ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ตัวช่วยดักจับคาร์บอน! นักวิทย์ใช้แบคทีเรีย “เร่งหินผุ” 2.6 เท่า ช่วยดึงคาร์บอนจากอากาศลงทะเล
สิ่งแวดล้อม

ตัวช่วยดักจับคาร์บอน! นักวิทย์ใช้แบคทีเรีย “เร่งหินผุ” 2.6 เท่า ช่วยดึงคาร์บอนจากอากาศลงทะเล

ขนิษฐา จันทร์ทร08 ก.ย. 695 นาที4 ชั่วโมงที่แล้ว

นักวิทย์ดัดแปลงพันธุกรรมแบคทีเรียสายพันธุ์ทะเล ให้สร้างสารดักจับสนิมเหล็กบนแร่หิน ช่วยเร่งกระบวนการกัดเซาะตามธรรมชาติถึง 2.6 เท่า เพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศลงสู่มหาสมุทร

ขนาดตัวอักษร

นักวิทย์ดัดแปลงพันธุกรรมแบคทีเรียสายพันธุ์ทะเล ให้สร้างสารดักจับสนิมเหล็กบนแร่หิน ช่วยเร่งกระบวนการกัดเซาะตามธรรมชาติถึง 2.6 เท่า เพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศลงสู่มหาสมุทร

นักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้นนวัตกรรมดักจับและกักเก็บคาร์บอนในรูปแบบใหม่ โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้ดัดแปลงพันธุกรรมจุลินทรีย์เพื่อเร่งกระบวนการทางธรณีวิทยาตามธรรมชาติ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากบรรยากาศลงสู่มหาสมุทรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อ "สนิมเหล็ก" ขวางกระบวนการดักจับคาร์บอน

ตามปกติ โลกมีกลไกเยียวยาตัวเองผ่านกระบวนการกัดพังของหินตามธรรมชาติ (Natural Rock Weathering) โดยเฉพาะเมื่อแร่ซิลิเกตอย่าง "โอลิวีน" (Olivine) สัมผัสกับน้ำและอากาศ แร่ธาตุจะค่อย ๆ ปล่อยแมกนีเซียมและเหล็กออกมา ทำปฏิกิริยากับคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ แล้วเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของสารละลายไบคาร์บอเนต (HCO3−) ที่ถูกกักเก็บไว้อย่างปลอดภัยในน้ำทะเลนานนับแสนปี

อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ของกลไกธรรมชาตินี้คือความเชื่องช้า เมื่อเหล็กหลุดออกจากเนื้อหิน จะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนกลายเป็น "สนิมเหล็ก" เคลือบอยู่บนผิวหิน เปรียบเสมือนเกราะป้องกันที่เกาะแน่นและขวางไม่ให้แร่ธาตุชั้นในย่อยสลายต่อ ส่งผลให้กระบวนการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ตามธรรมชาติต้องหยุดชะงักลง

ใช้แบคทีเรียเร่งธรรมชาติให้ทำงานเร็วขึ้น

งานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) ร่วมกับ สถาบันวิสส์ (Wyss Institute for Biologically Inspired Engineering) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature Biotechnology โดยทีมนักวิจัยนำโดย ดร. Neil Dalvie และศาสตราจารย์ Pamela Silver ได้นำแบคทีเรียสายพันธุ์ทะเลที่มีชื่อว่า Alteromonas macleodii มาทำการตัดต่อพันธุกรรม

ทีมงานวิจัยทดลองใช้แบคทีเรียเร่งการกัดกร่อนของหิน

จุลินทรีย์สายพันธุ์ธรรมชาติตามปกติจะผลิตสารโมเลกุลพิเศษเรียกว่า "ซิเดอโรฟอร์" (Siderophores) เพื่อจับและย่อยสนิมเหล็กมาเป็นอาหาร แต่เมื่อพวกมันได้รับเหล็กเพียงพอแล้ว กลไกตามธรรมชาติจะสั่งให้หยุดสร้างสารนี้ทันที ทีมนักวิจัยจึงดัดแปลงพันธุกรรมจุลินทรีย์ใหม่ เพื่อปลดล็อกกลไกดังกล่าว ทำให้แบคทีเรียสามารถผลิตสารดักจับสนิมได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่สนว่าในสิ่งแวดล้อมจะมีปริมาณเหล็กเท่าใด ผลจากการทดสอบในเครื่องปฏิกรณ์ชีวภาพระบบไหลเวียนน้ำทะเลพบว่า แบคทีเรียดัดแปลงพันธุกรรมสามารถขจัดชั้นสนิมและเร่งอัตราการกัดเซาะหินโอลิวีนได้เร็วขึ้นถึง 2.6 เท่า ส่งผลให้การเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศไปเป็นไบคาร์บอเนตในน้ำทะเลเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

ต่างจากเทคโนโลยีเดิมอย่างไร?

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีดักจับคาร์บอนจากอากาศโดยตรง (Direct Air Capture - DAC) ส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาลและมีต้นทุนการก่อสร้างสูงมาก ขณะที่วิธีการฟื้นฟูธรรมชาติด้วยการปลูกป่าก็ต้องใช้พื้นที่ดินขนาดใหญ่และมีความเสี่ยงจากไฟป่าหรือการรบกวนของมนุษย์

เทคโนโลยีการเร่งหินผุด้วยแบคทีเรีย (Microbial Enhanced Weathering) ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ผสานพลังทางชีววิทยาและธรณีวิทยาเข้าด้วยกัน ช่วยลดการพึ่งพาพลังงานภายนอก เนื่องจากแบคทีเรียใช้พลังงานเคมีจากแร่ธาตุและสารอาหารในน้ำทะเลในการเจริญเติบโต และที่สำคัญคาร์บอนที่ถูกดึงลงสู่มหาสมุทรในรูปของไบคาร์บอเนตจะมีความคงตัวสูงมาก สามารถกักเก็บไว้ได้ปลอดภัยยาวนานหลายพันปีโดยไม่รั่วซึมกลับสู่บรรยากาศ

เทคโนโลยีเร่งหินผุด้วยแบคทีเรียสายพันธุ์ทะเล

ก้าวต่อไปและการนำไปใช้งานจริง

แม้งานวิจัยนี้จะยังอยู่ในระดับห้องปฏิบัติการ แต่ผลลัพธ์ที่ได้แสดงให้เห็นว่าจุลินทรีย์สังเคราะห์สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในภารกิจกู้วิกฤตโลกร้อนได้จริง โดยเทคโนโลยีนี้อาจถูกนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกับระบบบำบัดน้ำเสียริมชายฝั่ง สถานีปรับสภาพน้ำทะเล หรือชายหาดที่มีการเร่งกัดเซาะหินเพื่อเพิ่มการดูดซับคาร์บอน

การเพิ่มประสิทธิภาพการดักจับคาร์บอนได้อย่างรวดเร็วจะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมและประเทศต่าง ๆ มีเครื่องมือในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ช่วยลดผลกระทบจากสภาวะอากาศแปรปรวน คลื่นความร้อน และระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของคนทุกคนบนโลก

การผสมผสานเทคโนโลยีชีวภาพสังเคราะห์เข้ากับกระบวนการทางธรณีวิทยา นับเป็นก้าวสำคัญที่พิสูจน์ว่าสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอย่างแบคทีเรียสามารถเป็นกำลังสำคัญในการแก้ปัญหาระดับโลกได้ แม้เทคโนโลยีนี้ยังต้องผ่านการศึกษาเรื่องความปลอดภัยทางระบบนิเวศและการขยายขนาดการใช้งานจริง แต่ก็เป็นสัญญาณอันดีที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการฟื้นฟูสมดุลของชั้นบรรยากาศโลกได้อย่างยั่งยืน

เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร

ที่มาข้อมูล: phys, wyss, interestingengineering, nature
ที่มาภาพ: wyss

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

“หอเก็บน้ำแห่งเอเชีย” สูญเสียน้ำใต้ดิน 24 พันล้านตันทุกปี เรื่องนี้บอกอะไร? คนใช้น้ำทั่วโลกสิ่งแวดล้อม

“หอเก็บน้ำแห่งเอเชีย” สูญเสียน้ำใต้ดิน 24 พันล้านตันทุกปี เรื่องนี้บอกอะไร? คนใช้น้ำทั่วโลก

งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Environmental Research Letters เผยว่า ภูเขาสูงของเอเชีย (High Mountain Asia: HMA) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หอคอยน้ำแห่งเอเชีย” (Water Tower of Asia) ภูมิภาคทางภูมิศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

08 ก.ย. 69|2 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
อากาศโลกแปรปรวนรุนแรง! ดอกไม้โผล่ขั้วโลก สัญญาณเตือนระบบนิเวศกำลังเสียสมดุลสิ่งแวดล้อม

อากาศโลกแปรปรวนรุนแรง! ดอกไม้โผล่ขั้วโลก สัญญาณเตือนระบบนิเวศกำลังเสียสมดุล

ภาพถ่ายทางดาวเทียมจากองค์การอวกาศยุโรป (ESA) และนาซา (NASA) เผยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติ เมื่อผืนทรายแห้งแล้งของทะเลทรายสะฮาราในทวีปแอฟริกา และแผ่นน้ำแข็งอันหนาวเยือกของเกาะกรีนแลนด์ กำลังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวจากการเจริญเติบโตของพืชพรรณ

06 ก.ย. 69|2 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
WMO เตือน! เตรียมรับมือ “เอลนีโญ” รุนแรงเป็นประวัติการณ์ ใกล้เข้ามาแล้วสิ่งแวดล้อม

WMO เตือน! เตรียมรับมือ “เอลนีโญ” รุนแรงเป็นประวัติการณ์ ใกล้เข้ามาแล้ว

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ได้ออกเตือนล่าสุดว่า ขณะนี้โลกของเรากำลังอยู่ใน “เขตอันตราย” ของสภาพอากาศสุดขั้ว ซึ่งเกี่ยวกับปรากฏการณ์เอลนีโญและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ต่อสภาพภูมิอากาศโลกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

05 ก.ย. 69|3 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
    ตัวช่วยดักจับคาร์บอน! นักวิทย์ใช้แบคทีเรีย “เร่งหินผุ” 2.6 เท่า ช่วยดึงคาร์บอนจากอากาศลงทะเล | Thai PBS Sci & Tech