รายงานการค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลกในวงศ์ขิง (Zingiberaceae) จากระบบนิเวศเขาหินปูนจากจังหวัดขอนแก่น โดยความร่วมมือระหว่าง หน่วยวิจัยความหลากหลายของวงศ์ขิงและพืชมีท่อลำเลียงเพื่อการประยุกต์ใช้ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช ม.มหาสารคาม ร่วมกับนักวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์ ม.มหาสารคาม, ม.ขอนแก่น และเครือข่ายนักวิจัยด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

ทั้งนี้ “กระชายเขาหินปูน” เป็นชื่อพื้นเมือง โดยได้รับการตั้งชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Boesenbergia calcicola Boonma, Saensouk & P.Saensouk นับเป็นอีกหนึ่งการค้นพบที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของระบบนิเวศเขาหินปูนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ในฐานะแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพที่ยังรอการศึกษาและค้นพบเพิ่มเติม ผลงานดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ Life ในฐานข้อมูล Scopus Q1, Tier 1 โดยเผยแพร่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา
จุดเริ่มต้นของการค้นพบ เกิดจากการสำรวจพรรณไม้ในพื้นที่เขาหินปูนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อคณะผู้วิจัยพบประชากรของกระชายที่มีดอกสีเหลือง และมีลักษณะหลายประการแตกต่างจากชนิดที่เคยมีรายงานมาก่อนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น จึงได้ติดตามศึกษาต่อเนื่องจากพืชที่เจริญอยู่ในถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ โดยมีการสำรวจในช่วงออกดอกติดต่อกันสองฤดูกาล ระหว่างปี 2568 และ 2569 เพื่อยืนยันความคงที่ของลักษณะทั้งส่วนลำต้น ใบ ช่อดอก และดอกในประชากรธรรมชาติและระหว่างฤดูกาล

คณะผู้วิจัยศึกษาทั้งตัวอย่างพืชมีชีวิต ตัวอย่างดอกที่เก็บรักษาในเอทานอล และตัวอย่างพรรณไม้ พร้อมทั้งเปรียบเทียบกับคำบรรยายดั้งเดิมของชนิดต่าง ๆ เอกสารทางอนุกรมวิธาน และตัวอย่างพรรณไม้จากแหล่งรวบรวมทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะชนิดที่มีลักษณะใกล้เคียงกันในสกุลกระชาย (Boesenbergia) หลังจากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า พืชที่เก็บตัวอย่างจากจังหวัดขอนแก่น มีชุดลักษณะทางสัณฐานวิทยาที่แตกต่างอย่างสม่ำเสมอและไม่สอดคล้องกับขอบเขตความแปรผันของชนิดที่เคยมีการบรรยายไว้ จึงได้รับการรับรองและบรรยายเป็นพืชชนิดใหม่ของโลกในชื่อ Boesenbergia calcicola Boonma, Saensouk & P.Saensouk
ชื่อระบุชนิด “calcicola” มีที่มาจากภาษาละติน โดยคำว่า calx หรือ calcis หมายถึง “หินปูน” ส่วนคำว่า -cola หมายถึง “ผู้อาศัย” หรือ “ผู้ที่อาศัยอยู่” ชื่อคำระบุชนิดนี้จึงสื่อถึงถิ่นอาศัยของพืชชนิดดังกล่าวซึ่งพบขึ้นบนพื้นที่เขาหินปูน
“กระชายเขาหินปูน” เป็นพืชล้มลุกหลายปีที่มีเหง้าใต้ดิน ต้นสูงประมาณ 35–40 เซนติเมตร มีใบประมาณ 3–5 ใบต่อหนึ่งลำต้น โคนใบรูปหัวใจ ขอบใบมีสีแดง และในบางต้นใต้ใบอาจจะเป็นสีแดง ลักษณะที่โดดเด่นและสามารถสังเกตได้ง่ายในธรรมชาติคือ ช่อดอกออกที่ปลายยอดและยื่นพ้นจากกลุ่มใบอย่างชัดเจน โดยช่อดอกยาวประมาณ 9–13 เซนติเมตร และมีดอกทยอยบาน โดยจะบานครั้งละ 1-2 ดอก ดอกมีสีเหลืองและมีขนาดประมาณ 2.0–2.5 เซนติเมตร

ส่วนที่โดดเด่นที่สุดของดอกคือ กลีบปากสีเหลือง ซึ่งเมื่อคลี่ออกมีรูปร่างตั้งแต่รูปไข่จนถึงเกือบกลม บริเวณกึ่งกลางกลีบปากมีแถบสีแดงเข้มพาดตามแนวยาวจากบริเวณฐานของดอกไปประมาณสามในสี่ของความยาวกลีบ และขยายกว้างบริเวณโคนเป็นปื้นสีแดงเข้ม นอกจากนี้ยังมีปื้นรูปสามเหลี่ยมสีแดงเข้มอีกหนึ่งคู่บริเวณคอของกลีบปาก ลวดลายดังกล่าวทำให้ดอกของกระชายเขาหินปูนมีเอกลักษณ์โดดเด่น และเป็นหนึ่งในลักษณะสำคัญที่ใช้จำแนกพืชชนิดนี้ออกจากกระชายชนิดอื่น
ในทางอนุกรมวิธาน กระชายเขาหินปูนมีลักษณะบางประการใกล้เคียงกับ Boesenbergia petiolata Sirirugsa เช่น การมีช่อดอกออกที่ปลายยอด (Terminal) รูปร่างใบประดับ และลักษณะโดยรวมของกลีบปาก แต่สามารถจำแนกออกจากกันได้อย่างชัดเจนจากหลายลักษณะประกอบกัน ได้แก่ ช่อดอกของกระชายเขาหินปูนยื่นพ้นกลุ่มใบอย่างเด่นชัด ใบประดับและดอกมีขนาดสั้นกว่า เกสรเพศผู้ที่เป็นหมันด้านข้างมีขนาดเล็กกว่าและมีขน รวมถึงลวดลายสีแดงบนกลีบปากที่มีรูปแบบเฉพาะแตกต่างจากชนิดใกล้เคียง
เพื่อเพิ่มความชัดเจนในการเปรียบเทียบลักษณะทางสัณฐานวิทยา คณะผู้วิจัยยังนำข้อมูล 32 ลักษณะทางสัณฐานวิทยาของกระชาย 10 ชนิดมาวิเคราะห์ด้วยวิธี Gower distance ร่วมกับการจัดกลุ่มแบบ UPGMA และการวิเคราะห์ Principal Coordinates Analysis (PCoA) ผลการวิเคราะห์ช่วยสรุปรูปแบบความคล้ายคลึงและความแตกต่างโดยรวมของพืชที่นำมาเปรียบเทียบ โดย B. calcicola แสดงตำแหน่งทางสัณฐานวิทยาที่แตกต่างจากกลุ่มชนิดที่ใกล้เคียงหลายชนิด ทั้งนี้ ผู้วิจัยใช้การวิเคราะห์ดังกล่าวเพื่อแสดงความคล้ายคลึงเชิงสัณฐานวิทยา ไม่ได้ใช้เพื่ออธิบายความสัมพันธ์เชิงวิวัฒนาการ
ปัจจุบัน Boesenbergia calcicola มีรายงานการพบยืนยันเพียงในบริเวณแหล่งต้นแบบในเขต จังหวัดขอนแก่น โดยพบขึ้นตามซอกและร่องของหินปูนที่มีดินสะสมอยู่ ภายในป่าหินปูนที่ได้รับร่มเงาบางส่วน ที่ระดับความสูงประมาณ 385 เมตรจากระดับน้ำทะเล จากการสำรวจพบต้นที่เจริญเต็มวัยประมาณ 300 ต้น กระจายตัวไม่ต่อเนื่องเป็นหย่อมย่อยหลายแห่งภายในพื้นที่ป่า โดยแต่ละกลุ่มมักพบประมาณ 10–20 ต้น พบออกดอกในเดือนกรกฎาคมจากการสำรวจทั้งสองปี และคาดว่าช่วงออกดอกอาจอยู่ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายน
นอกจากคุณค่าทางด้านอนุกรมวิธานและความหลากหลายทางชีวภาพแล้ว กระชายเขาหินปูนยังมีศักยภาพในฐานะไม้ประดับ เนื่องจากมีช่อดอกที่โดดเด่นเหนือกลุ่มใบ มีดอกสีเหลืองและลวดลายบนกลีบปากสีแดง

สำหรับสถานภาพด้านการอนุรักษ์ คณะผู้วิจัยได้ประเมินเบื้องต้นให้กระชายเขาหินปูนอยู่ในกลุ่ม Data Deficient (DD) หรือ “ข้อมูลไม่เพียงพอ” ตามแนวทางของ IUCN เนื่องจากปัจจุบันยังมีข้อมูลยืนยันจากเพียงแหล่งเดียว ขณะที่พื้นที่เขาหินปูนบริเวณใกล้เคียงยังไม่ได้รับการสำรวจอย่างครอบคลุม จึงยังไม่สามารถสรุปขอบเขตการกระจายพันธุ์ จำนวนประชากรทั้งหมด หรือแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของประชากรได้อย่างมั่นใจ จำเป็นต้องมีการสำรวจพื้นที่เขาหินปูนในจังหวัดขอนแก่นและบริเวณใกล้เคียงเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เพียงพอสำหรับการประเมินสถานภาพการอนุรักษ์ที่แม่นยำยิ่งขึ้นในอนาคต
การค้นพบ Boesenbergia calcicola จึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มรายชื่อพืชชนิดใหม่ให้แก่ฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำถึงคุณค่าของระบบนิเวศเขาหินปูนซึ่งมีลักษณะทางกายภาพและสภาพแวดล้อมเฉพาะตัว สามารถรองรับพืชที่มีความต้องการทางนิเวศวิทยาเฉพาะ และมีการกระจายพันธุ์อย่างจำกัด พื้นที่หินปูนบางแห่งอาจมีพืชที่พบเฉพาะพื้นที่หรือมีประชากรขนาดเล็ก ซึ่งมีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและการรบกวนถิ่นอาศัย
การสำรวจทางพฤกษศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงพื้นที่ให้ตรงกับช่วงเวลาที่พืชตามฤดูกาลแตกใบและออกดอก จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการค้นหาและบันทึกความหลากหลายที่อาจยังไม่เคยได้รับการศึกษามาก่อน การค้นพบกระชายเขาหินปูนจากจังหวัดขอนแก่นในครั้งนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าผืนป่าและภูเขาหินปูนของประเทศไทยยังคงมีพรรณไม้ที่รอการค้นพบและทำความเข้าใจอีกมาก และองค์ความรู้ทางอนุกรมวิธานที่เกิดขึ้นจะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการศึกษาความหลากหลาย การใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม และการอนุรักษ์ทรัพยากรพรรณไม้ของประเทศให้คงอยู่ต่อไป
Thai PBS Sci & Tech พรรณไม้น่ารู้
📌อ่าน : เรื่องกล้วย ๆ ที่ไม่กล้วย EP6 : “กล้วยปิ้ง” ชื่อเหมือนของกิน แต่จริง ๆ เป็นไม้เลื้อยดอกสวย!
📌อ่าน : เรื่องกล้วย ๆ ที่ไม่กล้วย EP5 : “กล้วยน้อย” ชื่อมีกล้วย แต่ไม่ใช่พืชวงศ์กล้วย
📌อ่าน : เรื่องกล้วย ๆ ที่ไม่กล้วย EP4 : “กล้วยแดง” ที่ไม่ใช่กล้วยแดงอินโด
📌อ่าน : “เอื้องสายปากครุย” กล้วยไม้ป่า ความงามที่ควรอยู่ในป่า
📌อ่าน : พฤกษศาสตร์น่ารู้ “เอื้องสายแสง” กล้วยไม้ป่าแสนงามที่ควรคู่ป่าธรรมชาติ
📌อ่าน : ถูกค้นพบในไทยเป็นที่แรก! “ว่านดอกสามสี” พืชไร้ใบแห่งสยาม
📌อ่าน : ชนิดใหม่ของโลก! ค้นพบ “กระเจียวเทพอัปสร” พืชวงศ์ขิง สกุลขมิ้น จากเมืองสามหมอก
📌อ่าน : เรื่องกล้วย ๆ ที่ไม่กล้วย EP3 : “กล้วยมูสัง” กล้วยของชะมด ที่ไม่ใช่พืชวงศ์กล้วย
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล: ธวัชพงศ์ บุญมา นิสิตปริญญาเอก หลักสูตรความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช ม.มหาสารคาม
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech



