ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ระบบ AI ประมวลภาพถ่ายดาวเทียม วิเคราะห์พื้นที่เสียหายจากแผ่นดินไหวเรียลไทม์
AI

ระบบ AI ประมวลภาพถ่ายดาวเทียม วิเคราะห์พื้นที่เสียหายจากแผ่นดินไหวเรียลไทม์

Thai PBS Sci & Tech22 เม.ย. 683 นาที22 เม.ย. 68

ภารกิจประมวลผลภาพถ่ายจากดาวเทียมด้วยระบบ AI เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ประเมินความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว

ขนาดตัวอักษร

ภารกิจประมวลผลภาพถ่ายจากดาวเทียมด้วยระบบ AI เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ประเมินความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว

เครื่องมือประเมินความเสียหายที่ขับเคลื่อนด้วย AI จาก Microsoft ถูกนำมาใช้ประเมินความเสียหายที่เกิดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา โดยพบโครงสร้างที่ได้รับความเสียหายมากกว่า 2,000 แห่ง

หลังเกิดแผ่นดินไหวที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ร่วมกับภาพถ่ายจากดาวเทียมความละเอียดสูง ถูกนำมาใช้วิเคราะห์ความเสียหายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ขนาดใหญ่หลายพันตารางกิโลเมตร ช่วยให้หน่วยงานกู้ภัยและองค์กรบรรเทาทุกข์สามารถระบุจุดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น การประมวลผลข้อมูลแบบอัตโนมัติจากอวกาศนี้ มีบทบาทสำคัญในการเร่งเวลาเข้าถึงพื้นที่ประสบภัย ลดภาระในการสำรวจภาคพื้น และเพิ่มโอกาสในการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้ทันเวลา

ที่ตั้งของประเทศเมียนมาอยู่ระหว่างแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่น คือ แผ่นเปลือกโลกอินเดียและแผ่นเปลือกโลกยูเรเซีย ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวเป็นพิเศษ เส้นแบ่งระหว่างแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่นนี้เรียกว่ารอยเลื่อนสะกาย ผู้เชี่ยวชาญระบุว่ารอยเลื่อนนี้เป็นเส้นตรงยาวประมาณ 1,200 กิโลเมตร (745 ไมล์) จากเหนือจรดใต้ผ่านเมืองต่าง ๆ เช่น มัณฑะเลย์และย่างกุ้ง ทำให้ประชาชนหลายล้านคนตกอยู่ในความเสี่ยง

3 วันหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวเจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในจังหวะที่ฟ้าเปิด ภาพถ่ายดาวเทียมถูกส่งให้ระบบ AI ช่วยวิเคราะห์ต่อถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น โดย AI จะทำการค้นหาอาคารที่พังถล่มและได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง

จากการวิเคราะห์พบว่าอาคาร 515 แห่งในเมืองมัณฑะเลย์ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ได้รับความเสียหายสูงถึง 80-100% ในขณะที่อีก 1,524 แห่งได้รับความเสียหายระหว่าง 20-80% ซึ่งนอกจากในเมืองมัณฑะเลย์แล้ว ในเมืองย่างกุ้งและมิงกุนก็ได้รับผลกระทบที่รุนแรงเช่นกัน จากการวิเคราะห์ความเสียหายจากภาพถ่ายดาวเทียมทำให้เห็นว่าความร้ายแรงของภัยพิบัติเกิดขึ้นในวงกว้าง แต่ระบบ AI สามารถช่วยระบุตำแหน่งที่เกิดความเสียหายได้อย่างชัดเจน

ก่อนที่จะมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การประเมินความเสียหายหลังจากเกิดภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหวและน้ำท่วมนั้นต้องอาศัยการวิเคราะห์ภาคพื้นดิน ซึ่งวิธีการดังกล่าวใช้เวลาค่อนข้างมาก การพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ AI วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมจึงมีประโยชน์ต่อการใช้งานในสถานการณ์ภัยพิบัติเพื่อเร่งประเมินความเสียหายและเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร

ที่มาข้อมูล: apnews, thehindu, indiatoday, bizzbuzz
ที่มาภาพ: apnews
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

ครั้งแรกของโลก! ใช้ AI สร้างจีโนมและผลิตไวรัส ฆ่าเชื้อแบคทีเรียอีโคไลได้จริงAI

ครั้งแรกของโลก! ใช้ AI สร้างจีโนมและผลิตไวรัส ฆ่าเชื้อแบคทีเรียอีโคไลได้จริง

เทคโนโลยีก้าวหน้า ต้องนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับมนุษยชาติ! การศึกษาตีพิมพ์ในวารสาร Science เผยว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างจีโนมและผลิตไวรัสที่ใช้งานได้จริง

07 ส.ค. 69|6 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ใช้ AI เป็น แต่อาจคิดเองไม่เป็น รัฐบาลนอร์เวย์เล็งกลับมาใช้หนังสือ ห้ามเด็กประถม Gen Alpha ใช้ AIAI

ใช้ AI เป็น แต่อาจคิดเองไม่เป็น รัฐบาลนอร์เวย์เล็งกลับมาใช้หนังสือ ห้ามเด็กประถม Gen Alpha ใช้ AI

ท่ามกลางกระแสที่ทั่วโลกแข่งกันผลักดัน AI เข้าห้องเรียน นอร์เวย์กลับเดินสวนทาง เมื่อรัฐบาลเตรียมออกกฎหมายห้ามเด็กประถมศึกษา หรือเด็กในช่วง 6-13 ปี ใช้ Generative AI โดยเด็ดขาด

07 ส.ค. 69|11 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ใช้ประโยชน์ในทางสันติ ไทย-เมียนมาร่วมใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก จัดการสิ่งแวดล้อม-รับมือภัยพิบัติเทคโนโลยี

ใช้ประโยชน์ในทางสันติ ไทย-เมียนมาร่วมใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก จัดการสิ่งแวดล้อม-รับมือภัยพิบัติ

เทคโนโลยีสำรวจโลก (Earth Observation Technology) คือการใช้เครื่องมือ เช่น ดาวเทียม และกล้องพิเศษเพื่อเก็บข้อมูลพื้นผิวโลก น้ำ และอากาศ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจสภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ และการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

06 ส.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
    ระบบ AI ประมวลภาพถ่ายดาวเทียม วิเคราะห์พื้นที่เสียหายจากแผ่นดินไหวเรียลไทม์ | Thai PBS Sci & Tech