ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เรื่องวิทย์หลังแลนด์บริดจ์ ผลกระทบของทางเชื่อมสองมหาสมุทร

23 ม.ค. 696 นาที23 ม.ค. 69

โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน

ขนาดตัวอักษร
แผนที่โครงการ ภาพจาก กระทรวงคมนาคม

โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือที่เราคุ้นหูกันในชื่อ ‘โครงการแลนด์บริดจ์’ เป็นการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทั้งสองฝั่งทะเล ได้แก่ ฝั่งทะเลอันดามัน ณ แหลมอ่าวอ่าง จังหวัดระนอง และฝั่งอ่าวไทย ณ แหลมริ่ว จังหวัดชุมพร และมีการสร้างทางเชื่อมระหว่างท่าเรือทั้ง 2 ฝั่ง เป็นระยะทาง 89.35 กิโลเมตร ทั้งทางหลวงพิเศษ รถไฟทางคู่ ท่อขนส่งน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ และมีการถมทะเลเพื่อพัฒนากิจการสนับสนุนท่าเรือ

โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและศักยภาพทางการค้าของประเทศไทยกับกลุ่มประเทศที่อยู่ทางด้านมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้สามารถลดต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่ง และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว สนับสนุนระบบโลจิสติกส์การขนส่งทางเรือของประเทศไทยเพื่อเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาค เพิ่มศักยภาพในการพัฒนาระบบการคมนาคมขนส่งและเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาคุณภาพชีวิต โอกาสการจ้างงาน และช่วยลดปัญหาทางสังคมในพื้นที่จังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร และจังหวัดอื่น ๆ ในภาคใต้

ทางโครงการได้มีการศึกษาความคุ้มค่าแล้วพบว่า โครงการนี้สามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้ประเทศในระยะยาว เพราะเมื่อเปรียบเทียบต้นทุนกับผลประโยชน์ทั้งหมด พบว่าทุก ๆ เงินลงทุน 1 บาท จะสร้างมูลค่ากลับมาได้ประมาณ 1.35 บาท และหากคิดรวมตลอดอายุโครงการ ประเทศจะได้กำไรกว่า 250,000 ล้านบาท แม้จะต้องใช้เวลาประมาณ 24 ปีจึงจะคืนทุน อีกทั้งโครงการยังสามารถสร้างงานในพื้นที่กว่า 280,000 ตำแหน่ง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดระนองและชุมพร ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังมีการประเมินว่าโครงการจะช่วยเพิ่มอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทย (GDP) เพิ่มสูงขึ้นได้ถึง 5.5% ต่อปี หากดำเนินการได้ตามแผน

หากฟังจากประโยชน์ที่ได้จากโครงการอาจมองได้ว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่จะนำความเจริญเข้ามาภายในประเทศ แต่โครงการนี้เองก็ได้รับความกังวลจากหลายภาคส่วน ซึ่งได้มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมฉบับหนึ่งที่ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบจากโครงการแลนด์บริดจ์อยู่หลายอย่างด้วยกัน

Land Bridge Effect

โดยรายงานนี้คือรายงานที่มีชื่อว่า Land Bridge Effect ที่มีการใช้หลักการของวิทยาศาสตร์พลเมือง (Citizen Science) ในการเก็บข้อมูลโดยมาจากความร่วมมือระหว่างนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เครือข่ายที่สนใจด้านสิ่งแวดล้อมและประชาชนที่อยู่ในชุมชนบริเวณนั้น ซึ่งภายในรายงานจะเป็นการรวบรวมข้อมูลผลกระทบของโครงการต่อระบบนิเวศ ชุมชนชายฝั่ง และวิถีชีวิต โดยเน้นการวิเคราะห์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพและผลกระทบทางสังคมเพิ่มเติมจากรายงาน EHIA ของทางการ

ภายในรายงานแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ในการเก็บข้อมูลซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในโครงการแลนด์บริดจ์นั้นมีความหลากหลายทางชีวภาพและมีสัตว์น้ำที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ อีกทั้งในบริเวณใกล้เคียงโครงการคือพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง (Ranong Biosphere Reserves) ที่อยู่ในโครงการมนุษย์และชีวมณฑล (Man and Biosphere Reserves Programme : MAB) ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศขององค์การยูเนสโก (UNESCO)

โดยพื้นที่ดังกล่าวได้มีการพบพันธุ์ไม้ที่จัดอยู่ในสภาพที่ต้องเฝ้าระวังหรือมีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ตามบัญชีเพื่อการอนุรักษ์ของ IUCN Red List จำนวน 6 ชนิด ได้แก่ พังกา - ถั่วขาว (Bruguiera hainesii) หงอนไก่ใบเล็ก (Heritiera fomes) น้ำนอง (Brownlowia tersa) เป้ (Phoenix paludosa) และโปรงขาว (Ceriops decandra) อีกทั้งยังมีนกหายากใกล้สูญพันธุ์อีก 3 ชนิด ได้แก่ นกยางจีน (Egretta eulophotes) นกน็อตใหญ่ (Calidris tenuirostris) และนกอีก๋อยสะโพกสีน้ำตาล (Numenius madagascariensis)

พื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง ภาพจาก ส่วนบริหารจัดการพื้นที่ป่าชายเลนระนอง

ทั้งนี้ บริเวณใกล้กับโครงการยังมีพื้นที่ปะการังหลายแห่ง รวมพื้นที่แล้วมีขนาดสูงถึงประมาณ 2,504,080 ตารางเมตร ซึ่งเป็นศูนย์รวมความหลากหลายทางชีวภาพและมีแหล่งหญ้าทะเลโดยรอบพื้นที่โครงการรวมกว่า 1,260,272 ตารางเมตร ซึ่งเป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล อีกทั้งยังเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนที่สำคัญอีกด้วย

แนวปะการังเกาะพยาม

นอกจากข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพยังมีการใช้โปรแกรม DSAS แบบจำลองทางคณิตศาสตร์อย่าง GENESIS และแบบจำลองทางคณิตศาสตร์สองมิติอย่าง MIKE21 เพื่อจำลองผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งทะเลหากโครงการแลนด์บริดจ์ได้เกิดขึ้น และผลได้แสดงถึงผลกระทบหลายอย่างทั้ง การไหลเวียนของน้ำลดลงส่งผลให้อุณหภูมิของน้ำในอ่าวอาจเพิ่มขึ้นและความเค็มของน้ำอาจเปลี่ยนแปลง เกิดการสะสมของตะกอนในอ่าวมากขึ้นส่งผลให้พื้นที่ใกล้ฝั่งของอ่าวอาจกลายเป็นโคลนตมและส่งผลต่อระบบนิเวศชายฝั่ง และการกระจายตัวของสารอาหารและออกซิเจนในน้ำจะลดลงอีกด้วย

แม้โครงการแลนด์บริดจ์จะถูกนำเสนอในฐานะโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ แต่ข้อมูลจากการสำรวจทางชีวภาพและแบบจำลองทางวิทยาศาสตร์ในรายการดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่าพื้นที่โครงการมีความเปราะบางสูงต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบชายฝั่ง ทั้งในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ คุณภาพน้ำ และเสถียรภาพของชายหาด ซึ่งล้วนเป็นรากฐานของเศรษฐกิจประมงและการท่องเที่ยวในระยะยาว

หากการพัฒนาเกิดขึ้นโดยขาดฐานข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอและการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างแท้จริง ต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมอาจสูงกว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่คาดหวัง และอาจกลายเป็นภาระที่คนรุ่นหลังต้องรับผิดชอบ ดังนั้น การทบทวนความจำเป็นของท่าเรือฝั่งอันดามันและรูปแบบการพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศบนพื้นฐานของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่โปร่งใส จึงเป็นสิ่งจำเป็นก่อนที่โครงการจะก้าวสู่ขั้นตอนการก่อสร้างจริง


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

ที่มาข้อมูล : policywatch.thaipbs, policywatch.thaipbs, greennews, thaipublica

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

ผู้ที่สนใจการใช้วิทยาศาสตร์มาผลักดันสิ่งแวดล้อมและสังคม ไม่ว่าจะเป็นการทำงานวิจัยหรือการสื่อสารวิทยาศาสตร์

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภัยคุกคามระดับโลก! นักวิทย์เตือน น้ำบนโลกกำลังขาดออกซิเจนมากขึ้นเรื่อย ๆสิ่งแวดล้อม

ภัยคุกคามระดับโลก! นักวิทย์เตือน น้ำบนโลกกำลังขาดออกซิเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ

งานวิจัยของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก (University of California, San Diego) ตีพิมพ์ในวารสาร Limnology and Oceanography เผยว่า ขณะนี้ “ออกซิเจน” กำลังหายไปจากมหาสมุทร ทะเลสาบ แม่น้ำ

24 ก.ค. 69|24 ก.ค. 69
อ่านต่อ →
แปลกแต่จริง! พบ “หมึกยักษ์สีฟ้า” สายพันธุ์ใหม่ แต่กลับมีขนาดจิ๋ว เท่าลูกกอล์ฟวิทยาศาสตร์

แปลกแต่จริง! พบ “หมึกยักษ์สีฟ้า” สายพันธุ์ใหม่ แต่กลับมีขนาดจิ๋ว เท่าลูกกอล์ฟ

ที่ก้นมหาสมุทรใกล้กับหมู่เกาะกาลาปากอส (ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากทวีปอเมริกาใต้ประมาณ 1,000 กิโลเมตร) เรือดำน้ำที่ควบคุมโดยนักวิทยาศาสตร์ได้พบกับหมึกยักษ์ลึกลับตัวหนึ่งที่มีสีฟ้าเหมือนมหาสมุทร และมีขนาดประมาณลูกกอล์ฟ

26 พ.ค. 69|26 พ.ค. 69
อ่านต่อ →
นักวิทย์คาดดวงจันทร์ไททันอาจไม่มีเนื้อในเป็นมหาสมุทรเกล็ดน้ำแข็งขนาดใหญ่อวกาศ

นักวิทย์คาดดวงจันทร์ไททันอาจไม่มีเนื้อในเป็นมหาสมุทรเกล็ดน้ำแข็งขนาดใหญ่

ผลการวิเคราะห์ข้อมูลดวงจันทร์ไททันล่าสุดคาดว่าโครงสร้างใต้เปลือกดวงจันทร์อาจไม่ได้มีชั้นมหาสมุทรหนาอยู่ใต้แผ่นน้ำแข็งขนาดยักษ์

11 ม.ค. 69|11 ม.ค. 69
อ่านต่อ →
พีก ธ.ค. นี้! ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และจะอยู่จนถึง ก.พ. ปีหน้าสิ่งแวดล้อม

พีก ธ.ค. นี้! ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และจะอยู่จนถึง ก.พ. ปีหน้า

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
หมอตัวจิ๋วในร่างกาย ส่องการพัฒนาหุ่นยนต์จิ๋ว สู่การรักษาโรคร้ายในอนาคตเทคโนโลยี

หมอตัวจิ๋วในร่างกาย ส่องการพัฒนาหุ่นยนต์จิ๋ว สู่การรักษาโรคร้ายในอนาคต

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศวิทยาศาสตร์

กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศ

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!วิทยาศาสตร์

เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!

11 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
Francis Halzen คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2026 จากการบุกเบิกการตรวจจับนิวทริโนพลังงานสูงจากเอกภพวิทยาศาสตร์

Francis Halzen คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2026 จากการบุกเบิกการตรวจจับนิวทริโนพลังงานสูงจากเอกภพ

08 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
รู้จัก “กาฬโรค” เพื่อรู้เท่าทันโรค พร้อมรับมือ-ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นวิทยาศาสตร์

รู้จัก “กาฬโรค” เพื่อรู้เท่าทันโรค พร้อมรับมือ-ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น

06 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
“ลูกเห็บหลงฤดู” เหตุการณ์ลูกเห็บตกกลางกรุง เมื่อ 1 ต.ค. 69วิทยาศาสตร์

“ลูกเห็บหลงฤดู” เหตุการณ์ลูกเห็บตกกลางกรุง เมื่อ 1 ต.ค. 69

02 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
สาเหตุการสูญพันธุ์ใหญ่ที่สุด : ผลวิจัยใหม่วิทยาศาสตร์

สาเหตุการสูญพันธุ์ใหญ่ที่สุด : ผลวิจัยใหม่

27 ก.ย. 69
อ่านต่อ →