ทีมวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายรูปแบบใหม่ อาศัยร่างกายมนุษย์เป็นตัวนำสัญญาณเชื่อมต่อเซนเซอร์ขนาดจิ๋วเพื่อการตรวจและรักษาโรคเฉพาะจุด ลดการใช้พลังงาน และเพิ่มความแม่นยำทางการแพทย์แบบเรียลไทม์
ก้าวสำคัญของเทคโนโลยีทางการแพทย์ยุคใหม่กำลังจะเปลี่ยนวิธีการดูแลสุขภาพของเราไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อทีมนักวิจัยประสบความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายรูปแบบใหม่ที่ใช้ประโยชน์จากตัวมนุษย์เองเป็นช่องทางส่งผ่านข้อมูล แทนที่จะพึ่งพาคลื่นวิทยุหรือสัญญาณบลูทูทแบบเดิม
การค้นพบนี้ช่วยให้อุปกรณ์เก็บข้อมูลสุขภาพและอุปกรณ์ฝังในร่างกายขนาดเล็กเพียงไม่กี่มิลลิเมตรสามารถทำงานร่วมกันได้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามอาการ รักษาสภาวะผิดปกติได้อย่างทันท่วงที และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาว
การนำสัญญาณผ่านร่างกาย
เทคโนโลยีสุขภาพนี้ใช้วิธีที่เรียกว่า "การนำสัญญาณผ่านร่างกายมนุษย์" (Human Body Communication) โดยการปล่อยกระแสไฟฟ้าระดับปลอดภัยความถี่ต่ำ ซึ่งมนุษย์ไม่สามารถรู้สึกได้ ให้ไหลผ่านเนื้อเยื่อ สัญญาณไฟฟ้าจิ๋วนี้จะทำหน้าที่เป็นสายส่งข้อมูล เชื่อมอุปกรณ์ภายนอกเข้ากับเซนเซอร์ฝังในร่างกายขนาดเล็กเพียง 3 มิลลิเมตร ช่วยให้การรับส่งข้อมูลสุขภาพเกิดขึ้นได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพาคลื่นวิทยุภายนอก

ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ ใช้แค่ไฟฟ้าความถี่ต่ำ
นักวิทยาศาสตร์ จากสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจีย (Georgia Institute of Technology) สหรัฐอเมริกา ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกาหลี (Korea University) ประเทศเกาหลีใต้ เกิดจากแนวคิดของทีมวิศวกรที่ต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องแบตเตอรี่และขนาดของอุปกรณ์ฝังใต้ผิวหนัง ทีมวิจัยได้ออกแบบชิปประมวลผลและเซนเซอร์จิ๋วที่ไม่จำเป็นต้องมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ในตัวเอง แต่รับพลังงานและคำสั่งผ่านสัญญาณไฟฟ้าความถี่ต่ำจากอุปกรณ์ภายนอกที่สัมผัสกับผิวหนัง เช่น สายรัดแขน หรือนาฬิกา การลดขนาดลงเหลือเพียง 3 มิลลิเมตร ทำให้สามารถฝังเข้าไปในจุดที่ต้องการตรวจรักษาได้ง่ายผ่านเข็มฉีดยาขนาดเล็ก โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดใหญ่
การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อได้เปรียบที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ ขนาดและความปลอดภัย สัญญาณไฟฟ้าความถี่ต่ำที่ไหลผ่านร่างกายมีความเสี่ยงต่ำต่อการถูกดักจับสัญญาณจากภายนอก ซึ่งแตกต่างจากบลูทูทที่ส่งคลื่นกระจายไปทั่วอากาศ จึงช่วยยกระดับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล
นอกจากนี้ การส่งสัญญาณรูปแบบนี้ใช้พลังงานน้อยกว่าคลื่นวิทยุแบบเดิมหลายเท่า ทำให้ตัวอุปกรณ์ไม่ต้องแบกรับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ จึงสามารถสร้างเซนเซอร์ขนาดจิ๋วที่ฝังไว้ในร่างกายได้นานโดยไม่สร้างความเจ็บปวดหรือความรำคาญแก่ผู้ใช้งาน
การดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล
การเปลี่ยนร่างกายให้กลายเป็นเครือข่ายส่งข้อมูลจะเข้ามาปฏิวัติวงการแพทย์และการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล ในหลายด้าน เช่น
- การรักษาโรคเฉพาะจุดแบบทันท่วงที: หากเซนเซอร์ในร่างกายตรวจพบระดับน้ำตาลในเลือดลดลงผิดปกติ หรือพบการกระตุกของเส้นประสาท อุปกรณ์จะส่งสัญญาณผ่านร่างกายไปยังปั๊มยาขนาดเล็กเพื่อปล่อยยาในปริมาณที่พอดีเข้าสู่จุดที่ต้องทำการรักษาทันที
- การฟื้นฟูสมรรถภาพทางกาย: ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวหรืออัมพฤกษ์สามารถใช้เซนเซอร์จิ๋วในการส่งสัญญาณกระตุ้นกล้ามเนื้อได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้การกายภาพบำบัดมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ไร้รอยต่อและสะดวกสบาย: ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องพกพาอุปกรณ์ขนาดใหญ่ หรือคอยกังวลเรื่องการชาร์จแบตเตอรี่อุปกรณ์ฝังในร่างกายบ่อย ๆ เพียงแค่ติดอุปกรณ์รับสัญญาณไว้ที่ผิวหนัง ระบบทั้งหมดก็สามารถทำงานเชื่อมโยงกันอย่างเป็นธรรมชาติ

อนาคตของเทคโนโลยีทางการแพทย์
ในอนาคต เทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสารบนร่างกายนี้จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) ช่วยให้การเฝ้าระวังโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือโรคทางระบบประสาท เป็นไปอย่างอัตโนมัติและมีประสิทธิภาพสูงสุด แม้ว่าในปัจจุบันเทคโนโลยีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบและพัฒนาเพิ่มเติม แต่แนวคิดการใช้ร่างกายมนุษย์เป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงนวัตกรรม จะช่วยทลายข้อจำกัดทางการแพทย์เดิม ๆ และเปิดประตูสู่ยุคที่มนุษย์กับเทคโนโลยีผสานรวมกันเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
การพัฒนาเครือข่ายส่งข้อมูลผ่านร่างกายมนุษย์ด้วยเซนเซอร์ขนาดจิ๋ว นับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยทลายข้อจำกัดด้านพลังงานและขนาดของอุปกรณ์ทางการแพทย์ นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้การตรวจและรักษาโรคทำได้แม่นยำถึงระดับจุดเกิดเหตุเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล และสร้างความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การดูแลสุขภาพในยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร
ที่มาข้อมูล: gatech, techxplore, dongascience
ที่มาภาพ: gatech
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS












