ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ความร้อนจาก AI ไม่เสียเปล่า สามารถนำไปต่อยอดสู่นวัตกรรมใหม่ ๆ ได้

22 ส.ค. 699 นาที22 ส.ค. 69

ความร้อนที่แผ่ออกมาจากศูนย์ข้อมูล (Data Center) ไม่ใช่สิ่งที่ใครปรารถนา เป็นของเสียจากการทำงานของ AI ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ กระแสไฟฟ้าปริมาณมหาศาลล้วนถูกนำไปใช้ประมวลผลข้อมูลในตู้เซิร์ฟเวอร์

ขนาดตัวอักษร

ความร้อนที่แผ่ออกมาจากศูนย์ข้อมูล  (Data Center) ไม่ใช่สิ่งที่ใครปรารถนา เป็นของเสียจากการทำงานของ AI ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ กระแสไฟฟ้าปริมาณมหาศาลล้วนถูกนำไปใช้ประมวลผลข้อมูลในตู้เซิร์ฟเวอร์ ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกเปลี่ยนแปลงเป็นความร้อน จนต้องมีการนำน้ำจืดปริมาณมหาศาลเข้ามาหล่อเย็น สร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนในพื้นที่อย่างมหาศาล และยิ่ง AI มีการขยายตัวมากเท่าไหร่ เราจะต้องมีตู้เซิร์ฟเวอร์มากขึ้น และระบบที่ทำงานหนักขึ้น ปริมาณความร้อนก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเป็นเงาตามตัว

ศูนย์ข้อมูล 1 ใน 7 แห่งของ Amazon ตั้งอยู่ในเมืองแอชเบิร์น รัฐเวอร์จิเนีย: ที่มาภาพ Nathan Howard

รายงาน Energy and AI ของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า พลังงานไฟฟ้าเกือบทั้งหมดที่อุปกรณ์ไอทีในศูนย์ข้อมูลใช้ไป จะแปรสภาพกลายเป็นความร้อนในท้ายที่สุด ทำให้ผู้ให้บริการหลายรายตระหนักถึงผลกระทบ และกำลังเร่งสร้างสรรค์นวัตกรรมดักจับความร้อน เพื่อนำความร้อนเหล่านี้กลับมาหมุนเวียนใช้ประโยชน์ แทนที่จะปล่อยทิ้งไปในอากาศเปล่า ๆ เหมือนกับคอมเพรสเซอร์แอร์นอกระเบียงห้อง คำถามสำหรับวิศวกรและนักวางแผนในตอนนี้คือ เราจะเอาความร้อนพวกนี้ไปทำอะไรได้บ้าง? ซึ่งคำตอบที่ได้ก็น่าทึ่งและหลากหลาย ตั้งแต่การสร้างความอบอุ่นให้บ้านเรือน อบแห้งเศษไม้ ปลูกมะเขือเทศ ไปจนถึงนวัตกรรมที่ฟังดูไม่น่าเป็นไปได้อย่างการนำความร้อนนี้ย้อนกลับไปทำความเย็นให้กับตัวศูนย์ข้อมูลอีกทีหนึ่งจากกรณีศึกษาของต่างประเทศกันบ้าง

ศูนย์ข้อมูลสามารถเป็นฮีตเตอร์ยักษ์ แจกจ่ายความอบอุ่นให้กับเมืองหนาว

รูปแบบการใช้งานที่เติบโตเต็มที่และเห็นภาพชัดเจนที่สุดคือ ระบบทำความร้อนแบบรวมศูนย์ (District Heating) โดยเฉพาะในยุโรปที่มีโครงข่ายท่อส่งน้ำร้อนใต้ดินที่ครอบคลุมพื้นที่มหาศาล และมีฉนวนกันความร้อนที่ดีเป็นทุนเดิม IEA ประเมินว่าภายในปี 2030 ขยะความร้อนจาก Data Center อาจตอบสนองความต้องการความร้อนได้ถึง 300 เทราวัตต์-ชั่วโมง หรือคิดเป็นราว 10% ของความต้องการพลังงานความร้อนในอาคารของทั้งทวีปยุโรป ระบบหล่อเย็นด้วยของเหลว สามารถผลิตน้ำร้อนในระดับ 40–80 องศาเซลเซียส ซึ่งส่งตรงเข้าสู่โครงข่ายทำความร้อนได้ทันที ขณะที่ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศอาจต้องพึ่งพาปั๊มความร้อนเพื่อช่วยเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้นอีกสักนิด พอที่จะใช้งานได้

อาจกล่าวได้ว่ากรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เป็นโมเดลต้นแบบของเรื่องนี้ แพลตฟอร์ม Open District Heating ของเมืองได้เชื่อมต่อศูนย์ข้อมูลกว่า 30 แห่งจากบริษัทผู้ให้บริการ 16 รายเข้าด้วยกัน เปิดทางให้ผู้ประกอบการทั้งหลายนี้สามารถ "ขาย" ขยะความร้อนภายใต้สัญญามาตรฐานที่อิงตามอุณหภูมิ สร้างรายได้ราว 2 ล้านโครนาสวีเดนต่อเมกะวัตต์ต่อปี ราวกับเป็นมายากลทางธุรกิจที่เปลี่ยนรายจ่ายค่าทำความเย็นให้กลายเป็นรายรับ

ศูนย์ข้อมูลของ DigiPlex ในสตอกโฮล์ม สามารถสร้างความร้อนที่หล่อเลี้ยงอพาร์ตเมนต์ได้ถึง 10,000 ห้อง ส่วนศูนย์ข้อมูลของ Amazon ในเมืองดับลิน ไอร์แลนด์ ก็นำความร้อนจากเซิร์ฟเวอร์ไปหมุนเวียนสร้างความอบอุ่นให้อาคารสาธารณะพื้นที่กว่า 500,000 ตารางฟุต รวมถึงอะพาร์ตเมนต์อีกนับร้อยแห่ง ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากระบบพยายามหล่อเย็นแบบเดิมได้ถึง 1,400 ตันต่อปี ในขณะเดียวกัน Microsoft ในฟินแลนด์ก็เตรียมโปรเจกต์ใหญ่ส่งมอบความร้อนให้ประชากรราว 250,000 คน และศูนย์ข้อมูลของ Google ในเมืองฮามินาก็บริจาคขยะความร้อนที่ดักจับได้กว่า 80% ให้กับชุมชนแบบให้เปล่า ๆ ไม่คิดเงิน

อาคารระบบความร้อนแบบรวมศูนย์ของหนึ่งในศูนย์ข้อมูลของ Amazon ใช้สำหรับแพร่กระจายความร้อนไปยังอาคารอื่น : ที่มาภาพ Echo.ie

ทั้งหมดนี้ย่อมไม่ใช่แค่การกุศล การดักจับความร้อนและสร้างระบบส่งต่อต้องใช้ต้นทุนระดับหนึ่ง โดย IEA ประเมินต้นทุนการดักจับและส่งมอบความร้อนจาก Data Center ไว้ที่ประมาณ 190,000–250,000 ยูโรต่อเมกะวัตต์ ซึ่งถูกกว่าการสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ใช้แก๊สธรรมชาติ (ที่ต้องใช้เงินสูงกว่า 730,000 ยูโรต่อเมกะวัตต์) อย่างมหาศาล ปัจจุบันประเทศอย่างเยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และข้อบังคับด้านประสิทธิภาพพลังงานของสหภาพยุโรป (EU Directive) ได้ออกกฎหมายหรือมีมาตรการบังคับให้ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่แห่งใหม่ทุกแห่งต้องมีระบบนำความร้อนกลับมาใช้ประโยชน์ เปลี่ยนสิ่งที่เคยเป็นการทดลองของกลุ่มประเทศนอร์ดิก ให้กลายเป็นมาตรฐานข้อบังคับทางกฎหมายของโลกสมัยใหม่ไปแล้ว

ใช้ความร้อน สร้างความเย็น

อีกหนึ่งการประยุกต์ขยะความร้อนที่อาจฟังดูขัดความรู้สึกคือการนำขยะความร้อนมาขับเคลื่อนระบบทำความเย็นเสียเอง โดยเทคโนโลยีที่เรียกว่า เครื่องทำความเย็นแบบดูดซึม (Absorption and Adsorption Chillers) ซึ่งเป็นดั่งคอมเพรสเซอร์ที่ไม่ใช้ไฟฟ้า แต่ใช้ปฏิกิริยาเคมีแทน ความร้อนส่วนหนึ่งจะไประเหยน้ำในท่อสุญญากาศ ซึ่งจะลดอุณหภูมิตัวเซิร์ฟเวอร์ได้มาก จากนั้นไอน้ำที่ระเหยแยกไปจะถูกดูดซับโดยเกลือลิเทียมโบรไมด์ ที่ทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำ เมื่อฟองน้ำชุ่มน้ำจนดูดต่อไม่ไหว ระบบจะดึงเอาความร้อนที่เหลือจากเซิร์ฟเวอร์มาใช้ต้มไล่ความชื้นให้เกลือลิเทียมโบรไมด์กลับมาแห้งสนิทและพร้อมดูดซับไอน้ำใหม่ ไอน้ำที่แยกออกจากเกลือจะถูกนำไปควบแน่นเป็นน้ำเหลวด้วยความเย็นจัดที่เกิดจากการระเหยของน้ำในท่อสุญญากาศอีกที เกิดเป็นวงจรปิดที่นำขยะความร้อนมาเป็นเชื้อเพลิงสร้างความเย็นได้อย่างต่อเนื่องโดยแทบไม่ต้องใช้ไฟฟ้าเลย  

การทำงานของเครื่องทำความเย็นแบบดูดซึม : ที่มาภาพ Thunder Said Energy

กรณีศึกษาในเมืองกว่างโจว ประเทศจีน พบว่าเครื่องทำความเย็นแบบดูดซึมที่ใช้ลิเทียมโบรไมด์-น้ำแบบ 3 ขั้นตอน ซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้กับความร้อนระดับต่ำมากที่ราว 50 องศาเซลเซียส สามารถลดภาระการใช้ไฟฟ้าในการทำความเย็นลงได้กว่า 80% ปัจจุบันเทคโนโลยีกลุ่มนี้กำลังถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในฐานะตัวช่วยลดภาระค่าไฟมหาศาลของศูนย์ข้อมูล

เครื่องทำความเย็นแบบดูดซึม สำหรับศูนย์ข้อมูลต่าง ๆ : ที่มาภาพ Western Mechanical, Inc.

แบบจำลองการศึกษาชิ้นหนึ่งในสหรัฐฯ ประเมินว่า หากนำขยะความร้อนจากศูนย์ข้อมูลทั่วประเทศมาใช้ จะสามารถหล่อเลี้ยงพื้นที่โรงเรือนกระจกได้ถึง 30,000 - 45,000 เฮกตาร์ (ราว 1.8 - 2.8 แสนไร่) ซึ่งเพียงพอที่จะปลูกมะเขือเทศได้ 2.7 - 5.3 ล้านตัน มากพอที่จะแทนที่การผลิตมะเขือเทศสดในประเทศได้ทั้งหมด

ซึ่งก็มีการทดลองขนาดเล็กที่ช่วยยืนยันว่าอาจเป็นไปได้ โดยเรือนกระจกบนดาดฟ้าในกรุงเฮลซิงกิ ใช้ความร้อนจากตู้เซิร์ฟเวอร์มาช่วยยืดฤดูกาลเพาะปลูกพริก ขณะที่งานวิจัยในเกาหลีใต้ได้จำลองเรือนปลูกสตรอว์เบอร์รีที่รับความร้อนจากน้ำร้อนที่ปั๊มมาจากศูนย์ข้อมูล ซึ่งช่วยแก้ปัญหาการตกต่ำลงของประสิทธิภาพที่มักเกิดกับปั๊มความร้อนแบบอากาศในช่วงฤดูหนาวได้

ในแง่ของการนำความร้อนมาอบแห้งนั้นทำได้ง่ายกว่ามาก เพราะต้องการเพียงอากาศที่ร้อนและแห้ง ไม่จำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิให้เป๊ะมาก ศูนย์ข้อมูล EcoDataCenter ในเมืองฟาลุน สวีเดน มีแผนจะใช้ขยะความร้อนสูงถึง 10 เมกะวัตต์เพื่ออบแห้งขี้เลื่อยสำหรับการผลิตเม็ดเชื้อเพลิงไม้ (Wood pellet) ส่วนศูนย์ข้อมูล ICE ในเมืองบูดเดน ก็กำลังทดสอบการใช้ลมร้อนจากเซิร์ฟเวอร์เป่าแห้งเศษไม้บนสายพานลำเลียง นอกเหนือจากอุตสาหกรรมไม้แล้ว ผู้เชี่ยวชาญยังมองเห็นศักยภาพในการอบแห้งเมล็ดกาแฟ ใบชา สาหร่าย และกล้วยแผ่น ซึ่งอาจช่วยลดการสูญเสียผลผลิตทางการเกษตรที่เน่าเสียระหว่างทางในแอฟริกาได้ถึง 30% หรือแม้แต่ในญี่ปุ่น White Data Center บนเกาะฮอกไกโด ก็นำน้ำอุ่นจากกระบวนการหล่อเย็นไปใช้ในฟาร์มเลี้ยงปลาไหลได้สำเร็จ

การนำขยะความร้อนจากศูนย์ข้อมูลไปใช้ก็มีข้อจำกัดทางฟิสิกส์ที่เราต้องยอมรับ ขยะความร้อนนี้เป็นความร้อนระดับต่ำ (Low-grade heat) ซึ่งมักจะมีอุณหภูมิที่แหล่งกำเนิดราว ๆ 30–50 องศาเซลเซียสเท่านั้น เหมือนเวลาที่โทรศัพท์หรือซีพียูและการ์ดจอของคุณร้อนเวลาเล่นเกมส์หนัก ๆ แต่เปลี่ยนเป็นตู้เซิร์ฟเวอร์ปริมาณมหาศาลแทน ซึ่งความร้อนที่ส่งมากับท่อลำเลี้ยงน้ำบุฉนวนความร้อน ก็เพียงพอที่จะทำให้บ้าน เรือนกระจก หรือห้องอบแห้งที่ไม่อยู่ห่างไกลจากศูนย์ข้อมูลมากเกินไปอุ่นขึ้นได้ เพราะยิ่งน้ำร้อนต้องเดินทางไกลจากแหล่งความร้อนมากเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งเสียความร้อน แม้จะอยู่ในท่อฉนวนที่ดีแค่ไหนก็ตาม ซึ่งเป็นเหตุที่ต้องใช้ปั๊มความร้อนช่วย และต้องมีการวางผังเมืองอย่างระมัดระวัง โปรเจกต์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดจึงมักตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีโครงสร้างท่อส่งน้ำร้อนแบบพื้นฐานอยู่แล้ว หรืออยู่ติดกับภาคอุตสาหกรรม

ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือการที่มันกำลังพลิกมุมมองที่เรามีต่อศูนย์ข้อมูลไปโดยสิ้นเชิง จากเดิมที่มันเคยเปรียบเป็นดั่งวิหารของโลกสมัยใหม่ที่กลืนไฟฟ้ามหาศาลแล้วคายความร้อนทิ้งอย่างไร้ค่า แต่ในอนาคตที่แสนใกล้มันกำลังถูกนับรวมเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานเมืองเขตอบอุ่นและเขตหนาว ไม่ต่างจากโรงไฟฟ้าหรือโรงบำบัดน้ำที่มีทั้งสิ่งที่ต้องใช้และสิ่งที่พอจะแบ่งปันคืนให้ชุมชนรอบข้างได้


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS


ที่มาข้อมูล : iea, iea, google, microsoft, microsoft


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

ศูนย์ข้อมูล & คลาวด์
เขียนโดย

เด็กวิทย์หัวใจศิลป์ ที่ตามความฝันด้วยการใช้ศิลปะเพื่อการสื่อสารวิทยาศาสตร์

บทความที่เกี่ยวข้อง

Google SynthID Detector ตรวสอบลายน้ำ ภาพ คลิปวิดีโอ เสียง ที่สร้างจาก AIAI

Google SynthID Detector ตรวสอบลายน้ำ ภาพ คลิปวิดีโอ เสียง ที่สร้างจาก AI

Google DeepMind พัฒนา Google SynthID เปิดให้ผู้ใช้ทั่วโลกตรวจสอบเนื้อหาภาพ วิดีโอ เสียง และข้อความที่สร้างโดย AI ช่วยสร้างความโปร่งใสในการใช้งาน AI

10 ต.ค. 69|2 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
เมื่อ GPT-6 สามารถแก้ปัญหาโจทย์ Navier–Stokes Millennium Prize ได้สำเร็จAI

เมื่อ GPT-6 สามารถแก้ปัญหาโจทย์ Navier–Stokes Millennium Prize ได้สำเร็จ

ล่าสุดหลังเปิดตัวโมเดล GPT-6 Astra ได้ไม่นาน ทาง OpenAI ได้ประกาศความสำเร็จของโมเดลว่าสามารถพิสูจน์โจทย์ Navier–Stokes Millennium Prize ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

21 ก.ย. 69|21 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
ทรัมป์ประกาศตั้ง “กองกำลัง AI” ไม่ยอมให้ขัดขวางการเติบโตเทคโนโลยีAI

ทรัมป์ประกาศตั้ง “กองกำลัง AI” ไม่ยอมให้ขัดขวางการเติบโตเทคโนโลยี

"ทรัมป์" ประกาศ เตรียมตั้ง “กองกำลัง AI” ช่วยเหลือ กำกับดูแลการขยายตัวของเทคโนโลยี ลั่นไม่ยอมให้ใครขัดขวางการเติบโตของอุตสาหกรรม พร้อมชวนประชาชนโหวตเปลี่ยนชื่อ AI ใหม่

20 ก.ย. 69|20 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
พีก ธ.ค. นี้! ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และจะอยู่จนถึง ก.พ. ปีหน้าสิ่งแวดล้อม

พีก ธ.ค. นี้! ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และจะอยู่จนถึง ก.พ. ปีหน้า

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
หมอตัวจิ๋วในร่างกาย ส่องการพัฒนาหุ่นยนต์จิ๋ว สู่การรักษาโรคร้ายในอนาคตเทคโนโลยี

หมอตัวจิ๋วในร่างกาย ส่องการพัฒนาหุ่นยนต์จิ๋ว สู่การรักษาโรคร้ายในอนาคต

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศวิทยาศาสตร์

กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศ

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!วิทยาศาสตร์

เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!

11 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
WeatherNext 3 คืออะไร ? AI พยากรณ์อากาศใหม่จาก Google แม่นขึ้น อัปเดตทุกชั่วโมงAI

WeatherNext 3 คืออะไร ? AI พยากรณ์อากาศใหม่จาก Google แม่นขึ้น อัปเดตทุกชั่วโมง

30 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
Pathumma Connect อัปเกรดจากโมเดล AI ภาษาไทย สู่ Agentic AI เพื่อภาครัฐและประชาชนAI

Pathumma Connect อัปเกรดจากโมเดล AI ภาษาไทย สู่ Agentic AI เพื่อภาครัฐและประชาชน

16 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
AI กำลังจะฉลาดเกินควบคุม ทั้งพัฒนาตัวเอง เรียนรู้เองได้ เสี่ยงล้างบางมนุษย์ได้จริง ๆAI

AI กำลังจะฉลาดเกินควบคุม ทั้งพัฒนาตัวเอง เรียนรู้เองได้ เสี่ยงล้างบางมนุษย์ได้จริง ๆ

16 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
2 บริษัท AI ยักษ์สะเทือน เมื่อนักพัฒนา AI แห่ลาออก เพราะอาจสร้าง AI ที่ทรงพลังเกินไปAI

2 บริษัท AI ยักษ์สะเทือน เมื่อนักพัฒนา AI แห่ลาออก เพราะอาจสร้าง AI ที่ทรงพลังเกินไป

16 ก.ย. 69
อ่านต่อ →