ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
แว่นตาอัจฉริยะ AI ช่วยคนตาบอด วิ่งเข้าเส้นชัยงานลอนดอนมาราธอน
AI

แว่นตาอัจฉริยะ AI ช่วยคนตาบอด วิ่งเข้าเส้นชัยงานลอนดอนมาราธอน

ขนิษฐา จันทร์ทร04 พ.ค. 695 นาที04 พ.ค. 69

แว่นตาอัจฉริยะ AI ได้กลายเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของนักวิ่งที่เป็นคนตาบอด โดยช่วยให้วิ่งเข้าเส้นชัยได้ด้วยตัวเองในงาน London Marathon 2026 ซึ่งมีระยะทางในการวิ่งกว่า 42 กิโลเมตร

ขนาดตัวอักษร

แว่นตาอัจฉริยะ AI ได้กลายเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของนักวิ่งที่เป็นคนตาบอด โดยช่วยให้วิ่งเข้าเส้นชัยได้ด้วยตัวเองในงาน London Marathon 2026 ซึ่งมีระยะทางในการวิ่งกว่า 42 กิโลเมตร

ในสนามวิ่งลอนดอนมาราธอน (London Marathon 2026) ภาพความพยายามของมนุษย์ถูกยกระดับด้วยนวัตกรรม เมื่อระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในรูปแบบแว่นตาอัจฉริยะ ได้กลายเป็นผู้ช่วยคนสำคัญที่พานักวิ่งผู้บกพร่องทางการมองเห็นก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ สู่การพึ่งพาตนเองวิ่งบนเส้นทางระยะกว่า 42 กิโลเมตรเข้าเส้นชัยได้อย่างน่าอัศจรรย์

นวัตกรรมเปลี่ยนภาพเป็นเสียง

ก้าวย่างที่สำคัญนี้ได้รับแรงบันดาลใจและข้อมูลสนับสนุนจากงานวิจัยของเหล่านักวิทยาศาสตร์และวิศวกรจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ร่วมกับสถาบันวิจัยด้านอุปกรณ์อัจฉริยะ (Smart Devices Research Institutes) เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ประมวลผลภาพแบบเรียลไทม์ ซึ่งได้รับการต่อยอดจนกลายเป็นอุปกรณ์สวมใส่ที่ทำงานร่วมกับระบบนำทางที่มีความแม่นยำสูง

เทคโนโลยีนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มอิสระในการเคลื่อนที่ โดยเปลี่ยนข้อมูลภาพจากกล้องความละเอียดสูงที่ติดตั้งบนกรอบแว่น ให้กลายเป็นเสียงบรรยายสภาพแวดล้อมผ่านลำโพงระบบเปิด (Open-ear speakers) ช่วยให้นักวิ่งรับรู้ถึงสิ่งกีดขวาง ตำแหน่งของนักวิ่งคนอื่น รวมถึงจุดเช็กพอยต์ต่าง ๆ

Tilly Dowler วิ่งเข้าเส้นชัยด้วยแว่นตาอัจฉริยะ AI

อิสรภาพบนเส้นทางกว่า 42 กิโลเมตร

นการแข่งขันลอนดอนมาราธอนครั้งล่าสุด "ทิลลี ดาวเลอร์" (Tilly Dowler) และ "ชา คาน" (Sha Khan) นักวิ่งที่เข้าร่วมแข่งขันได้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้ช่วยให้พวกเขา "มองเห็น" สนามแข่งได้อย่างไร ระบบ AI อัจฉริยะจะคอยบอกข้อมูลสำคัญ เช่น สถานที่สำคัญที่กำลังวิ่งผ่าน หรือระยะทางที่เหลืออยู่ผ่านคำสั่งเสียง นอกจากนี้นักวิ่งยังสามารถโต้ตอบกับแว่นตาได้โดยตรงเพื่อขอข้อมูลเฉพาะ เช่น "ข้างหน้ามีอะไร?" หรือ "ถ่ายรูปบรรยากาศตอนนี้ให้หน่อย" ซึ่งช่วยลดความกังวลใจ และทำให้พวกเขามีสมาธิกับการวิ่งได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องพึ่งพาสุนัขนำทางหรือไกด์รันเนอร์ (Guide Runner) ในการบอกทางทุกฝีเก้าเหมือนในอดีต

มากกว่าแค่การมองเห็น คือความปลอดภัย

หัวใจสำคัญของเทคโนโลยีนี้คือการผสานพลังระหว่างกล้อง ไมโครโฟน และระบบประมวลผล AI ที่สามารถจำแนกวัตถุที่เคลื่อนไหวได้ เช่น นักวิ่งคนอื่นที่กำลังแซง หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพผิวถนน อีกทั้งความสามารถในการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอาสาสมัครทั่วโลก ซึ่งหากนักวิ่งต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม ระบบสามารถติดต่ออาสาสมัครเพื่อบรรยายภาพที่กล้องเห็นให้ฟังได้ทันที

ประโยชน์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในสนามแข่งขันเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คนตาบอดสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้มั่นใจขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินในที่สาธารณะ การอ่านป้าย หรือการระบุสิ่งของรอบตัว

กลุ่มคนตาบอดที่ใช้งานแว่นตาอัจฉริยะ AI

สู่ความเท่าเทียมทางเทคโนโลยี

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากมูลนิธิเพื่อคนพิการในอังกฤษย้ำว่า อุปกรณ์เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อ "ส่งเสริม" และ "เพิ่มพูน" ความสามารถในการพึ่งพาตนเอง แต่ไม่ได้มีไว้เพื่อมาแทนที่ทักษะพื้นฐานของคนตาบอดเสียทีเดียว ในสนามลอนดอนมาราธอนครั้งนี้ เราจึงได้เห็นภาพของการใช้เทคโนโลยีควบคู่ไปกับความช่วยเหลือจากมนุษย์ในบางช่วงตอน ซึ่งถือเป็นการสร้างสมดุลที่ลงตัวระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย

ความสำเร็จนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เทคโนโลยี AI ไม่ได้มีไว้เพื่อความบันเทิงหรือธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการสร้างความเท่าเทียมและลดช่องว่างทางกายภาพ

อนาคตของอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ

ความสำเร็จในสนามวิ่งระดับโลกครั้งนี้ กำลังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่สำหรับคนพิการในวงกว้าง บริษัทผู้ผลิตจากประเทศมหาอำนาจทางเทคโนโลยีกำลังเร่งพัฒนาให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาลง แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานขึ้น และระบบ AI ที่มีความฉลาดในการวิเคราะห์บริบททางสังคมมากขึ้น เช่น การจำใบหน้าเพื่อนหรือคนรู้จักในฝูงชน ซึ่งจะช่วยให้การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมของผู้บกพร่องทางการมองเห็นเป็นไปอย่างธรรมชาติและราบรื่นยิ่งขึ้น ถือเป็นการปฏิวัติรูปแบบการใช้ชีวิตที่ก้าวข้ามจากการเป็นผู้รับความช่วยเหลือ สู่การเป็นผู้ที่สามารถก้าวเดินไปข้างหน้าได้ด้วยตัวเองอย่างแท้จริง

การพิชิตเส้นชัยในการแข่งขันลอนดอนมาราธอนของคนตาบอดด้วยความช่วยเหลือของ AI ไม่ใช่เพียงชัยชนะในการแข่งขันกีฬา แต่คือชัยชนะของนวัตกรรมที่ถูกสร้างมาเพื่อมนุษยชาติ เทคโนโลยีแว่นตาอัจฉริยะนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อวิทยาศาสตร์และปัญญาประดิษฐ์ถูกนำมาใช้อย่างถูกจุด มันสามารถกลายเป็น "ดวงตา" ที่ช่วยเปิดโลกใบเดิมให้กว้างขึ้น มอบอิสรภาพ ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีในการใช้ชีวิตให้แก่คนตาบอดได้อย่างยั่งยืน และเป็นบทเรียนสำคัญว่าอนาคตที่เท่าเทียมสามารถเกิดขึ้นได้จริงผ่านพลังของเทคโนโลยีที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร

ที่มาข้อมูล: techxplore, apnews, letsdatascience, bbc
ที่มาภาพ: apnews

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์ประกาศตั้ง “กองกำลัง AI” ไม่ยอมให้ขัดขวางการเติบโตเทคโนโลยีAI

ทรัมป์ประกาศตั้ง “กองกำลัง AI” ไม่ยอมให้ขัดขวางการเติบโตเทคโนโลยี

"ทรัมป์" ประกาศ เตรียมตั้ง “กองกำลัง AI” ช่วยเหลือ กำกับดูแลการขยายตัวของเทคโนโลยี ลั่นไม่ยอมให้ใครขัดขวางการเติบโตของอุตสาหกรรม พร้อมชวนประชาชนโหวตเปลี่ยนชื่อ AI ใหม่

20 ก.ย. 69|16 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
AI กำลังจะฉลาดเกินควบคุม ทั้งพัฒนาตัวเอง เรียนรู้เองได้ เสี่ยงล้างบางมนุษย์ได้จริง ๆAI

AI กำลังจะฉลาดเกินควบคุม ทั้งพัฒนาตัวเอง เรียนรู้เองได้ เสี่ยงล้างบางมนุษย์ได้จริง ๆ

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 เจค็อบ โคซอน (Jacob Coxon) นักวิจัย AI อายุ 27 ปี ได้โพสต์ไม่กี่ประโยคลงใน X ของเขา ซึ่งเป็นการแหกหน้าภาพลักษณ์อุตสาหกรรม AI อย่างไม่แคร์สื่อ

16 ก.ย. 69|4 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
2 บริษัท AI ยักษ์สะเทือน เมื่อนักพัฒนา AI แห่ลาออก เพราะอาจสร้าง AI ที่ทรงพลังเกินไปAI

2 บริษัท AI ยักษ์สะเทือน เมื่อนักพัฒนา AI แห่ลาออก เพราะอาจสร้าง AI ที่ทรงพลังเกินไป

ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กำลังขับเคลื่อนโลกเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและคำมั่นสัญญาถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตมนุษยชาติ

16 ก.ย. 69|4 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
    แว่นตาอัจฉริยะ AI ช่วยคนตาบอด วิ่งเข้าเส้นชัยงานลอนดอนมาราธอน | Thai PBS Sci & Tech