทะเล
5 ก.ค. 68 - 25:38
เบื้องหลังกว่าจะมาเป็น ยกพลคนน้ำพริก
12 ก.ค. 68 - 25:29
มะพูด
19 ก.ค. 68 - 25:35
ยอบ้าน
13 ก.ย. 68 - 25:39
ดุกดี ปทุมธานี
20 ก.ย. 68 - 25:32
หอยดักด่าน
27 ก.ย. 68
ภัตตาคารบ้านทุ่ง
- 02:40
มื้อสุดฟิน กินบนดอย
17 ม.ค. 68 - 27:05
หอมชู
18 ม.ค. 68 - 27:01
มะเขือเทศต้น
25 ม.ค. 68 - 25:00
"ต้มยำกุ้ง" มรดกไทย มรดกโลก
1 ก.พ. 68 - 24:47
มะนาวเพชรบุรี
8 ก.พ. 68 - 24:58
หอยท้ายเภา
15 ก.พ. 68 - 24:41
บอนกลัก
22 ก.พ. 68 - 25:00
หยองดักปูดำ
1 มี.ค. 68 - 24:54
หอยไม้ไผ่
8 มี.ค. 68 - 24:39
ชมพู่มะเหมี่ยว
15 มี.ค. 68 - 25:00
มะตูมไข่
22 มี.ค. 68 - 24:59
ตำนานดิน
5 เม.ย. 68 - 24:47
ชำมะเลียง
12 เม.ย. 68 - 24:52
ข้าวโพดเทียนบ้านเกาะ
19 เม.ย. 68 - 24:58
ตอนพิเศษ รสชาติที่หายไป ปีที่ 2
26 เม.ย. 68 - 25:06
ลำพู
3 พ.ค. 68 - 25:10
ผักโขมบ้าน
10 พ.ค. 68 - 25:26
มะพร้าวไฟ
17 พ.ค. 68 กล้วยงาช้าง
24 พ.ค. 68- 25:15
มะม่วงอกร่องเสม็ดงาม
31 พ.ค. 68 - 25:26
ลูกตำลึง
7 มิ.ย. 68 - 25:30
ปลากะเตา
14 มิ.ย. 68 - 25:15
ส้มลม
21 มิ.ย. 68 - 25:40
กล้วยหอมทองเพชรบุรี
28 มิ.ย. 68 - 25:35
ปลานวลจันทร์ทะเล
5 ก.ค. 68 - 25:38
เบื้องหลังกว่าจะมาเป็น ยกพลคนน้ำพริก
12 ก.ค. 68 - 25:29
มะพูด
19 ก.ค. 68 - 25:35
ยอบ้าน
13 ก.ย. 68 - 25:39
ดุกดี ปทุมธานี
20 ก.ย. 68 - 25:32
หอยดักด่าน
27 ก.ย. 68









