ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

อากาศโลกแปรปรวนรุนแรง! ดอกไม้โผล่ขั้วโลก สัญญาณเตือนระบบนิเวศกำลังเสียสมดุล

06 ก.ย. 695 นาที06 ก.ย. 69

ภาพถ่ายทางดาวเทียมจากองค์การอวกาศยุโรป (ESA) และนาซา (NASA) เผยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติ เมื่อผืนทรายแห้งแล้งของทะเลทรายสะฮาราในทวีปแอฟริกา และแผ่นน้ำแข็งอันหนาวเยือกของเกาะกรีนแลนด์ กำลังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวจากการเจริญเติบโตของพืชพรรณ

ขนาดตัวอักษร

ภาพของต้นไม้ ตะไคร่น้ำ และไม้พุ่มที่ผุดขึ้นในดินแดนสุดขั้วโลกที่อาจดูเหมือนเป็นสัญญาณของการฟื้นคืนชีวิตหรือความอุดมสมบูรณ์ในสายตาของคนทั่วไป ทว่าในทางวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ปรากฏการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือน ที่สะท้อนถึงการเสียสมดุลครั้งใหญ่ของระบบนิเวศโลกอันเนื่องมาจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือที่เราเรียกกันติดปากว่าภาวะโลกรวน

ทะเลทรายสะฮาราเริ่มมีพืชโต : ที่มาภาพ r/geography 

สาเหตุหลักที่ทำให้ทะเลทรายสะฮาราเริ่มมีพืชพรรณเขียวขจีขึ้น เกิดจากความรวนของระบบลมมรสุมและร่องความกดอากาศต่ำ (ITCZ) แถบความกดอากาศต่ำบริเวณเส้นศูนย์สูตรขยับตัวขึ้นทางเหนือมากกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดพายุฝนรุนแรงและปริมาณน้ำฝนตกลงในพื้นที่แห้งแล้งที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน สถิติจากระบบเฝ้าระวังภูมิอากาศชี้ว่า ปริมาณฝนที่ตกลงมาในบางพื้นที่ของสะฮาราในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วันมีปริมาณสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งปีถึง 500% น้ำฝนมหาศาลนี้ทำให้เมล็ดพืชที่อยู่ใต้ทรายโตขึ้นอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบเป็นอย่างต่อเนื่องต่อระบบนิเวศข้ามทวีป เนื่องจากฝุ่นทรายจากสะฮาราที่เคยถูกลมพัดข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปช่วยเพิ่มธาตุอาหารสำคัญอย่างฟอสฟอรัสให้แก่ป่าฝนแอมะซอนและช่วยสะท้อนแสงอาทิตย์กลับสู่อวกาศมีปริมาณลดลง เมื่อฝุ่นทรายถูกยึดไว้ด้วยพืชและความชื้น ระบบการส่งผ่านสารอาหารระดับโลกและกลไกการบรรเทาความร้อนของบรรยากาศจึงเริ่มผิดปกติ

กรีนแลนด์มีพืชโตขึ้น : ที่มาภาพ theconversation

ในอีกมุมหนึ่งของโลก ปรากฏการณ์การเพิ่มขึ้นของพื้นที่สีเขียวบนเกาะกรีนแลนด์ เกิดจากอุณหภูมิในแถบขั้วโลกที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึงสองถึงสามเท่า ข้อมูลจากการวิจัยระยะยาวระบุว่าในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา กรีนแลนด์สูญเสียเนื้อที่แผ่นน้ำแข็งไปแล้วมากกว่า 28,700 ตารางกิโลเมตร ซึ่งถูกแทนที่ด้วยพื้นที่บึงและพืชพรรณเขียวขจีที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว การละลายของน้ำแข็งและหิมะเปิดทางให้ตะไคร่น้ำ ไม้พุ่มขนาดเล็ก และพืชท้องถิ่นเริ่มขยายพื้นที่ครอบคลุมพื้นดินที่เคยถูกแช่แข็ง แม้การเพิ่มขึ้นของพืชดูเหมือนจะช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่พืชและพื้นดินที่เปิดว่างมีความสามารถในการสะท้อนแสงอาทิตย์ (Albedo Effect) ต่ำกว่าหิมะและน้ำแข็งสีขาวเป็นอย่างมาก น้ำแข็งสีขาวสามารถสะท้อนความร้อนกลับสู่อวกาศได้ถึง 80-90% ในขณะที่พื้นดินและพืชพรรณสะท้อนความร้อนได้เพียง 10-20% เท่านั้น ส่งผลให้พื้นผิวโลกดูดซับความร้อนจากดวงอาทิตย์ไว้มากขึ้น เร่งให้อุณหภูมิในบริเวณนั้นพุ่งสูงขึ้นและทำให้น้ำแข็งละลายเร็วยิ่งขึ้นไปอีก

ความสามารถในการสะท้อนแสงอาทิตย์ (Albedo Effect) : ที่มาภาพ wikipedia

ยิ่งไปกว่านั้น การละลายของชั้นดินแช่แข็งกึ่งถาวร (Permafrost) ใต้แผ่นน้ำแข็งของกรีนแลนด์ ยังปลดปล่อยก๊าซมีเทนและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เคยถูกกักเก็บไว้มานานหลายหมื่นปีออกสู่บรรยากาศในปริมาณมหาศาล มีการประเมินว่าชั้นดินแช่แข็งทั่วโลกกักเก็บคาร์บอนไว้มากกว่าปริมาณคาร์บอนในบรรยากาศโลกปัจจุบันถึงสองเท่า ก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้ขยายวงกว้างในการเร่งให้โลกร้อนขึ้น กลายเป็นวัฏจักรที่ยากจะควบคุม ขณะเดียวกัน ปริมาณน้ำมหาศาลจากการละลายของน้ำแข็งกรีนแลนด์ ซึ่งเฉลี่ยมากกว่า 30,000 ล้านตันต่อปี ไหลลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก เข้าไปลดความเข้มข้นของน้ำเค็มและลดความหนาแน่นของน้ำทะเล ซึ่งเสี่ยงต่อการทำลายระบบการหมุนเวียนของกระแสน้ำในมหาสมุทรโลก (AMOC) ซึ่งเป็นกลไกหลักในการปรับอากาศและสภาพอากาศทั่วโลก

ชั้นดินแช่แข็งกึ่งถาวร (Permafrost) : ที่มาภาพ NRDC

ผลกระทบโดยรวมจากปรากฏการณ์ทั้งสองพื้นที่นี้ ทำให้เกิดการรวนของมรสุมในสะฮาราส่งผลให้แบบแผนของน้ำฝนและการเกษตรในแอฟริกาเหนือและภูมิภาคข้างเคียงปั่นป่วน เกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ที่ไม่เคยรับมือมาก่อน ในขณะที่น้ำแข็งกรีนแลนด์ที่ละลายอย่างรวดเร็วเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น โดยองค์กรระหว่างประเทศประเมินว่า หากแผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ละลายทั้งหมด จะทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นถึง 7 เมตร ซึ่งเพียงพอที่จะจมเมืองชายฝั่งสำคัญทั่วโลกรวมถึงกรุงเทพมหานคร

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสองภูมิภาคที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงนี้ กำลังส่งสัญญาณว่าระบบภูมิอากาศโลกได้ก้าวเข้าสู่จุดเปราะบางอย่างร้ายแรง พื้นที่ซึ่งเคยแห้งแล้งที่สุดกลับชุ่มฉ่ำจนพืชพรรณเติบโต ขณะที่พื้นที่แช่แข็งมายาวนานกลับสูญเสียหิมะจนกลายเป็นผืนดินสีเขียว การสลับขั้วทางธรรมชาตินี้ไม่ได้นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์ใหม่ แต่กำลังบั่นทอนเสถียรภาพของลมมรสุม กระแสน้ำ และการกระจายความร้อนของโลก

ภาพจำลองกรุงเทพฯ จมทะเลในปี 2050 : ที่มาภาพ The New York Times

ดังนั้น สีเขียวที่ปรากฏขึ้นในพื้นที่แห้งแล้งและพื้นที่ขั้วโลก จึงไม่ใช่สัญลักษณ์ของความหวังหรือความสมบูรณ์ หากแต่เป็นบาดแผลฉกรรจ์ที่สะท้อนว่าระบบภูมิอากาศของโลกกำลังถูกรบกวนอย่างรุนแรง การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า หากมนุษย์ยังคงปล่อยให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกดำเนินต่อไปโดยไร้การควบคุม ธรรมชาติจะตอบโต้ด้วยการเปลี่ยนโฉมหน้าของโลก ทำให้ส่งผลกระทบกลับมาทำลายวิถีชีวิตและการดำรงอยู่ของมนุษยชาติในที่สุด


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS


ที่มาข้อมูล : sciencedirect, weatherimpact, nature, issibern, NASA


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

ผู้ที่สนใจการใช้วิทยาศาสตร์มาผลักดันสิ่งแวดล้อมและสังคม ไม่ว่าจะเป็นการทำงานวิจัยหรือการสื่อสารวิทยาศาสตร์

บทความที่เกี่ยวข้อง

อุณหภูมิโลกสูงขึ้น! โลกเปลี่ยนรูปร่าง ส่งผลต่อการหมุนรอบตัวเอง ปี 2029 หนึ่งนาที อาจเหลือ 59 วิฯสิ่งแวดล้อม

อุณหภูมิโลกสูงขึ้น! โลกเปลี่ยนรูปร่าง ส่งผลต่อการหมุนรอบตัวเอง ปี 2029 หนึ่งนาที อาจเหลือ 59 วิฯ

ชวนลดโลกร้อน เพราะ “โลกร้อน” ส่งผลกระทบที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง เนื่องจากทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น เป็นผลให้ “โลก” กำลังเปลี่ยนรูปร่างทางกายภาพและแบนราบน้อยลง

18 ก.ย. 69|18 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
ฤทธิ์เอลนีโญ 2026! ปีนี้ยังไม่มีพายุเฮอร์ริเคนเกิดขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติก แต่แปซิฟิกกลับเพิ่มขึ้นสิ่งแวดล้อม

ฤทธิ์เอลนีโญ 2026! ปีนี้ยังไม่มีพายุเฮอร์ริเคนเกิดขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติก แต่แปซิฟิกกลับเพิ่มขึ้น

อธิบายด้วยวิทยาศาสตร์! ปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงเป็นพิเศษในปีนี้ ส่งผลให้ ณ ตอนนี้ยังไม่มีพายุเฮอริเคนเกิดขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกเลยแม้แต่ลูกเดียว แต่การเกิดพายุในมหาสมุทรแปซิฟิกกลับเพิ่มขึ้น ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น มาหาคำตอบในเรื่องนี้กัน

16 ก.ย. 69|16 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
WMO เตือน! เตรียมรับมือ “เอลนีโญ” รุนแรงเป็นประวัติการณ์ ใกล้เข้ามาแล้วสิ่งแวดล้อม

WMO เตือน! เตรียมรับมือ “เอลนีโญ” รุนแรงเป็นประวัติการณ์ ใกล้เข้ามาแล้ว

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ได้ออกเตือนล่าสุดว่า ขณะนี้โลกของเรากำลังอยู่ใน “เขตอันตราย” ของสภาพอากาศสุดขั้ว ซึ่งเกี่ยวกับปรากฏการณ์เอลนีโญและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ต่อสภาพภูมิอากาศโลกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

05 ก.ย. 69|05 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
พีก ธ.ค. นี้! ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และจะอยู่จนถึง ก.พ. ปีหน้าสิ่งแวดล้อม

พีก ธ.ค. นี้! ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และจะอยู่จนถึง ก.พ. ปีหน้า

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
หมอตัวจิ๋วในร่างกาย ส่องการพัฒนาหุ่นยนต์จิ๋ว สู่การรักษาโรคร้ายในอนาคตเทคโนโลยี

หมอตัวจิ๋วในร่างกาย ส่องการพัฒนาหุ่นยนต์จิ๋ว สู่การรักษาโรคร้ายในอนาคต

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศวิทยาศาสตร์

กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศ

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!วิทยาศาสตร์

เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!

11 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
ผลตรวจสุขภาพโลกล่าสุด! เราข้ามขีดจำกัดของโลก ไปแล้ว 7 ใน 9 ข้อสิ่งแวดล้อม

ผลตรวจสุขภาพโลกล่าสุด! เราข้ามขีดจำกัดของโลก ไปแล้ว 7 ใน 9 ข้อ

09 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
จับตาคลื่นความร้อนทำยุโรปร้อนจัด! สร้างสถิติใหม่ต่อเนื่อง?สิ่งแวดล้อม

จับตาคลื่นความร้อนทำยุโรปร้อนจัด! สร้างสถิติใหม่ต่อเนื่อง?

05 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
อธิบาย “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” ทำให้โลกเกิดภัยแล้งและน้ำท่วมได้อย่างไร?สิ่งแวดล้อม

อธิบาย “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” ทำให้โลกเกิดภัยแล้งและน้ำท่วมได้อย่างไร?

05 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
เปิดเหตุผล  “โตเกียว” รอดน้ำท่วม แม้ฝนตกนานถึง 34 วันสิ่งแวดล้อม

เปิดเหตุผล “โตเกียว” รอดน้ำท่วม แม้ฝนตกนานถึง 34 วัน

02 ต.ค. 69
อ่านต่อ →