ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
“โรคหลอดเลือดหัวใจ” (Coronary Artery Disease) ภัยเงียบที่เป็นได้ทุกวัย
วิทยาศาสตร์

“โรคหลอดเลือดหัวใจ” (Coronary Artery Disease) ภัยเงียบที่เป็นได้ทุกวัย

Thai PBS Sci & Tech23 ก.ค. 685 นาที23 ก.ค. 68

โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือ Coronary Artery Disease (CAD) เป็นหนึ่งในโรคอันตรายถึงชีวิตที่มักจะเกิดอย่างเงียบ ๆ กับผู้คนทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น วัยกลางคน หรือวัยสูงอายุ ทั้งนี้ CAD

ขนาดตัวอักษร

โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือ Coronary Artery Disease (CAD) เป็นหนึ่งในโรคอันตรายถึงชีวิตที่มักจะเกิดอย่างเงียบ ๆ กับผู้คนทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น วัยกลางคน หรือวัยสูงอายุ ทั้งนี้ CAD อาจจะมีสัญญาณบ่งบอกล่วงหน้าที่สามารถสังเกตได้ง่าย และการป้องกันแต่เนิ่น ๆ นั้นได้ผลดีกว่าการรักษาในระยะยาว

การอุดตันของเส้นเลือดหัวใจจากการสะสมของไขมัน

CAD รู้จักอีกชื่อในโรคหัวใจขาดเลือด (Ischemic Heart Disease: IHD) เป็นหนึ่งในโรคที่คนไทยเป็นกันมากที่สุด ปัจจัยเสี่ยงมาจากภาวะความดันสูงที่ไม่ได้รับการรักษา ภาวะอ้วน การสูบบุหรี่ มลภาวะทางอากาศ และอื่น ๆ ทั้งนี้ CAD อาจเกิดในผู้ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงเลยก็ได้ โดยความเสี่ยงในการเกิด CAD ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตเป็นส่วนใหญ่ เช่น การไม่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การรับประทานอาหารแปรรูปมากเกินไป รวมถึงอาหารที่มีปริมาณของไขมัน โซเดียม และน้ำตาลสูงเกินไป

การอุดตันของเส้นเลือดหัวใจใช้เวลานานหลักหลายสิบปี

ความผิดปกติหลักของโรคหลอดเลือดหัวใจ (CAD) คือภาวะหลอดเลือดแดงแข็งหรือหลอดเลือดแดงตีบจากไขมันสะสม ซึ่งเรียกว่า Atherosclerosis ภาวะนี้เริ่มต้นจากความเสียหายหรือการระคายเคืองที่เยื่อบุชั้นในสุดของหลอดเลือด (Endothelium) ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยเสี่ยงหลายประการ เช่น ระดับคอเลสเตอรอลประเภทแอลดีแอลสูง ภาวะความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ ภาวะดื้อต่ออินซูลินหรือเบาหวาน และการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย

เมื่อเยื่อบุผนังหลอดเลือดเกิดความเสียหาย แอลดีแอลจะซึมผ่านผนังหลอดเลือดเข้าไปในหลอดเลือดชั้นกลาง (intima) และเกิดออกซิเดชัน ซึ่งกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน

เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดแมคโครฟาจ (Macrophage) จะถูกดึงดูดเข้ามาที่บริเวณที่มีแอลดีแอลเกิดการออกซิไดซ์ เม็ดเลือดขาวชนิดนี้จะกำจัดแอลดีแอลที่เสียสภาพไปด้วยการ “กิน” แต่เมื่อกินเข้าไปมาก ๆ จะกลายเป็น Foam Cell ซึ่งเป็นเซลล์ไขมันที่บวมพองและตายไปในที่สุด กลายเป็นศูนย์กลางของการอักเสบเรื้อรัง

กระบวนการนี้จะทำให้เกิดคราบพลาค (Plaque) ซึ่งเป็นคราบไขมันประกอบด้วยเซลล์ตาย ไขมัน และเนื้อเยื่อแผลเป็นที่พอกหนาขึ้นเรื่อย ๆ เรียกว่า “Atheromatous Plaque” และอาจพัฒนาเป็น Fibrous Cap หรือ “ฝา” ที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อพยายามปิดปากแผล แต่หาก Cap นี้บางหรือแตกออก จะกระตุ้นให้เกิดลิ่มเลือด (Thrombus) ได้ทันทีซึ่งมักจะอุดตันเส้นเลือดแบบสมบูรณ์ (Blockage) อันเป็นสาเหตุสำคัญของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Myocardial Infarction: MI) หรือ “Heart Attack”

หากไม่เกิดการแตกออกของ Fibrous Cap ร่างกายจะพยายามซ่อมแซมผนังหลอดเลือดเรื่อย ๆ แต่ตราบใดที่มีไขมันในเลือดสูงอยู่ตลอด กระบวนการอักเสบและการสะสมของคราบไขมันจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีโอกาสหาย ทำให้ผนังหลอดเลือดหนาขึ้นหรือตีบแคบลงเรื่อย ๆ จนนำไปสู่โรคหัวใจขาดเลือดในที่สุด (IHD)

การทำ PCI เพื่อใส่ Stent ในเส้นเลือดหัวใจ

ในผู้ป่วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ซึ่งเกิดจากการอุดตันฉับพลันของหลอดเลือดหัวใจ มักแสดงอาการด้วย อาการเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรงและเฉียบพลัน ซึ่งอาจร้าวไปที่แขนซ้าย คอ หรือกรามได้ การรักษาที่สำคัญที่สุดคือการรีบส่งตัวผู้ป่วยไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพราะ “เวลา” คือหัวใจ ยิ่งรักษาเร็ว โอกาสรอดและฟื้นตัวของกล้ามเนื้อหัวใจก็จะยิ่งสูง เมื่อถึงโรงพยาบาล แพทย์จะเริ่มให้การรักษาเบื้องต้น เช่น ยาละลายลิ่มเลือด (Thrombolytics) เพื่อสลายลิ่มเลือดที่อุดตัน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด และ ยาต้านเกล็ดเลือด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดลิ่มเลือดใหม่

หลังจากนั้นแพทย์จะพิจารณาการรักษาด้วยหัตถการ Percutaneous Coronary Intervention (PCI) ซึ่งคือการสวนหลอดเลือดหัวใจโดยใช้สายสวนผ่านทางขาหนีบหรือข้อมือ แล้วนำขดลวดถ่างหลอดเลือด (Coronary Stent) ไปขยายบริเวณที่ตีบหรืออุดตัน เพื่อให้เลือดกลับมาไหลเวียนได้ตามปกติ ถือเป็นการรักษามาตรฐานในผู้ป่วย MI เนื่องจากเป็นหัตถการที่มีความเสี่ยงต่ำและสามารถทำได้เร็ว นอกจากนี้ PCI ยังสามารถทำในผู้ป่วยที่ยังไม่ได้เกิด MI แต่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตันในอนาคต เช่น มีการตรวจพบหลอดเลือดตีบผ่านการฉีดสีหรือมีอาการเจ็บหน้าอกเรื้อรัง

การผ่าตัด CABG เพื่อนำหลอดเลือดจากจุดอื่นมาสร้างทางเบี่ยงหัวใจ

หากไม่สามารถใช้วิธี PCI ได้ เช่น กรณีที่หลอดเลือดอุดตันหลายตำแหน่งหรือซับซ้อนมาก แพทย์อาจแนะนำให้ทำการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ หรือ Coronary Artery Bypass Graft (CABG) โดยใช้เส้นเลือดจากส่วนอื่นของร่างกาย เช่น เส้นเลือดจากขา (Saphenous Vein) หรือ เส้นเลือดจากหน้าอก (Internal Mammary Artery) มาต่อทางเบี่ยงให้เลือดไหลผ่านไปยังกล้ามเนื้อหัวใจโดยไม่ต้องผ่านจุดที่อุดตัน ถือเป็นการผ่าตัดใหญ่และมักใช้ในกรณีที่ PCI ไม่เพียงพอ

เรียบเรียงโดย
Chottiwatt Jittprasong
Prince of Wales Hospital
Department of Orthopaedics & Traumatology
The Chinese University of Hong Kong


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

นักวิจัยไทยเจ๋ง! ค้นพบ “กระชายเขาหินปูน” พืชชนิดใหม่ของโลก จาก จ.ขอนแก่นวิทยาศาสตร์

นักวิจัยไทยเจ๋ง! ค้นพบ “กระชายเขาหินปูน” พืชชนิดใหม่ของโลก จาก จ.ขอนแก่น

พาไปรู้จัก “กระชายเขาหินปูน” พืชชนิดใหม่ของโลก จาก จ.ขอนแก่น ค้นพบโดยนักวิจัยไทย ซึ่งพรรณไม้ชนิดนี้จะมีความแตกต่าง-น่าสนใจอย่างไร สายพฤกษศาสตร์ไม่ควรพลาด

15 ก.ย. 69|5 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
ครั้งแรก : ควอนตัมเอ็นแทงเกิลเมนต์โดยแสงอาทิตย์วิทยาศาสตร์

ครั้งแรก : ควอนตัมเอ็นแทงเกิลเมนต์โดยแสงอาทิตย์

“วิทยาศาสตร์ ทันโลก ทันชีวิต” พาไปดูผลงานในวงการวิทยาศาสตร์ล่าสุด เกี่ยวกับควอนตัมเอ็นแทงเกิลเมนต์ จะทำให้เรื่องของการทรานสปอร์ต (transport) มนุษย์ จากตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่ง ดังในภาพยนตร์ชุด Star Trek เกิดขึ้นได้จริง แค่ไหน ?

13 ก.ย. 69|13 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
แข็งแรงกว่าคอนกรีตทั่วไปถึง 42%! นักวิทย์คิดค้นคอนกรีตจากอุจจาระมนุษย์วิทยาศาสตร์

แข็งแรงกว่าคอนกรีตทั่วไปถึง 42%! นักวิทย์คิดค้นคอนกรีตจากอุจจาระมนุษย์

เลิศไอเดีย เพื่อช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมสองอย่างไปพร้อมกัน! งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports เผยว่า นักวิทยาศาสตร์คิดค้นส่วนผสม “ปูนซีเมนต์” จากอุจจาระมนุษย์ เมื่อนำไปผสมเป็น “คอนกรีต”

12 ก.ย. 69|12 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
    “โรคหลอดเลือดหัวใจ” (Coronary Artery Disease) ภัยเงียบที่เป็นได้ทุกวัย | Thai PBS Sci & Tech