ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ใช้ AI เป็น แต่อาจคิดเองไม่เป็น รัฐบาลนอร์เวย์เล็งกลับมาใช้หนังสือ ห้ามเด็กประถม Gen Alpha ใช้ AI
AI

ใช้ AI เป็น แต่อาจคิดเองไม่เป็น รัฐบาลนอร์เวย์เล็งกลับมาใช้หนังสือ ห้ามเด็กประถม Gen Alpha ใช้ AI

พุทธานุภาพ ศิลแสน07 ส.ค. 695 นาที35 นาทีที่แล้ว

ท่ามกลางกระแสที่ทั่วโลกแข่งกันผลักดัน AI เข้าห้องเรียน นอร์เวย์กลับเดินสวนทาง เมื่อรัฐบาลเตรียมออกกฎหมายห้ามเด็กประถมศึกษา หรือเด็กในช่วง 6-13 ปี ใช้ Generative AI โดยเด็ดขาด

ขนาดตัวอักษร

ท่ามกลางกระแสที่ทั่วโลกแข่งกันผลักดัน AI เข้าห้องเรียน นอร์เวย์กลับเดินสวนทาง เมื่อรัฐบาลเตรียมออกกฎหมายห้ามเด็กประถมศึกษา หรือเด็กในช่วง 6-13 ปี ใช้ Generative AI โดยเด็ดขาด ส่วนเด็กชั้นมัธยมต้นสามารถใช้ได้ แต่ต้องมีครูคอยควบคุม และเด็กมัธยมปลายเท่านั้นที่จะได้เรียนรู้การใช้ AI อย่างเต็มรูปแบบ โดยมาตรการนี้จะเริ่มบังคับใช้ในปีการศึกษาใหม่ปลายเดือนสิงหาคม 2026

นายกรัฐมนตรีโจนาส กาห์ร สโตเร ให้เหตุผลตรงไปตรงมาว่า “การเรียนในโรงเรียน สิ่งสำคัญที่สุดคือเด็กต้องเรียนรู้ที่จะอ่าน เขียน และคิดคำนวณได้ด้วยตนเองก่อน การใช้ AI ตั้งแต่เด็กเล็กเสี่ยงทำให้พวกเขาข้ามขั้นตอนสำคัญของการเรียนรู้ไป” นอกจากนี้รัฐบาลนอร์เวย์ยังเตรียมผลักดันกฎหมายให้นำ ‘หนังสือเรียนที่เป็นเล่ม’ กลับมาแทนที่แท็บเล็ตและคอมพิวเตอร์ ซึ่งนับเป็นการทำ Digital Detox ในสถานศึกษาครั้งใหญ่ หลังจากพบว่าการพึ่งพาหน้าจอมากเกินไปนั้นส่งผลต่อสมาธิและการเขียนด้วยลายมือของเด็ก

คำพูดดังกล่าวมีฐานทฤษฎีทางการศึกษารองรับ นั่นคือแนวคิดเรื่อง ‘Desirable Difficulties’ ซึ่งเป็นหลักการที่ว่า การเรียนรู้ที่รู้สึกยากในตอนแรก ไม่ว่าจะเป็นการลองผิดลองถูก การคิดและดิ้นรนหาคำตอบด้วยตัวเอง มักจะฝังแน่นและนำไปใช้ได้ดีกว่าการเรียนรู้ที่มีคำตอบมาป้อนให้ทันที ซึ่งอาจจะดูขัดกับสัญชาตญาณของเราที่คิดว่า ‘ยิ่งง่าย ยิ่งเรียนรู้เร็ว’

ในปีที่ผ่านมา ทีมวิจัยจาก MIT ได้ให้ผู้เข้าร่วมเขียนเรียงความโดยแบ่งเป็นกลุ่มใช้ ChatGPT กลุ่มใช้ Google Search และกลุ่มที่ไม่ใช้เครื่องมือเลย พร้อมกับการวัดคลื่นสมอง ซึ่งพบว่า กลุ่มที่ใช้ ChatGPT มีการเชื่อมโยงของระบบประสาทอ่อนที่สุด และเมื่อขอให้เขียนใหม่โดยไม่มี AI ช่วย พวกเขากลับจำงานเขียนของตัวเองไม่ได้เลย โดยทีมวิจัยเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ‘Cognitive Debt’ หรือหนี้ทางปัญญา นอกจากนี้งานสำรวจในลักษณะนี้ บ่อยครั้งมักจะพบว่ากลุ่มคนอายุน้อยจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด

คลื่นสมองระหว่างการใช้งาน ChatGPT ช่วยเขียนเรียงความ : ที่มาภาพ Kosmyna, N., Hauptmann, E., Yuan, Y. T., Situ, J., Liao, X. H., Beresnitzky, A. V., Braunstein, I., & Maes, P. (2025).

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยและหลักฐานส่วนใหญ่ในปัจจุบันนั้นยังเป็นเพียงข้อมูลเชิงสหสัมพันธ์ที่ชี้ให้เห็นแนวโน้มเฉย ๆ ยังไม่ใช่การพิสูจน์เชิงเหตุและผลที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด และที่สำคัญคือ กลุ่มตัวอย่างเกือบทั้งหมดทำในผู้ใหญ่หรือนักศึกษามหาวิทยาลัย ไม่ใช่เด็กวัย 6-13 ปี การนำผลลัพธ์มาอนุมานข้ามกลุ่มอายุแบบนี้จึงมีความคลาดเคลื่อนที่ต้องพิจารณาให้ดี

นอกจากนี้ เรายังต้องแยกแยะด้วยว่า ‘ไม่ใช่การใช้ AI ทุกรูปแบบจะส่งผลเสียเท่ากัน’ ในทางจิตวิทยาในทางจิตวิทยา ประเด็นสำคัญทำนองนี้อยู่ที่การแบ่งพฤติกรรมเป็น 2 แบบ แบบแรกคือ ‘Cognitive Offloading’ หรือการแบ่งเบาภาระสมองแบบดั้งเดิม เหมือนกับการที่เราใช้เครื่องคิดเลขหลังจากเข้าใจหลักการบวกลบคูณหารแล้ว ซึ่งวิธีนี้ผู้เรียนยังคงรักษาโครงสร้างการคิดหลักเอาไว้ได้ แต่แบบที่น่ากังวลคือ ‘Cognitive Surrender’ หรือการยอมจำนนทางปัญญา ซึ่งหมายถึงการโยนโจทย์ให้ AI ทำ แล้วหยิบคำตอบมาใช้ทั้งดุ้นโดยไม่ผ่านการคิด คัดกรอง หรือตรวจสอบใด ๆ เลย ซึ่งพฤติกรรมแบบหลังนี้เองที่เป็นอันตรายต่อพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กอย่างแท้จริง

ขณะที่นอร์เวย์เบรก ไทยกลับเดินหน้าเต็มสูบในทิศตรงข้าม กระทรวงศึกษาธิการออกคู่มือการใช้ AI สำหรับครู นักเรียน โรงเรียน และผู้ปกครองมาตั้งแต่ปี 2568 และปี 2569 ก็อนุมัติแผนพัฒนาครูที่เน้นยกระดับทักษะดิจิทัลและ AI อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยังมอบนโยบายให้ใช้ AI ช่วยลดภาระงานเอกสารของครู เพื่อคืนเวลาให้การสอน และสิ่งที่น่าสังเกตคือ นโยบายไทยตอนนี้ยังไม่มีการแบ่งแยกการใช้ AI ตามช่วงวัยของนักเรียนอย่างเป็นระบบแบบที่นอร์เวย์ทำ นั่นคือไม่มีเส้นแบ่งชัดเจนว่าเด็กประถมควรใช้ได้แค่ไหน เด็กมัธยมต้นต้องมีครูกำกับหรือไม่ ซึ่งนี่อาจเป็นช่องว่างเชิงนโยบายที่ควรพูดถึง ไม่ว่าจะเห็นด้วยกับแนวทางแบบนอร์เวย์หรือไม่ก็ตาม

ที่มาภาพ schoolmart.com

แน่นอนว่าเอาไทยไปเทียบนอร์เวย์ตรง ๆ ไม่ได้ทั้งหมด นอร์เวย์มีความพร้อมด้านอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ตเกือบทั่วถึง 100% แต่ไทยยังมีช่องว่างเมืองและชนบทชัดเจน การออกกฎห้ามใช้ AI ในโรงเรียนอาจไม่ได้ผลจริงกับเด็กในเมืองที่เข้าถึง AI ที่บ้านได้อยู่แล้ว ขณะที่เด็กชนบทอาจยังไม่มีโอกาสใช้เลยด้วยซ้ำ และเป็นปัญหาคนละมิติที่นโยบายเดียวแก้ไม่ได้ทั้งหมด

ดังนั้น สิ่งที่นอร์เวย์ทำจึงเป็นการจัดลำดับการเรียนรู้ให้ถูกทาง นั่นคือกระบวนการเรียนรู้ที่แท้จริงต้องผ่านการลองคิด ลองฝึกทำด้วยตัวเองก่อน จนกระทั่งทำเป็นแล้วจึงค่อยให้ AI เข้ามาเป็นเครื่องทุ่นแรงในขั้นที่ทักษะพื้นฐานมั่นคงแล้ว เหมือนเราไม่ให้เด็กใช้เครื่องคิดเลขก่อนที่จะเข้าใจว่าการบวกลบคูณหารทำงานอย่างไร

ถ้าจะนำแนวคิดนี้มาปรับใช้กับไทย สิ่งที่ทำได้เลยคือการวางกรอบให้ชัดว่า AI ควรเข้ามาช่วยครูทำงานเอกสารและงานสนับสนุน ซึ่งตรงกับทิศทางนโยบายไทยตอนนี้อยู่แล้ว ก่อนที่จะขยายไปสู่การให้นักเรียนใช้ AI โดยตรง โดยเฉพาะในระดับประถมที่ยังไม่มีกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจนพอ และเราต้องไม่ลืมว่า สิ่งที่ Generative AI ทำนั้น นอกจากจะช่วยทุ่นแรงในการคำนวณแล้ว ยังทุ่นแรงในการคิดวิเคราะห์และการเรียบเรียงภาษา ซึ่งเป็นรากฐานของสติปัญญา หากเราปล่อยให้เด็กข้ามขั้นตอนการฝึกฝนทักษะเหล่านี้ไปตั้งแต่ประถม เราอาจได้เจเนอเรชันที่ใช้เทคโนโลยีเป็น แต่คิดเองไม่เป็น


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS


ที่มาข้อมูล : thaipbs, mdpi 


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใช้ประโยชน์ในทางสันติ ไทย-เมียนมาร่วมใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก จัดการสิ่งแวดล้อม-รับมือภัยพิบัติเทคโนโลยี

ใช้ประโยชน์ในทางสันติ ไทย-เมียนมาร่วมใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก จัดการสิ่งแวดล้อม-รับมือภัยพิบัติ

เทคโนโลยีสำรวจโลก (Earth Observation Technology) คือการใช้เครื่องมือ เช่น ดาวเทียม และกล้องพิเศษเพื่อเก็บข้อมูลพื้นผิวโลก น้ำ และอากาศ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจสภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ และการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

06 ส.ค. 69|19 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ก้าวสำคัญ! ครั้งแรกของไทย ส่ง “CE-7 MATCH” อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ร่วมสำรวจดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้เทคโนโลยี

ก้าวสำคัญ! ครั้งแรกของไทย ส่ง “CE-7 MATCH” อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ร่วมสำรวจดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้

24 ส.ค. นี้ เรามีนัดกัน! ร่วมเป็นสักขีพยาน ประเทศไทยส่งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ “CE-7 MATCH” (อ่านว่า ฉางเอ๋อ 7 แมตช์) ซึ่งออกแบบและพัฒนาโดยคนไทย ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์เป็นครั้งแรก

06 ส.ค. 69|23 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
เปิดแผนสร้างฐานดวงจันทร์จีน ไทม์ไลน์ก่อสร้างไล่เลี่ยกับอเมริกา ใครจะชนะศึกอวกาศในครั้งนี้?เทคโนโลยี

เปิดแผนสร้างฐานดวงจันทร์จีน ไทม์ไลน์ก่อสร้างไล่เลี่ยกับอเมริกา ใครจะชนะศึกอวกาศในครั้งนี้?

ณ ตอนนี้น้ำแข็งบนผิวดวงจันทร์ก็ไม่ต่างอะไรไปจากน้ำมันอวกาศ ที่เร่งให้เกิดการแข่งขันกลับไปดวงจันทร์อีกครั้งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบ 50 กว่าปีระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน

06 ส.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
    ใช้ AI เป็น แต่อาจคิดเองไม่เป็น รัฐบาลนอร์เวย์เล็งกลับมาใช้หนังสือ ห้ามเด็กประถม Gen Alpha ใช้ AI | Thai PBS Sci & Tech