ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
นักวิทย์ใช้ “คลื่นเสียง” ทำลายไวรัสโควิดและไข้หวัดใหญ่ในห้องทดลอง
วิทยาศาสตร์

นักวิทย์ใช้ “คลื่นเสียง” ทำลายไวรัสโควิดและไข้หวัดใหญ่ในห้องทดลอง

จิราภพ ทวีสูงส่ง15 พ.ค. 695 นาที15 พ.ค. 69

งานวิจัยโดยมหาวิทยาลัยเซาเปาโล ประเทศบราซิล ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports เปิดเผยว่า คลื่นเสียงที่ใช้ในการสแกนทางการแพทย์ สามารถทำลายไวรัสโควิดและไข้หวัดใหญ่ในห้องทดลองได้

ขนาดตัวอักษร

งานวิจัยโดยมหาวิทยาลัยเซาเปาโล ประเทศบราซิล ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports เปิดเผยว่า คลื่นเสียงที่ใช้ในการสแกนทางการแพทย์ สามารถทำลายไวรัสโควิดและไข้หวัดใหญ่ในห้องทดลองได้ ซึ่งอาจเป็นทางเลือกใหม่แทนยาต้านไวรัสในอนาคต

โดยในการทดลองในห้องปฏิบัติการ นักวิทยาศาสตร์ได้แสดงให้เห็นว่าคลื่นอัลตราซาวนด์สามารถทำลาย ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A (H1N1) และ ไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคโควิด-19 จากการทดลองพบว่า การสั่นสะเทือนระดับจุลภาคที่เกิดจากคลื่นอัลตราซาวนด์ นั้นเพียงพอที่จะทำลายเยื่อหุ้มที่ห่อหุ้ม “อนุภาคไวรัส” ทำให้ไวรัสไม่สามารถทำงานได้

นักวิจัยนำตัวอย่างไวรัสไปสัมผัสกับคลื่นอัลตราซาวนด์ก่อนที่จะนำไปแพร่เชื้อในเซลล์ในห้องปฏิบัติการ ภาพจาก Veras et al., Sci. Rep. , 2026

งานวิจัยนี้ดำเนินการโดยทีมงานจากมหาวิทยาลัยเซาเปาโล ประเทศบราซิล และอาจนำไปสู่ทางเลือกใหม่แทนยาต้านไวรัสและสารฆ่าเชื้อทางเคมีสำหรับไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งมีเยื่อหุ้มชั้นนอกที่อ่อนแอต่อการโจมตีได้ในอนาคต

Odemir Martinez Bruno นักฟิสิกส์เชิงคำนวณจากมหาวิทยาลัยเซาเปาโลกล่าวว่า การใช้คลื่นเสียงก็เหมือนกับการต่อสู้กับไวรัสด้วยการตะโกนด้วยเสียงอันดังแต่ตรงจุด เราได้พิสูจน์แล้วว่าพลังงานของคลื่นเสียงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสัณฐานวิทยาในอนุภาคไวรัสจนกระทั่งเกิดการระเบิด ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เทียบได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับข้าวโพดคั่ว

การทดลองในห้องปฏิบัติการดำเนินการโดยใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ที่ใช้ในโรงพยาบาล โดยให้ไวรัสสัมผัสกับคลื่นความถี่อัลตราซาวนด์ในช่วง 3–20 เมกะเฮิร์ตซ์ ทีมวิจัยได้บันทึกภาพการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ จากนั้นจึงทดสอบว่าตัวอย่าง SARS-CoV-2 ที่ผ่านการบำบัดแล้วยังสามารถแพร่เชื้อไปยังเซลล์จำลองในห้องปฏิบัติการ (เซลล์ Ver-E6) ได้หรือไม่ โดยมีหลักฐานชัดเจนว่าเปลือกหุ้มของไวรัสถูกทำลายทางกายภาพ และส่งผลให้ความสามารถของ SARS-CoV-2 ในการแพร่เชื้อไปยังเซลล์ต้นแบบลดลงอย่างมาก

วิธีการนี้อาศัยหลักการสะท้อนเสียงโดยทั้งความถี่ของคลื่นอัลตราซาวนด์ และรูปร่างของอนุภาคไวรัสมีความสำคัญ

ผลกระทบของการรักษาด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์ “แถวบน” เซลล์ในห้องปฏิบัติการ (แสดงนิวเคลียสเป็นสีน้ำเงิน) ที่ติดเชื้อจากตัวอย่าง SARS-CoV-2 ที่ไม่ได้รับการรักษา (โปรตีนหนามของไวรัสเป็นสีเขียวและ RNA ของไวรัสเป็นสีแดง) “แถวล่าง” เซลล์ในห้องปฏิบัติการที่ติดเชื้อจากตัวอย่าง SARS-CoV-2 ที่สัมผัสกับคลื่นเสียง ภาพจาก Veras et al., Sci. Rep. , 2026

แนวคิดก็คือ ความถี่ของคลื่นเสียงจะตรงกับความถี่การสั่นสะเทือนตามธรรมชาติของเปลือกหุ้มไวรัส ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนที่เพิ่มขึ้นและทำลายเปลือกหุ้มนั้น โดยพื้นฐานแล้ว มีเพียงไวรัสเท่านั้นที่ตอบสนองต่อพลังงานของคลื่นเสียง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ภายใต้สภาวะที่ทำการทดสอบ อนุภาคไวรัสดูจะเปราะบางกว่าเซลล์โดยรอบอย่างเห็นได้ชัด

Odemir Martinez Bruno เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ผลการวิเคราะห์ยืนยันว่าอุณหภูมิและค่า pH ของเซลล์โดยรอบยังคงที่ ซึ่งเป็นการตัดความเป็นไปได้ที่ความเสียหายจากความร้อน หรือสารเคมีจะเป็นสาเหตุของการสลายตัวของอนุภาคไวรัส และทีมวิจัยยังชี้ให้เห็นว่าอนุภาคไวรัสเช่นที่ทดสอบนั้นมี “รูปร่างทรงกลม” ซึ่งเป็นรูปร่างที่เหมาะสมที่สุดสำหรับความไวต่อคลื่นอัลตราซาวนด์ โดยปรากฏการณ์นี้เป็นไปตามหลักเรขาคณิตโดยสมบูรณ์

อนุภาคทรงกลม เช่น ไวรัสที่มีเปลือกหุ้มหลายชนิด ดูดซับพลังงานคลื่นอัลตราซาวนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากกว่าการสะสมพลังงานภายในอนุภาคนี้เอง ที่ทำให้โครงสร้างของเปลือกหุ้มไวรัสเปลี่ยนแปลงไปจนกระทั่งแตกออก ถ้าอนุภาคเหล่านี้มีรูปทรงสามเหลี่ยมหรือสี่เหลี่ยม ผลกระทบจะไม่เหมือนกัน

การทำงายไวรัสครั้งนี้เรียกว่าปรากฏการณ์ Cavitation ซึ่งเกิดขึ้นที่ความถี่ต่ำและทำลายทั้งไวรัสและเนื้อเยื่อผ่านการยุบตัวของฟองก๊าซ ปรากฏการณ์เรโซแนนซ์ (Resonance) ทางเสียงจะทำงานที่ความถี่สูง โดยการใช้คลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง อาจช่วยแก้ไขข้อจำกัดบางประการของการรักษาด้วยยาได้ และวิธีการใหม่นี้ไม่แสดงผลกระทบที่ทำลายล้างแบบเดียวกันในเซลล์อื่นหรือสารละลายโดยรอบภายใต้สภาวะในห้องปฏิบัติการ

ภาพประกอบแสดงกลไกทางกายภาพที่เกิดจากคลื่นอัลตราซาวนด์ (A) การเกิดโพรงอากาศ (cavitation) ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงความถี่กิโลเฮิร์ตซ์ ใช้ในการฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ (B) การเกิดเรโซแนนซ์ (resonance) ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงความถี่เมกะเฮิร์ตซ์ ภาพจาก Veras et al., Sci. Rep. , 2026

ทั้งนี้ ทีมวิจัยหวังว่าแนวทางใหม่นี้จะใช้ได้ผลกับไวรัสชนิดอื่น ๆ ด้วย โดยทีมวิจัยได้เริ่มศึกษาแล้วว่าสามารถใช้แนวทางเดียวกันนี้กับ โรคไข้เลือดออก โรคไข้ซิกา และโรคชิคุนกุนยาหรือไม่

สำหรับการใช้คลื่นอัลตราซาวนด์นั้นไม่เจ็บปวด ไม่รุกรานร่างกาย ค่อนข้างง่ายต่อการใช้งาน สามารถกำหนดเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ก่อให้เกิดของเสีย ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ทำให้ไวรัสเกิดการดื้อยา ดังนั้นทีมวิจัยจึงได้สำรวจวิธีการใหม่ ๆ ในการใช้งานหลายวิธี รวมถึงการบรรเทาอาการปวดในสมอง และการรักษามะเร็ง

ทีมวิจัยกล่าวส่งท้ายว่า ผลการค้นพบนี้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แต่ยังไม่ใช่วิธีการรักษา ยังคงมีงานอีกมากที่ต้องทำ รวมถึงการปรับแต่งความถี่ของคลื่นอัลตราซาวนด์ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก นอกจากนี้ การศึกษานี้ยังจำกัดอยู่เพียงการทดสอบในห้องปฏิบัติการเท่านั้น ไม่ได้ทำการทดลองในสัตว์หรือมนุษย์ และศึกษาเฉพาะไวรัสสองชนิดที่แตกต่างกันเท่านั้น แต่นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่เทคโนโลยีนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  https://www.thaipbs.or.th/news/playlists/SciAndTech


ที่มาข้อมูล : sciencealert


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใช้ประโยชน์ในทางสันติ ไทย-เมียนมาร่วมใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก จัดการสิ่งแวดล้อม-รับมือภัยพิบัติเทคโนโลยี

ใช้ประโยชน์ในทางสันติ ไทย-เมียนมาร่วมใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก จัดการสิ่งแวดล้อม-รับมือภัยพิบัติ

เทคโนโลยีสำรวจโลก (Earth Observation Technology) คือการใช้เครื่องมือ เช่น ดาวเทียม และกล้องพิเศษเพื่อเก็บข้อมูลพื้นผิวโลก น้ำ และอากาศ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจสภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ และการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

06 ส.ค. 69|12 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ก้าวสำคัญ! ครั้งแรกของไทย ส่ง “CE-7 MATCH” อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ร่วมสำรวจดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้เทคโนโลยี

ก้าวสำคัญ! ครั้งแรกของไทย ส่ง “CE-7 MATCH” อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ร่วมสำรวจดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้

24 ส.ค. นี้ เรามีนัดกัน! ร่วมเป็นสักขีพยาน ประเทศไทยส่งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ “CE-7 MATCH” (อ่านว่า ฉางเอ๋อ 7 แมตช์) ซึ่งออกแบบและพัฒนาโดยคนไทย ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์เป็นครั้งแรก

06 ส.ค. 69|16 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
เปิดแผนสร้างฐานดวงจันทร์จีน ไทม์ไลน์ก่อสร้างไล่เลี่ยกับอเมริกา ใครจะชนะศึกอวกาศในครั้งนี้?เทคโนโลยี

เปิดแผนสร้างฐานดวงจันทร์จีน ไทม์ไลน์ก่อสร้างไล่เลี่ยกับอเมริกา ใครจะชนะศึกอวกาศในครั้งนี้?

ณ ตอนนี้น้ำแข็งบนผิวดวงจันทร์ก็ไม่ต่างอะไรไปจากน้ำมันอวกาศ ที่เร่งให้เกิดการแข่งขันกลับไปดวงจันทร์อีกครั้งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบ 50 กว่าปีระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน

06 ส.ค. 69|17 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →