ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ไขปริศนา? ทำไม “อาการปวด” มักกำเริบในตอนกลางคืน
วิทยาศาสตร์

ไขปริศนา? ทำไม “อาการปวด” มักกำเริบในตอนกลางคืน

จิราภพ ทวีสูงส่ง23 มี.ค. 694 นาที23 มี.ค. 69

ทำไม? “อาการปวด” มักกำเริบในตอนกลางคืนมากกว่ากลางวัน เราหาคำตอบมาให้แล้ว ตามมาอ่านกันได้เลย

ขนาดตัวอักษร

ทำไม? “อาการปวด” มักกำเริบในตอนกลางคืนมากกว่ากลางวัน เราหาคำตอบมาให้แล้ว ตามมาอ่านกันได้เลย

คนนับล้านทั่วโลกประสบกับอาการ “ปวดเรื้อรัง” ที่ดูเหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อยามค่ำคืนมาเยือน ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดตุบ ๆ จากโรคข้ออักเสบ อาการปวดแสบปวดร้อนจากโรคเส้นประสาท หรือความรู้สึกไม่สบายอย่างต่อเนื่องจาก “โรคไฟโบรไมอัลเจีย” (Fibromyalgia เป็นกลุ่มอาการปวดเรื้อรังที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่ออ่อนทั่วร่างกาย มักมีอาการอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ปัญหาความจำและอารมณ์ร่วมด้วย) ผู้ป่วยมักรายงานว่าอาการของพวกเขารุนแรงที่สุดในช่วงเย็นหรือขณะพยายามนอนหลับ รูปแบบนี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเล่า แต่การสังเกตทางคลินิกและแบบสำรวจผู้ป่วยต่างเน้นย้ำถึงความไวต่อความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้นในเวลากลางคืน ซึ่งรบกวนการนอนหลับและลดคุณภาพชีวิต

โดยในประเทศจีน อาการปวดเรื้อรังส่งผลกระทบต่อประชากรผู้ใหญ่กว่า 30% ตามการสำรวจสุขภาพแห่งชาติ ปัญหานี้ก่อให้เกิดความท้าทายอย่างมากต่อระบบการดูแลสุขภาพและนักวิจัย

การทำความเข้าใจการเพิ่มขึ้นของความเจ็บปวดในเวลากลางคืนนี้ จำเป็นต้องเจาะลึกเข้าไปในนาฬิกาชีวภาพภายในร่างกาย ซึ่งเรียกอย่างเป็นทางการว่าจังหวะชีวภาพ (circadian rhythm) ระบบจังหวะชีวภาพนี้ถูกควบคุมโดยนิวเคลียสซูพราไคแอสมาติก (SCN) ในไฮโปทาลามัส และทำหน้าที่ประสานการเปลี่ยนแปลงรายวันของระดับฮอร์โมน อุณหภูมิร่างกาย และกิจกรรมของระบบประสาท การหยุดชะงักของจังหวะนี้ ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ที่ทำงานเป็นกะหรือผู้ที่มีความผิดปกติในการนอนหลับ สามารถทำให้การรับรู้ความเจ็บปวดรุนแรงขึ้นได้

ข้อมูลทางระบาดวิทยาเมื่อเร็ว ๆ นี้จากการศึกษาแบบระยะยาวของจีน เช่น การศึกษาด้านสุขภาพและการเกษียณอายุของจีน (CHARLS) เปิดเผยความเชื่อมโยงแบบสองทิศทางระหว่างการนอนหลับไม่ดีและความเจ็บปวด โดยการนอนหลับไม่สนิทในเวลากลางคืนสามารถทำนายการเกิดความเจ็บปวดที่สูงขึ้นในวันถัดไปได้

สำหรับงานวิจัยชิ้นนี้ นำโดย จาง จื้อ จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน ในมณฑลอานฮุยทางตะวันออก ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Science เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา

แม้จังหวะการเปลี่ยนแปลงของความเจ็บปวดตามนาฬิกาชีวภาพจะเป็นรูปแบบทางชีววิทยาที่ทราบกันดี นั่นคือผู้คนมักปวดน้อยลงในช่วงที่ร่างกายมีการเคลื่อนไหวและปวดมากขึ้นในช่วงพัก แต่กลไกที่อยู่เบื้องหลังยังไม่ชัดเจน โดยก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์ทราบว่านาฬิกาหลักของสมอง หรือนิวเคลียสซูปราไคแอสมาติก (SCN) ในสมองส่วนไฮโปทาลามัส มีบทบาทควบคุมการนอนหลับและฮอร์โมน แต่ความเชื่อมโยงโดยตรงกับการรับรู้ความเจ็บปวดนั้นยังไม่เคยถูกอธิบายอย่างชัดเจน



ทีมนักวิจัยใช้เทคโนโลยีติดตามเส้นทางประสาทด้วยไวรัสขั้นสูง ในการจัดทำแผนที่วิถีประสาทเฉพาะในหนูทดลอง ซึ่งเชื่อมนิวเคลียสซูปราไคแอสมาติกกับไขสันหลัง และพบว่าเซลล์ประสาทในเส้นทางนี้ถูกควบคุมโดยจังหวะการทำงานประจำวันของนาฬิกาหลักสมองดังกล่าว

เนื่องจากหนูเป็นสัตว์หากินกลางคืน วงจรการทำงานของพวกมันจึงตรงข้ามกับมนุษย์ ในช่วงเวลาพักผ่อนของหนู (กลางวัน) SCN จะทำงานอย่างมาก ทำให้วงจรนี้ขยายสัญญาณความเจ็บปวดในไขสันหลัง ในเวลากลางคืน เมื่อหนูออกหากิน การทำงานของ SCN จะลดลง ทำให้ความรุนแรงของสัญญาณความเจ็บปวดที่ส่งผ่านไขสันหลังลดลงตามธรรมชาติ

จางจื้อ อธิบายว่า การค้นพบนี้อธิบายได้ว่าทำไมความไวต่อความเจ็บปวดจึงมีจังหวะตามรอบวัน พร้อมเสริมว่านี่ยังเป็นพื้นฐานทางทฤษฎีใหม่สำหรับการปรับปรุงการจัดการความเจ็บปวดทางคลินิก โดยการปรับตารางการรักษาให้สอดคล้องกับนาฬิกาชีวภาพตามธรรมชาติของร่างกายในอนาคตต่อไป


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS


ที่มาข้อมูล : unb, english-news 

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

นักวิจัยไทยเจ๋ง! ค้นพบ “กระชายเขาหินปูน” พืชชนิดใหม่ของโลก จาก จ.ขอนแก่นวิทยาศาสตร์

นักวิจัยไทยเจ๋ง! ค้นพบ “กระชายเขาหินปูน” พืชชนิดใหม่ของโลก จาก จ.ขอนแก่น

พาไปรู้จัก “กระชายเขาหินปูน” พืชชนิดใหม่ของโลก จาก จ.ขอนแก่น ค้นพบโดยนักวิจัยไทย ซึ่งพรรณไม้ชนิดนี้จะมีความแตกต่าง-น่าสนใจอย่างไร สายพฤกษศาสตร์ไม่ควรพลาด

15 ก.ย. 69|5 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
ครั้งแรก : ควอนตัมเอ็นแทงเกิลเมนต์โดยแสงอาทิตย์วิทยาศาสตร์

ครั้งแรก : ควอนตัมเอ็นแทงเกิลเมนต์โดยแสงอาทิตย์

“วิทยาศาสตร์ ทันโลก ทันชีวิต” พาไปดูผลงานในวงการวิทยาศาสตร์ล่าสุด เกี่ยวกับควอนตัมเอ็นแทงเกิลเมนต์ จะทำให้เรื่องของการทรานสปอร์ต (transport) มนุษย์ จากตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่ง ดังในภาพยนตร์ชุด Star Trek เกิดขึ้นได้จริง แค่ไหน ?

13 ก.ย. 69|13 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
แข็งแรงกว่าคอนกรีตทั่วไปถึง 42%! นักวิทย์คิดค้นคอนกรีตจากอุจจาระมนุษย์วิทยาศาสตร์

แข็งแรงกว่าคอนกรีตทั่วไปถึง 42%! นักวิทย์คิดค้นคอนกรีตจากอุจจาระมนุษย์

เลิศไอเดีย เพื่อช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมสองอย่างไปพร้อมกัน! งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports เผยว่า นักวิทยาศาสตร์คิดค้นส่วนผสม “ปูนซีเมนต์” จากอุจจาระมนุษย์ เมื่อนำไปผสมเป็น “คอนกรีต”

12 ก.ย. 69|12 ก.ย. 69
อ่านต่อ →