ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

นักวิทย์ยัน! “ภาวะโลกร้อน” รุนแรงขึ้นอย่างมาก อุณหภูมิโลกอาจสูงเกิน 1.5 องศาฯ ก่อนปี 2030

26 ส.ค. 698 นาที26 ส.ค. 69

งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Geophysical Research Letters ทำการศึกษาโดย สถาบันวิจัยผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งพอตส์ดัม (PIK) พบว่า “ภาวะโลกร้อน” รุนแรงขึ้นอย่างมาก

ขนาดตัวอักษร

สิ่งยืนยัน ภาวะโลกร้อนรุนแรงขึ้นจริง! งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Geophysical Research Letters ทำการศึกษาโดย สถาบันวิจัยผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งพอตส์ดัม (PIK) พบว่า “ภาวะโลกร้อน” รุนแรงขึ้นอย่างมาก หลังจากตัดผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ การระเบิดของภูเขาไฟ และวัฏจักรของดวงอาทิตย์ออกไปแล้ว แต่โลกยังมีอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 0.35 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษ ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงปี 1970-2015 ที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นเพียงประมาณ 0.2 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษ ซึ่งการเร่งตัวขึ้นนี้ เริ่มต้นเห็นได้ชัดเจนในปี 2015 เป็นต้นมา โดยปรากฏหลักฐานในชุดข้อมูลอุณหภูมิโลกหลักห้าชุดด้วยความแม่นยำทางสถิติมากกว่า 98%

จากการวิเคราะห์ของ Potsdam Institute for Climate Impact Research (PIK) ประเทศเยอรมัน เผยว่า ภาวะโลกร้อนเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ประมาณปี 2015 หลังจากตัดผลกระทบจากความผันผวนของอุณหภูมิตามธรรมชาติออกไปแล้ว ทีมวิจัยพบหลักฐานทางสถิติที่สำคัญเป็นครั้งแรกว่า อัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในระยะยาวของโลกกำลังเร่งตัวขึ้น

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 0.35 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษ ขึ้นอยู่กับชุดข้อมูลที่ใช้ เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว อัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่ปี 1970-2015 อยู่ที่ต่ำกว่า 0.2 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษเล็กน้อย อัตราการเพิ่มขึ้นล่าสุดนี้สูงกว่าทศวรรษใด ๆ ก่อนหน้านี้ นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกอุณหภูมิด้วยเครื่องมือในปี 1880

ภาวะโลกร้อนทำให้เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ภาพจาก NOAA

ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์สามารถแยกแยะสัญญาณภาวะโลกร้อนระยะยาวได้แล้ว

Grant Foster ผู้เชี่ยวชาญด้านสถิติจากสหรัฐฯ และผู้ร่วมเขียนงานวิจัยครั้งนี้ กล่าวว่า ขณะนี้ทีมวิจัยสามารถแสดงให้เห็นถึงการเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนและมีนัยสำคัญทางสถิติของภาวะโลกร้อนนับตั้งแต่ประมาณปี 2015 โดยทีมวิจัยกรองอิทธิพลทางธรรมชาติที่ทราบกันดีในข้อมูลการสังเกตการณ์ออกไป เพื่อลด “สัญญาณรบกวน” ทำให้สัญญาณภาวะโลกร้อนในระยะยาวที่แท้จริงปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ในข้อมูลสภาพภูมิอากาศ “สัญญาณรบกวน” หมายถึง การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิในระยะสั้นที่อาจบดบังหรือทำให้แนวโน้มพื้นฐานดูเกินจริงไปชั่วคราว เช่น ปรากฏการณ์เอลนีโญสามารถผลักดันอุณหภูมิโลกให้สูงขึ้นในช่วงเวลาจำกัด โดยการปล่อยความร้อนจากมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนสู่ชั้นบรรยากาศ หรือการปะทุของภูเขาไฟอาจมีผลตรงกันข้ามโดยการส่งอนุภาคเข้าสู่ชั้นบรรยากาศที่สะท้อนแสงแดด ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงของดวงอาทิตย์ก็สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเล็ก ๆ ได้เช่นกัน

ดังนั้น เพื่อแยกอิทธิพลชั่วคราวเหล่านี้ออกจากแนวโน้มภาวะโลกร้อนในวงกว้าง ทีมวิจัยจึงได้วิเคราะห์ข้อมูลการวัดจากชุดข้อมูลอุณหภูมิโลกที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย 5 ชุด ได้แก่ NASA, NOAA, HadCRUT, Berkeley Earth และ ERA5

ผลกระทบในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ได้แก่ ไฟป่าที่เกิดขึ้นบ่อยขึ้น ภัยแล้งที่ยาวนานขึ้นในบางภูมิภาค และความรุนแรงของลมและปริมาณน้ำฝนจากพายุหมุนเขตร้อนที่เพิ่มขึ้น ภาพซ้าย - Mike McMillan/USFS, กลาง - Tomas Castelazo / Wikimedia Commons / CC BY-SA 4.0, ขวา - NASA

Stefan Rahmstorf นักวิจัยของ PIK และผู้เขียนหลักการศึกษาครั้งนี้ กล่าวอธิบายว่า จากข้อมูลที่ปรับปรุงแล้วแสดงให้เห็นถึงการเร่งตัวขึ้นของภาวะโลกร้อนตั้งแต่ปี 2015 ด้วยความแม่นยำทางสถิติมากกว่า 98% ซึ่งสอดคล้องกันในทุกชุดข้อมูลที่ตรวจสอบ และไม่ขึ้นอยู่กับวิธีการวิเคราะห์ที่เลือกใช้

จากค่าความแน่นอนทางสถิติที่มากกว่า 98% หมายความว่า ทีมวิจัยพบหลักฐานที่แน่ชัดว่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่ผลจากความผันแปรแบบสุ่มของข้อมูล รูปแบบโดยรวมเดียวกันปรากฏในบันทึกอุณหภูมิทั้งห้าชุด แม้ว่าชุดข้อมูลจะผลิตโดยองค์กรทางวิทยาศาสตร์ที่แตกต่างกันและใช้วิธีการที่แตกต่างกันบ้างก็ตาม

หลังจาก ทีมวิจัยปรับค่าสำหรับปรากฏการณ์เอลนีโญ และช่วงที่ดวงอาทิตย์มีผลกระทบกับสภาพอากาศโลกสูงสุดแล้ว อุณหภูมิที่สูงผิดปกติในปี 2023 และ 2024 ก็ลดลงเล็กน้อยในการวิเคราะห์ แต่ถึงกระนั้น ทั้ง 2 ปีก็ยังคงเป็นสองปีที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลด้วยเครื่องมือวัด

ภัยแล้ง ภาวะล้มละลายด้านน้ำ ภาพจาก AFP

การวิจัยครั้งนี้ไม่ได้ระบุสาเหตุ

การวิจัยนี้ออกแบบมาเพื่อตรวจจับและวัดความเร่งเชิงสถิติ ไม่ใช่เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเร่งตัวดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า แบบจำลองสภาพภูมิอากาศสามารถสร้างช่วงเวลาที่อัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเร่งตัวขึ้นได้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ อัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมินั้นสอดคล้องกับช่วงพฤติกรรมที่แสดงในแบบจำลองสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน

แบบจำลองสภาพภูมิอากาศ คือการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ที่ใช้กฎทางฟิสิกส์ในการประเมินว่าบรรยากาศ มหาสมุทร น้ำแข็ง และพื้นดินจะตอบสนองต่อก๊าซเรือนกระจกและอิทธิพลอื่น ๆ อย่างไร ซึ่งแบบจำลองเหล่านี้ไม่ได้ทำนายความผันผวนระยะสั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ก็ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ประเมินรูปแบบสภาพภูมิอากาศในระยะยาว และการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้

 

หากแนวโน้มโลกร้อนยังสูงขึ้นเช่นนี้ อุณหภูมิโลกอาจสูงเกินเกณฑ์ 1.5 องศาเซลเซียส ก่อนปี 2030

Stefan Rahmstorf อธิบายเพิ่มเติมว่า หากอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในช่วง 10 ปีที่ผ่านมายังคงดำเนินต่อไป จะส่งผลให้เกินขีดจำกัด 1.5 องศาเซลเซียส ของข้อตกลงปารีสในระยะยาวก่อนปี 2030 โดยความเร็วในการเพิ่มขึ้นของโลกในอนาคตนั้น ขึ้นอยู่กับว่าพวกเราจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากเชื้อเพลิงฟอสซิลทั่วโลกให้เหลือศูนย์ได้เร็วแค่ไหน

ขีดจำกัด 1.5 องศาเซลเซียส หมายถึงเป้าหมายในการจำกัดภาวะโลกร้อนในระยะยาวไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียสเหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม การที่อุณหภูมิสูงกว่าระดับนั้นเพียงปีเดียวไม่ได้หมายความว่าเกณฑ์ของข้อตกลงปารีสได้ถูกละเมิดอย่างถาวร นักวิทยาศาสตร์มุ่งเน้นไปที่ภาวะโลกร้อนที่คงอยู่ต่อเนื่องในระยะยาวมากกว่า

ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า โลกอาจกำลังร้อนขึ้นเร็วเป็นอย่างมาก ซึ่งการเร่งตัวขึ้นนี้จะดำเนินต่อไปหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในอนาคตจากการใช้ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ

ทำไม? พวกเราต้องช่วยกันลดปัญหาโลกร้อนอย่างเร่งด่วน

สภาพภูมิอากาศรอบตัวของพวกเราทุกคนกำลังเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ พวกเราจึงจำเป็นต้องลดภาวะโลกร้อน เพื่อปกป้องสุขภาพของพวกเราเอง รักษาแหล่งอาหาร และป้องกันการเปลี่ยนแปลงที่ร้ายแรงต่อโลก

การปกป้องสุขภาพและชีวิต

      - ความร้อนจัด: อุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้เกิดคลื่นความร้อนที่เป็นอันตราย ซึ่งคุกคามชีวิตมนุษย์และเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง

      - มลพิษทางอากาศ: การลดก๊าซเรือนกระจกและสารมลพิษ อาจทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรนับล้านคนจากอากาศที่ไม่สะอาด

การจัดหาอาหารและน้ำ

      - ผลผลิตทางการเกษตรไม่คงที่: สภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้และภัยแล้งทำลายพืชผล ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนอาหารและราคาสูงขึ้น

      - การขาดแคลนน้ำ: การลดภาวะโลกร้อน จะทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงในพื้นที่เปราะบาง

การป้องกันภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อม

      - ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น: การละลายของแผ่นน้ำแข็งทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น คุกคามบ้านเรือนและเมืองชายฝั่ง

      - การสูญเสียถิ่นที่อยู่: สภาพอากาศสุดขั้ว แล้งจัด น้ำท่วม น้ำทะเลที่อุ่นขึ้น จะส่งผลกระทบต่อ ผู้คน ป่าไม้ แนวปะการัง และสัตว์ป่า

แต่ตอนนี้พวกเราทุกคนยังมีเวลาช่วยกันลดโลกร้อน ก่อนจะสายเกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่รุนแรงกว่านี้ โดยการจำกัดอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียส (2.7 องศาฟาเรนไฮต์) ทุกฝ่ายทั่วโลกต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังให้เห็นรูปธรรมตั้งแต่วันนี้…


📌อ่าน : พายุขนาดใหญ่เกิดขึ้นจากโลกร้อน อาจเปลี่ยนแปลงฤดูฝนในเขตร้อนอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

📌อ่าน : ทำไมโลกเผชิญภัยความหนาวเย็นสุดขั้วหนักขึ้น สวนทางกับอุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้น

📌อ่าน : โลกร้อน! อาจเกิด “แผ่นดินไหว” บ่อยขึ้น เหตุระดับน้ำทะเลเปลี่ยนแปลง-ธารน้ำแข็งละลาย

📌อ่าน : ไทยจะจอดหรือรอด? ในวันโลกเดือด ต้องใช้เทคโนโลยีไหนรับมือ


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS


ที่มาข้อมูล: agupubs, edf, worldwildlife, ccacoalition, ucs 


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

"เซบา บาสตี้" นิสิตสาขาวิชาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมพ์ ม.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส คนทำงานด้านการเขียน : Specialist Contents / Journalist / Writer / Creative Copywriter / Proofreader Lover

บทความที่เกี่ยวข้อง

อุณหภูมิโลกสูงขึ้น! โลกเปลี่ยนรูปร่าง ส่งผลต่อการหมุนรอบตัวเอง ปี 2029 หนึ่งนาที อาจเหลือ 59 วิฯสิ่งแวดล้อม

อุณหภูมิโลกสูงขึ้น! โลกเปลี่ยนรูปร่าง ส่งผลต่อการหมุนรอบตัวเอง ปี 2029 หนึ่งนาที อาจเหลือ 59 วิฯ

ชวนลดโลกร้อน เพราะ “โลกร้อน” ส่งผลกระทบที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง เนื่องจากทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น เป็นผลให้ “โลก” กำลังเปลี่ยนรูปร่างทางกายภาพและแบนราบน้อยลง

18 ก.ย. 69|18 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
ฤทธิ์เอลนีโญ 2026! ปีนี้ยังไม่มีพายุเฮอร์ริเคนเกิดขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติก แต่แปซิฟิกกลับเพิ่มขึ้นสิ่งแวดล้อม

ฤทธิ์เอลนีโญ 2026! ปีนี้ยังไม่มีพายุเฮอร์ริเคนเกิดขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติก แต่แปซิฟิกกลับเพิ่มขึ้น

อธิบายด้วยวิทยาศาสตร์! ปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงเป็นพิเศษในปีนี้ ส่งผลให้ ณ ตอนนี้ยังไม่มีพายุเฮอริเคนเกิดขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกเลยแม้แต่ลูกเดียว แต่การเกิดพายุในมหาสมุทรแปซิฟิกกลับเพิ่มขึ้น ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น มาหาคำตอบในเรื่องนี้กัน

16 ก.ย. 69|16 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
ทำไม? การคาดการณ์ปรากฏการณ์เอลนีโญและผลกระทบแบบเป๊ะ ๆ จึงเป็นเรื่องยากสิ่งแวดล้อม

ทำไม? การคาดการณ์ปรากฏการณ์เอลนีโญและผลกระทบแบบเป๊ะ ๆ จึงเป็นเรื่องยาก

ปรากฏการณ์เอลนีโญ 2026 มาถึงแล้ว! โดย NOAA เตือนว่า มีแนวโน้มที่จะรุนแรงกว่าปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งใด ๆ ที่เคยบันทึกไว้ในรอบอย่างน้อย 150 ปี

14 ก.ย. 69|14 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
อุตสาหกรรม AI คือกำลังสำคัญ! ช่วยดันเศรษฐกิจโลกโต 3%AI

อุตสาหกรรม AI คือกำลังสำคัญ! ช่วยดันเศรษฐกิจโลกโต 3%

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
พีก ธ.ค. นี้! ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และจะอยู่จนถึง ก.พ. ปีหน้าสิ่งแวดล้อม

พีก ธ.ค. นี้! ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และจะอยู่จนถึง ก.พ. ปีหน้า

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
หมอตัวจิ๋วในร่างกาย ส่องการพัฒนาหุ่นยนต์จิ๋ว สู่การรักษาโรคร้ายในอนาคตเทคโนโลยี

หมอตัวจิ๋วในร่างกาย ส่องการพัฒนาหุ่นยนต์จิ๋ว สู่การรักษาโรคร้ายในอนาคต

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศวิทยาศาสตร์

กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศ

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
ผลตรวจสุขภาพโลกล่าสุด! เราข้ามขีดจำกัดของโลก ไปแล้ว 7 ใน 9 ข้อสิ่งแวดล้อม

ผลตรวจสุขภาพโลกล่าสุด! เราข้ามขีดจำกัดของโลก ไปแล้ว 7 ใน 9 ข้อ

09 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
จับตาคลื่นความร้อนทำยุโรปร้อนจัด! สร้างสถิติใหม่ต่อเนื่อง?สิ่งแวดล้อม

จับตาคลื่นความร้อนทำยุโรปร้อนจัด! สร้างสถิติใหม่ต่อเนื่อง?

05 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
อธิบาย “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” ทำให้โลกเกิดภัยแล้งและน้ำท่วมได้อย่างไร?สิ่งแวดล้อม

อธิบาย “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” ทำให้โลกเกิดภัยแล้งและน้ำท่วมได้อย่างไร?

05 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
เปิดเหตุผล  “โตเกียว” รอดน้ำท่วม แม้ฝนตกนานถึง 34 วันสิ่งแวดล้อม

เปิดเหตุผล “โตเกียว” รอดน้ำท่วม แม้ฝนตกนานถึง 34 วัน

02 ต.ค. 69
อ่านต่อ →