ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
AI เกิดอาการหลอน! ผลทดสอบ AI Search ให้คำตอบผิด 10 ล้านครั้ง หรือ 10% ของการค้นหา
AI

AI เกิดอาการหลอน! ผลทดสอบ AI Search ให้คำตอบผิด 10 ล้านครั้ง หรือ 10% ของการค้นหา

ขนิษฐา จันทร์ทร 25 เม.ย. 694 นาที25 เม.ย. 69

สตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์ได้ทดสอบและประเมินประสิทธิภาพของ Google AI Search พบว่ามีการให้คำตอบผิด 10 ล้านครั้ง ซึ่งคิดเป็น 10% ของการค้นหา

ขนาดตัวอักษร

สตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์ได้ทดสอบและประเมินประสิทธิภาพของ Google AI Search พบว่ามีการให้คำตอบผิด 10 ล้านครั้ง ซึ่งคิดเป็น 10% ของการค้นหา

แม้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามาปฏิวัติการค้นหาข้อมูลให้สะดวกยิ่งขึ้น แต่ผลการทดสอบล่าสุดจากผู้เชี่ยวชาญกลับพบสถิติที่น่ากังวล เมื่อเทคโนโลยีสรุปคำตอบอัตโนมัติมีอัตราความผิดพลาดสูงถึง 10% คิดเป็นจำนวนคำตอบที่คลาดเคลื่อนนับ 10 ล้านครั้งต่อวัน สะท้อนให้เห็นว่าความรวดเร็วของนวัตกรรมอัจฉริยะในปัจจุบันยังคงมีช่องโหว่ด้านความถูกต้องที่ผู้ใช้งานยังคงต้องระวังเป็นพิเศษ

ผลทดสอบ "อาการหลอน" ของปัญญาประดิษฐ์

งานวิจัยของทีมวิศวกรจาก อูมิ (Oumi) แพลตฟอร์มวิจัยและทดสอบปัญญาประดิษฐ์แบบเปิด (Open-source AI Platform) จากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทำการประเมินประสิทธิภาพผ่านชุดทดสอบมาตรฐาน SimpleQA เพื่อวัดความถูกต้องของข้อเท็จจริง

ผลการศึกษาพบว่าแม้โมเดลปัญญาประดิษฐ์ยุคใหม่จะมีความฉลาดมากขึ้น แต่ยังคงเกิดสภาวะ "อาการหลอน" (Hallucination) หรือการสร้างข้อมูลที่ไม่มีอยู่จริงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่ามีอัตราความผิดพลาดเฉลี่ยที่ 10% ซึ่งเมื่อนำไปคำนวณกับปริมาณการค้นหาข้อมูลมหาศาลของผู้ใช้งานทั่วโลกในแต่ละวัน ตัวเลขความผิดพลาดนี้อาจพุ่งสูงถึง 10 ล้านครั้งต่อวัน หรือคิดเป็นเกือบ 7,000 ครั้งในทุก ๆ นาทีที่ผ่านไป

ความน่ากังวลของงานวิจัยชิ้นนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ตัวเลขความผิดพลาดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมิติของการอ้างอิงแหล่งที่มา โดยทีมวิจัยพบว่าในกรณีที่ปัญญาประดิษฐ์ให้คำตอบที่ถูกต้อง มีถึง 56% ของคำตอบเหล่านั้นที่มีการระบุ "ลิงก์อ้างอิง" ที่ไม่สอดคล้องกับเนื้อหาจริง (Unfounded Citations) หรือบางครั้งลิงก์ที่ให้มากลับไม่มีเนื้อหาที่สนับสนุนคำตอบนั้นอยู่เลย ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าระบบยังขาดความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลดิบกับแหล่งที่มาอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้ใช้งานเกิดความสับสน และลดทอนความน่าเชื่อถือของนวัตกรรมการค้นหาในระยะยาว

เมื่อความสะดวกอาจแลกมาด้วยความเข้าใจผิด

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ระบบสรุปข้อมูลอัจฉริยะให้คำตอบผิดพลาดบ่อยครั้ง เกิดจากการที่ระบบปัญญาประดิษฐ์พยายาม "คาดเดา" คำถัดไปตามหลักสถิติมากกว่าการทำความเข้าใจความหมายเชิงลึกของบริบททางวิทยาศาสตร์หรือประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเมื่อผู้ใช้งานสอบถามข้อมูลที่มีความเฉพาะเจาะจงสูง เช่น ขั้นตอนทางเทคนิคหรือข้อมูลเชิงลึกด้านสุขภาพ ระบบมักจะนำข้อมูลจากแหล่งที่ไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอ มาสังเคราะห์เป็นคำตอบที่ดูเหมือนจริงแต่อาจจะยังไม่ถูกต้องทั้งหมด

การใช้ AI Search ค้นหาข้อมูล ต้องใช้อย่างรอบคอบ

นอกจากนี้ เทคโนโลยีนี้มักจะทำงานได้ไม่ดีกับ "ข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงตามเวลา" (Time-sensitive information) เช่น ผลการแข่งขันกีฬาที่เพิ่งจบลง หรือสถานการณ์ข่าวปัจจุบันที่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน โดยระบบอาจนำข้อมูลเก่ามาปะติดปะต่อจนเกิดเป็นข้อสรุปที่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง

ปัญหานี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้งานที่ต้องการข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อใช้ในการตัดสินใจสำคัญ ซึ่งอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เกิดความเสียหายได้หากไม่มีการตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ผ่านวิธีการค้นหาแบบดั้งเดิม

การใช้ AI อย่างสร้างสรรค์ และการปรับตัวของผู้ใช้งาน

ท่ามกลางวิกฤตความน่าเชื่อถือที่เกิดขึ้น ประโยชน์ของเทคโนโลยี AI ยังคงมีประโยชน์หากผู้ใช้งานมีความเข้าใจในข้อจำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมมองว่าระบบนี้มีประโยชน์อย่างมากในการช่วยย่นระยะเวลาการอ่านบทความที่มีความยาว หรือช่วยสรุปแนวคิดเบื้องต้นในหัวข้อที่กว้างขวาง โดยหัวใจสำคัญคือการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเพียง "เครื่องมือเริ่มต้น" (Starting Point) มากกว่าจะเป็น "แหล่งอ้างอิงสุดท้าย" (Final Answer) การรู้จักตั้งคำถามและตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบผ่านกระบวนการคิดเชิงวิพากษ์

การค้นพบว่าระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้คำตอบคลาดเคลื่อน เป็นการตอกย้ำว่านวัตกรรมยังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านที่ต้องการการพัฒนาอีกมาก แม้เทคโนโลยีสรุปข้อมูลจะมอบคุณค่าในแง่ของความสะดวกสบายและประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูลปริมาณมหาศาล แต่ผู้ใช้งานต้องมี "ความเท่าทันดิจิทัล" ในการคัดกรองเนื้อหา การพึ่งพาปัญญาประดิษฐ์เพียงอย่างเดียวโดยขาดการตรวจสอบอาจนำไปสู่ความเข้าใจที่ผิดพลาดได้ ดังนั้นการผสานพลังระหว่างความฉลาดของเครื่องจักรและวิจารณญาณของมนุษย์ จึงเป็นแนวทางที่ดีที่สุดในการนำเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์มาขับเคลื่อนสังคมข้อมูลข่าวสารให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร

ที่มาข้อมูล: oumi, techspot, popsci, searchengineland 

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใช้ประโยชน์ในทางสันติ ไทย-เมียนมาร่วมใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก จัดการสิ่งแวดล้อม-รับมือภัยพิบัติเทคโนโลยี

ใช้ประโยชน์ในทางสันติ ไทย-เมียนมาร่วมใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก จัดการสิ่งแวดล้อม-รับมือภัยพิบัติ

เทคโนโลยีสำรวจโลก (Earth Observation Technology) คือการใช้เครื่องมือ เช่น ดาวเทียม และกล้องพิเศษเพื่อเก็บข้อมูลพื้นผิวโลก น้ำ และอากาศ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจสภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ และการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

06 ส.ค. 69|12 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ก้าวสำคัญ! ครั้งแรกของไทย ส่ง “CE-7 MATCH” อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ร่วมสำรวจดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้เทคโนโลยี

ก้าวสำคัญ! ครั้งแรกของไทย ส่ง “CE-7 MATCH” อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ร่วมสำรวจดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้

24 ส.ค. นี้ เรามีนัดกัน! ร่วมเป็นสักขีพยาน ประเทศไทยส่งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ “CE-7 MATCH” (อ่านว่า ฉางเอ๋อ 7 แมตช์) ซึ่งออกแบบและพัฒนาโดยคนไทย ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์เป็นครั้งแรก

06 ส.ค. 69|16 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
เปิดแผนสร้างฐานดวงจันทร์จีน ไทม์ไลน์ก่อสร้างไล่เลี่ยกับอเมริกา ใครจะชนะศึกอวกาศในครั้งนี้?เทคโนโลยี

เปิดแผนสร้างฐานดวงจันทร์จีน ไทม์ไลน์ก่อสร้างไล่เลี่ยกับอเมริกา ใครจะชนะศึกอวกาศในครั้งนี้?

ณ ตอนนี้น้ำแข็งบนผิวดวงจันทร์ก็ไม่ต่างอะไรไปจากน้ำมันอวกาศ ที่เร่งให้เกิดการแข่งขันกลับไปดวงจันทร์อีกครั้งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบ 50 กว่าปีระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน

06 ส.ค. 69|18 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
    AI เกิดอาการหลอน! ผลทดสอบ AI Search ให้คำตอบผิด 10 ล้านครั้ง หรือ 10% ของการค้นหา | Thai PBS Sci & Tech