ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

8 สัญญาณ “สมองเสื่อม” เพื่อรักษา-หาทางป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ

09 เม.ย. 6910 นาที09 เม.ย. 69

จากกรณีที่แพทย์หลายท่านได้วิเคราะห์ว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มีอาการและสัญญาณของภาวะสมองเสื่อม

ขนาดตัวอักษร

จากกรณีที่แพทย์หลายท่านได้วิเคราะห์ว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มีอาการและสัญญาณของภาวะสมองเสื่อม ด้วยเหตุนี้ Thai PBS Sci & Tech จึงขอนำความรู้เกี่ยวกับ “สมองเสื่อม” มาให้ได้ทราบกัน เพื่อสังเกตอาการ รักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ไปจนถึงหาทางป้องกันก่อนที่เราจะมีอาการสมองเสื่อม

ภาวะสมองเสื่อม คืออะไร

ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) คือ ภาวะที่การทำงานของสมองและระบบประสาทถดถอยเสื่อมลง เกิดจากจำนวนเซลล์สมองทำงานลดลงและการสูญเสียเซลล์สมองในหลายส่วน ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความทรงจำ โดยส่วนใหญ่มักเริ่มจากความจำระยะสั้น ตามมาด้วยความบกพร่องทางความจำระยะยาว ความคิด การตัดสินใจ การวางแผน การเรียนรู้ การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ การเข้าสังคม ซึ่งไม่ใช่แค่หลงลืมตามวัย แต่นำไปสู่การสูญเสียความจำรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต พบได้บ่อยในผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป แต่ในผู้ที่มีโรคพันธุกรรมบางอย่าง เช่น ดาวน์ซินโดรม (Down’s Syndrome) หรือมีโรคทางสมองที่ทำให้เสียการทำงาน เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคติดเชื้อในระบบประสาท ภาวะบาดเจ็บทางสมองจากอุบัติเหตุ อาจทำให้มีภาวะสมองเสื่อมตั้งแต่อายุยังน้อยได้เช่นกัน

ทั้งนี้ สาเหตุส่วนใหญ่ของภาวะ สมองเสื่อม (ซึ่งพบได้ราว 60-80%) มักเกิดจากภาวะการเสื่อมสภาพ อย่างค่อยเป็นค่อยไปของเซลล์สมอง ซึ่งในกลุ่มนี้ พบว่า “โรคอัลไซเมอร์” เป็นโรคที่พบบ่อยที่สุด

สมองเสื่อมเกิดจากอะไร?

      - การเสื่อมของระบบประสาท (Neurodegeneration) พบมากในคนอายุมากกว่า 65 ปี โดยโรคที่พบบ่อยในกลุ่มนี้คือ โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) โรคอื่น ๆ ที่พบได้ในกลุ่มนี้ เช่น สมองเสื่อมในกลุ่มอาการพาร์กินสัน โรคสมองส่วนหน้าเสื่อม (Frontotemporal Dementia)

      - โรคหลอดเลือดสมอง พบในผู้สูงวัยที่มีโรคประจำตัวที่ทำให้หลอดเลือดมีปัญหา เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง

      - โรคทางศัลยกรรมระบบประสาท เช่น ภาวะเลือดคั่งในสมองหรือเยื่อหุ้มสมอง โรคมะเร็งหรือเนื้องอกในสมอง ภาวะน้ำเกินในโพรงสมอง (Normal Pressure Hydrocephalus)

      - การติดเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรียในระบบประสาทส่วนกลาง เช่น โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคสมองอักเสบ

      - ภาวะขาดวิตามินบี 12 โดยพบในผู้ที่การดูดซึมบกพร่อง เช่น โรคหรือยาบางอย่างที่ทำให้ไม่สามารถดูดซึมวิตามินได้ เคยมีการผ่าตัดกระเพาะอาหารมาก่อน หรือพบในผู้ที่ได้รับวิตามินจากอาหารไม่เพียงพอ เช่น การรับประทานมังสวิรัติ

      - ภาวะที่มีการทำงานผิดปกติของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ภาวะตับวาย โรคไตเรื้อรัง

      - การได้รับสารพิษ ยาบางชนิด หรือสารเสพติด

      - โรคทางจิตเวชบางอย่าง เช่น ภาวะซึมเศร้า (Depression) โรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar Disorder)

      - การบาดเจ็บของสมองอย่างรุนแรง เช่น ภาวะขาดออกซิเจน ภาวะชักต่อเนื่อง ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเป็นระยะเวลานาน ภาวะบาดเจ็บทางสมองจากอุบัติเหตุ

ปัจจัยเสี่ยงทำให้สมองเสื่อม

      - อายุที่มากขึ้น
      - พันธุกรรมบางอย่าง 
      - ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่เพิ่มความเสี่ยงด้านหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคตับหรือไตเรื้อรัง
      - รับประทานยาบางอย่างที่มีผลต่อการทำงานของสมอง เช่น ยาที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอจิก (Anticholinergic Drugs) ยาเสพติด
      - การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก (มากกว่า 21 ยูนิตต่อสัปดาห์; 1 unit = 8 กรัม แอลกอฮอล์) 
      - การสูบบุหรี่
      - ภาวะบาดเจ็บทางสมองรุนแรง
      - การได้รับมลภาวะทางอากาศ โดยเฉพาะ PM2.5
      - ภาวะหูตึงหรือการมองเห็นที่ไม่ดี 
      - ภาวะซึมเศร้า 
      - การไม่มีกิจกรรมทางกาย (Physical Inactivity) เช่น การไม่ค่อยขยับ ไม่ออกกำลังกาย
      - การเก็บตัวหรือไม่มีการพบปะผู้คนหรือเข้าสังคม

8 อาการ-สัญญาณสมองเสื่อม

การเปลี่ยนแปลงอารมณ์และพฤติกรรมอาจเกิดขึ้นก่อนที่ปัญหาด้านความจำจะเริ่มปรากฏ อาการจะแย่ลงเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป ในที่สุด ผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมส่วนใหญ่จะต้องพึ่งพาผู้อื่นในการทำกิจกรรมประจำวัน โดย 8 สัญญาณ - อาการ ได้แก่

      - หลงลืมง่าย : ลืมเหตุการณ์สำคัญ จำชื่อคนใกล้ชิดไม่ได้ หรือถามคำถามซ้ำ ๆ
      - เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ยาก : เข้าใจข้อมูลใหม่ได้ช้าลง หรือไม่สามารถจดจำสิ่งที่เพิ่งเรียนรู้ได้
      - พูดและเขียนได้ไม่คล่อง : ใช้คำผิด ลำดับประโยคไม่ถูก หรืออธิบายสิ่งที่ต้องการสื่อสารได้ยากขึ้น
      - ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง : ทำกิจวัตรประจำวันที่เคยทำได้เองลำบากขึ้น เช่น แต่งตัว กินข้าว หรือใช้ของใช้ในบ้าน สับสนเรื่องทิศทาง หลงทางในที่คุ้นเคย
      - อารมณ์ผันผวน : หงุดหงิดง่าย ซึมเศร้า วิตกกังวล หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวโดยไม่มีเหตุผล
      - บุคลิกเปลี่ยนไป : จากคนที่เคยร่าเริงอาจกลายเป็นเฉยชา หรือจากคนใจดีอาจกลายเป็นฉุนเฉียว
      - บกพร่องในทักษะที่เคยทำได้ : การใช้รีโมตทีวี การทำกับข้าว
      - นอนไม่หลับ เห็นภาพหลอน : นอนหลับยาก ตื่นกลางดึก หรือมีอาการเห็นภาพและได้ยินเสียงที่ไม่มีอยู่จริง

โดยอาการมักจะค่อยเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ในระยะเวลาเป็นเดือนหรือปี ทั้งนี้ ภาวะสมองเสื่อมส่งผลกระทบต่อแต่ละบุคคลแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสาเหตุพื้นฐาน สภาวะสุขภาพอื่น ๆ และการทำงานของสมองของผู้ป่วยก่อนที่จะป่วย

อาการส่วนใหญ่จะแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป ในขณะที่บางอาการอาจหายไปหรือปรากฏขึ้นเฉพาะในระยะหลังของภาวะสมองเสื่อมเท่านั้น เมื่อโรคดำเนินไป ความต้องการความช่วยเหลือในการดูแลส่วนบุคคลก็จะเพิ่มขึ้น ผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมอาจจำสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนไม่ได้ มีปัญหาในการเคลื่อนไหว ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ มีปัญหาในการรับประทานอาหารและดื่มน้ำ และมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง เช่น ความก้าวร้าว ซึ่งสร้างความทุกข์ใจให้กับทั้งผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมและคนรอบข้าง

4 ระยะ “สมองเสื่อม”

ภาวะสมองเสื่อมแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ตามการทำงานสมองและอาการคนไข้ ได้แก่

      - ระยะที่ 1 ภาวะสมองเสื่อมระยะเริ่มต้น สูญเสียความสามารถในการทำสิ่งที่ซับซ้อน แต่ระยะนี้ผู้ป่วยยังสามารถดูแลตนเองขั้นพื้นฐานได้ เช่น การอาบน้ำ แต่งตัว กินข้าว เข้าห้องน้ำ อาจมีปัญหาด้านอารมณ์ เช่น ภาวะซึมเศร้า หงุดหงิดง่ายร่วมด้วยได้

      - ระยะที่ 2 ภาวะสมองเสื่อมระยะกลาง เริ่มมีการสูญเสียการดูแลตัวเองขั้นพื้นฐานบ้างเล็กน้อย มีปัญหาด้านความเข้าใจ บกพร่องทางการเรียนรู้ เริ่มสูญเสียความสามารถในการตัดสินใจบางอย่าง อาจมีอาการทางจิตได้ในบางครั้ง เช่น การหลงผิด ภาวะหูแว่ว หรือเห็นภาพหลอน

      - ระยะที่ 3 ภาวะสมองเสื่อมระยะรุนแรง สูญเสียความสามารถทางสมองเกือบทั้งหมด ทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ขั้นพื้นฐานด้วยตัวเองไม่ได้ กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ จำเป็นต้องมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด

      - ระยะที่ 4 ภาวะสมองเสื่อมระยะติดเตียงหรือระยะสุดท้าย ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ทั้งการเคลื่อนไหว การรับประทานอาหาร การสื่อสาร อาจมีภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ภาวะขาดสารอาหาร ภาวะติดเชื้อในระบบต่าง ๆ มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับ

การรักษาสมองเสื่อม

สำหรับการรักษาสมองเสื่อมขึ้นอยู่กับสาเหตุ อาการ และความรุนแรงเป็นสำคัญ แบ่งการรักษาออกเป็น

      - รักษาผู้ป่วยสมองเสื่อมโดยไม่ใช้ยา เน้นการฝึกกระตุ้นบริหารสมอง เช่น เล่นเกม ปรับพฤติกรรม ออกกำลังกาย ปรับที่สภาพแวดล้อม โดยมีการให้ความรู้กับผู้ดูแลหรือครอบครัวผู้ป่วยเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เตรียมพร้อมสำหรับการรับมืออาการต่าง ๆ ของผู้ป่วย  

      - รักษาผู้ป่วยสมองเสื่อมโดยการใช้ยา ขึ้นอยู่กับแพทย์เป็นสำคัญ โดยยาส่วนใหญ่ให้เพื่อรักษาตามอาการและเป็นการชะลอการเสื่อมของสมอง โดยรับประทานยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น

      - รักษาผู้ป่วยสมองเสื่อมโดยการผ่าตัด ในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาผ่าตัด หากพบว่ามีสาเหตุของสมองเสื่อมจากโรคทางศัลยกรรมระบบประสาทดังที่กล่าวมา

ทริกป้องกันโรคสมองเสื่อม

ในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการป้องกันโรคสมองเสื่อมนี้ อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติตัวบางอย่างอาจช่วยให้สมองมีความจำที่ดีได้

      1. หลีกเลี่ยงสารหรือยาที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อสมอง เช่น การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การรับประทานยาโดยไม่จำเป็น

      2. การฝึกฝนสมอง ได้แก่ การพยายามฝึกให้สมองได้คิดบ่อย ๆ เช่น อ่านหนังสือ เขียนหนังสือบ่อย ๆ คิดเลข เล่นเกมตอบปัญหา ฝึกหัดการใช้อุปกรณ์ใหม่ ๆ เป็นต้น

      3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 3 - 5 ครั้ง เช่น เดินเล่น วิ่ง เป็นต้น

      4. การพบปะพูดคุยกับผู้อื่นบ่อย ๆ เช่น ไปวัด ไปงานเลี้ยงต่าง ๆ หรือเข้าชมรม

      5. ตรวจสุขภาพประจำปี หรือถ้ามีโรคประจำตัวก็ต้องติดตามการรักษาเป็นระยะ เช่น การตรวจหา ดูแล และรักษาโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน

      6. ระมัดระวังเรื่องอุบัติเหตุต่อสมอง เช่น ระวังการหกล้ม 

      7. พยายามมีสติในสิ่งต่าง ๆ ที่กำลังทำ และฝึกสมาธิอยู่ตลอดเวลา

      8. พยายามไม่คิดมาก ไม่เครียด หากิจกรรมต่าง ๆ ทำเพื่อคลายเครียด เนื่องจากความเครียดและอาการซึมเศร้าอาจทำให้จำอะไรได้ไม่ดี

สมองเสื่อมเป็นภาวะส่งผลต่อความจำ การเรียนรู้ การใช้ภาษา และพฤติกรรม ซึ่งอาจเริ่มจากการหลงลืมเล็กน้อยไปจนถึงระดับที่รุนแรงจนจำเรื่องราวสำคัญในชีวิตไม่ได้อีกต่อไปและไม่สามารถใช้ชีวิตได้ปกติ สาเหตุของภาวะสมองเสื่อมมีทั้งที่รักษาได้และไม่ได้ โดยจะต้องอาศัยการตรวจทางระบบประสาท การทดสอบความจำ การตรวจเลือด หรือการสแกนสมองเพื่อใช้ในการวินิจฉัยสาเหตุและวิธีการรักษาโรคนี้ หากสงสัยว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการสมองเสื่อม สามารถมาเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาล เพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมกับแผนการชีวิตของแต่ละคน ด้วยความปรารถนาดีจาก Thai PBS และ Thai PBS Sci & Tech


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS


ที่มาข้อมูล : นพ.ชัยศักดิ์ ดำริการเลิศ ประสาทวิทยา, อายุรศาสตร์, พญ.กุลริตรา พิศณุวงรักษ์ แพทย์ชำนาญการเฉพาะด้านประสาทวิทยา, WHO, พญ.สลิษา ประดิษฐบาทุกา ศูนย์สมองและระบบประสาท, พญ.อริยา ทิมา อายุรศาสตร์ สาขาประสาทวิทยาและโรคหลอดเลือดสมอง, ศ. นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

"เซบา บาสตี้" นิสิตสาขาวิชาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมพ์ ม.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส คนทำงานด้านการเขียน : Specialist Contents / Journalist / Writer / Creative Copywriter / Proofreader Lover

บทความที่เกี่ยวข้อง

นอกจากทำร้ายปอด “ฝุ่น PM2.5” ยังทำร้ายสมองผู้สูงอายุอีกด้วยวิทยาศาสตร์

นอกจากทำร้ายปอด “ฝุ่น PM2.5” ยังทำร้ายสมองผู้สูงอายุอีกด้วย

ฝุ่น PM2.5 ตัวร้าย! เป็นอีกหนึ่งสาเหตุทำให้เราเพิ่มความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ได้ โดยจะส่งผลกระทบต่อสมองโดยตรงผ่านกระบวนการอักเสบ ความเครียด รวมถึงการสะสมโปรตีนพิษ

01 เม.ย. 69|01 เม.ย. 69
อ่านต่อ →
สารจากว่านหางจระเข้ อาจเป็นกุญแจสำคัญรักษา “อัลไซเมอร์” ในอนาคตวิทยาศาสตร์

สารจากว่านหางจระเข้ อาจเป็นกุญแจสำคัญรักษา “อัลไซเมอร์” ในอนาคต

พืชสมุนไพรใกล้ตัวคนไทย! ความหวังใหม่จากว่านหางจระเข้ นักวิจัยเผยใช้คอมพิวเตอร์จำลองพบสาร “เบต้าซิโตสเตอรอล” มีศักยภาพช่วยยับยั้งเอนไซม์ต้นเหตุของอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease)

17 ก.พ. 69|17 ก.พ. 69
อ่านต่อ →
“นอนไม่เป็นเวลา” อาจเพิ่มเสี่ยง “ภาวะสมองเสื่อม” เหตุรบกวนการทำงานระบบต่าง ๆ ในร่างกายวิทยาศาสตร์

“นอนไม่เป็นเวลา” อาจเพิ่มเสี่ยง “ภาวะสมองเสื่อม” เหตุรบกวนการทำงานระบบต่าง ๆ ในร่างกาย

งานวิจัยที่นำโดยมหาวิทยาลัยโมนาช (Monash University) ของออสเตรเลีย เผยว่าผู้ที่มีรูปแบบการนอนหลับไม่เป็นเวลาอาจมีความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับผู้ที่ตื่นและนอนหลับแบบเป็นเวลา

16 ธ.ค. 66|16 ธ.ค. 66
อ่านต่อ →
หมอตัวจิ๋วในร่างกาย ส่องการพัฒนาหุ่นยนต์จิ๋ว สู่การรักษาโรคร้ายในอนาคตเทคโนโลยี

หมอตัวจิ๋วในร่างกาย ส่องการพัฒนาหุ่นยนต์จิ๋ว สู่การรักษาโรคร้ายในอนาคต

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศวิทยาศาสตร์

กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศ

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!วิทยาศาสตร์

เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!

11 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
Meta แบนโฆษณา TikTok บน Facebook และ Instagram ใน 7 ประเทศ รวมไทย มีผลทันที!Social Media

Meta แบนโฆษณา TikTok บน Facebook และ Instagram ใน 7 ประเทศ รวมไทย มีผลทันที!

10 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
Francis Halzen คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2026 จากการบุกเบิกการตรวจจับนิวทริโนพลังงานสูงจากเอกภพวิทยาศาสตร์

Francis Halzen คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2026 จากการบุกเบิกการตรวจจับนิวทริโนพลังงานสูงจากเอกภพ

08 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
รู้จัก “กาฬโรค” เพื่อรู้เท่าทันโรค พร้อมรับมือ-ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นวิทยาศาสตร์

รู้จัก “กาฬโรค” เพื่อรู้เท่าทันโรค พร้อมรับมือ-ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น

06 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
“ลูกเห็บหลงฤดู” เหตุการณ์ลูกเห็บตกกลางกรุง เมื่อ 1 ต.ค. 69วิทยาศาสตร์

“ลูกเห็บหลงฤดู” เหตุการณ์ลูกเห็บตกกลางกรุง เมื่อ 1 ต.ค. 69

02 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
สาเหตุการสูญพันธุ์ใหญ่ที่สุด : ผลวิจัยใหม่วิทยาศาสตร์

สาเหตุการสูญพันธุ์ใหญ่ที่สุด : ผลวิจัยใหม่

27 ก.ย. 69
อ่านต่อ →