ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

วิกฤตนักวิจัยไทย! เมื่อความทุ่มเทสวนทางกับรายได้ จนบุคคลากรภาควิจัยเริ่มขาดแคลน

04 ก.ย. 696 นาที04 ก.ย. 69

ในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง ประเทศไทยกลับกำลังเผชิญหน้ากับภัยเงียบที่กัดเซาะรากฐานการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์อย่างรุนแรง นั่นคือภาวะสมองไหล

ขนาดตัวอักษร

หรือการสูญเสียบุคลากรระดับมันสมองและนักวิจัยศักยภาพสูงให้แก่ต่างประเทศ เบื้องหลังปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากโครงสร้างการทำงาน กฎระเบียบทางเอกสาร และสภาพความเป็นอยู่ที่บีบคั้นให้นักวิจัยจำนวนมากไม่สามารถสร้างสรรค์ผลงานหรือดำรงชีวิตได้อย่างสมเกียรติในบ้านเกิดของตนเอง

นักวิจัย

ข้อมูลจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เผยให้เห็นสถิติที่สะท้อนถึงวิกฤตบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ของไทยอย่างชัดเจน โดยในปี 2566 ประเทศไทยมีบุคลากร R&D รวมทั้งสิ้น 150,081 คน ลดลงจากปีก่อนหน้าถึง 9% และเมื่อคิดเป็นสัดส่วนต่อประชากร พบว่าไทยมีนักวิจัยเพียงประมาณ 23 คน ต่อประชากร 10,000 คน ซึ่งยังห่างไกลจากประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชีย เช่น เกาหลีใต้หรือสิงคโปร์ที่มีสัดส่วนนักวิจัยต่อประชากรสูงกว่าไทยหลายเท่าตัว ตัวเลขการลดลงนี้สะท้อนถึงการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่ทรงคุณค่า และสอดคล้องกับดัชนีภาวะสมองไหล (Brain Drain Index) ของประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

นักวิจัยไทย

อุปสรรคที่นักวิจัยในประเทศไทยต้องเผชิญและกลายเป็นภาระหนักหน่วงที่สุด คือระบบบริหารจัดการ งานเอกสาร และระบบจัดซื้อจัดจ้างที่เทอะทะ ซับซ้อน แทนที่จะได้ทุ่มเทเวลาและสติปัญญาไปกับการทดลอง ค้นคว้า หรือวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก นักวิจัยไทยกลับต้องเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำเอกสารการเงิน การเขียนข้อกำหนดขอบเขตของงาน และการชี้แจงระเบียบพัสดุที่ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของงานวิจัยวิทยาศาสตร์ ตัวอย่างเช่น การสั่งซื้อสารเคมี หรืออุปกรณ์เฉพาะทางจากต่างประเทศ ที่ต้องผ่านกระบวนการเสนอราคา การอนุมัติหลายชั้น และการตรวจสอบตามระเบียบพัสดุที่ใช้มาตรฐานเดียวกับการจัดซื้อวัสดุสำนักงานทั่วไป ขั้นตอนเหล่านี้บ่อยครั้งใช้เวลานานหลายเดือนไปจนถึงเป็นปี ส่งผลให้อุปกรณ์ที่ได้มาไม่ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีโลก หรือสารเคมีบางชนิดต้องหมดอายุไปก่อนที่จะได้เริ่มการทดลองจริง ยิ่งไปกว่านั้น ระบบทุนวิจัยในไทยมักมีลักษณะเป็นแบบปีต่อปี ซึ่งต้องปิดเล่มบัญชีและส่งรายงานตามกรอบเวลาอันสั้น ขาดความยืดหยุ่นและความต่อเนื่อง ทำให้การวางแผนวิจัยระยะยาวเชิงลึกที่ไม่สามารถคาดเดาผลลัพธ์ล่วงหน้าได้กลายเป็นเรื่องยากลำบาก

นักวิจัยไทย

นอกเหนือจากความยุ่งยากในกระบวนการทำงานแล้ว เรื่องของการดำรงชีพและสวัสดิการนับเป็นปัจจัยสำคัญที่บั่นทอนแรงใจของคนทำงานวิจัยอย่างมาก รายได้และผลตอบแทนของนักวิจัยในไทย เมื่อเปรียบเทียบกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นและภาระหน้าที่ความรับผิดชอบแล้ว ถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานเมื่อเทียบกับภาคเอกชนหรือต่างประเทศ นักวิจัยระดับปริญญาเอกหลายคนต้องทำงานภายใต้สัญญาจ้างระยะสั้นแบบปีต่อปี ในฐานะพนักงานจ้างเหมาบริการหรือนักวิจัยตามโครงการที่ไร้ซึ่งสวัสดิการพื้นฐาน ไม่มีประกันสุขภาพ ไม่มีค่ารักษาพยาบาล ไม่มีสิทธิการลาที่ครอบคลุม และไม่มีความมั่นคงในวัยเกษียณ การต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่องการต่อสัญญาจ้างและสภาวะทางการเงินอยู่ตลอดเวลา บีบบังคับให้บุคลากรทรงคุณค่าเหล่านี้ต้องแบ่งสมองและพลังงานไปกับการหาทางรอดในชีวิตประจำวัน จนทำให้การมุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมเปลี่ยนเป็นความเครียดสะสมแทน

ความเหลื่อมล้ำทางโครงสร้างและระบบลำดับขั้นในองค์กรยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่คอยขัดขวางการเติบโต การประเมินผลงานวิจัยในหลายสถาบันยังคงยึดติดกับกรอบตัวชี้วัดเชิงปริมาณ เช่น จำนวนบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ มากกว่าการประเมินถึงผลกระทบจริงที่งานวิจัยนั้นมีต่อสังคม อุตสาหกรรม หรือการแก้ปัญหาของประเทศ นักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพสูงมักขาดอิสระในการนำเสนอหรือดำเนินโครงการวิจัยของตนเอง เนื่องจากงบประมาณและอำนาจการตัดสินใจมักกระจุกตัวอยู่กับผู้บริหารหรือนักวิจัยระดับผู้ใหญ่ตามโครงสร้างอาวุโส ปัจจัยเหล่านี้ทำให้นักวิจัยรุ่นใหม่รู้สึกถึงความอับจนในเส้นทางอาชีพและการพัฒนาตนเอง

นักวิจัย

เมื่อนำปัจจัยความยากลำบากในไทยไปเปรียบเทียบกับข้อเสนอจากต่างประเทศ จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน สถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยในหลายประเทศยื่นข้อเสนอเงินเดือนที่สูงกว่าหลายเท่าตัว พร้อมทั้งมอบระบบสนับสนุนที่เอื้อต่อการทำงานจริง มีทีมงานฝ่ายสนับสนุนเฉพาะทางเข้ามาดูแลเรื่องเอกสารการเงินและการจัดซื้อจัดจ้างโดยตรงเพื่อให้นักวิจัยโฟกัสกับห้องทดลองได้อย่างเต็มที่ มีเครื่องมือและโครงสร้างพื้นฐานระดับสากล รวมทั้งมอบสวัสดิการการดำรงชีพ สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการอำนวยความสะดวกเรื่องวีซ่าที่ครอบคลุมไปถึงครอบครัว คุณภาพชีวิตที่มั่นคงและสภาพแวดล้อมที่ให้คุณค่ากับงานวิจัย จึงกลายเป็นแรงดึงดูดมหาศาลที่ทำให้นักวิจัยตัดสินใจย้ายถิ่นฐานไปต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

ความสูญเสียจากภาวะสมองไหลนี้ขยายวงกว้างเกินกว่าการขาดแคลนบุคลากรในปัจจุบัน โดยส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงระบบการศึกษาและการสร้างนักวิจัยรุ่นถัดไป เมื่อเยาวชนคนรุ่นใหม่มองเห็นความยากลำบาก ความไม่มั่นคงในอาชีพ และอุปสรรคทางโครงสร้างที่รุ่นพี่นักวิจัยต้องเผชิญ แรงบันดาลใจในการเลือกเรียนและทำงานในสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็ลดน้อยถอยลงตามไปด้วย นำไปสู่วิกฤตการขาดแคลนกำลังคนทางด้านนวัตกรรมที่จะเข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต

ห้องแล็บในต่างประเทศ : ที่มาภาพ AP

การเดินทางออกไปทำงานในต่างแดนของนักวิจัยไทยในปัจจุบัน จึงเป็นการเลือกทางรอดเพื่อรักษาศักยภาพทางวิชาการและคุณภาพชีวิตของตนเอง ปัญหาสมองไหลคือสัญญาณเตือนภัยระดับชาติที่สะท้อนถึงความล้มเหลวในการรักษาต้นทุนทางปัญญา หากประเทศไทยยังคงปล่อยให้ระบบบริหารจัดการวิจัยถูกพันธนาการด้วยระเบียบที่ล้าหลัง และยังคงมองข้ามคุณภาพชีวิตของคนทำงานวิจัย ความฝันที่จะนำพาประเทศไปสู่การเป็นเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมก็คงเป็นได้เพียงแค่จินตนาการที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS


ที่มาข้อมูล : nrct, thaipbs, imd


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

ผู้ที่สนใจการใช้วิทยาศาสตร์มาผลักดันสิ่งแวดล้อมและสังคม ไม่ว่าจะเป็นการทำงานวิจัยหรือการสื่อสารวิทยาศาสตร์

บทความที่เกี่ยวข้อง

ที่แรก! อ.คมศร ไขความเป็นมา “อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส” ไดโนเสาร์ไทยลำดับที่ 15Thai Genius

ที่แรก! อ.คมศร ไขความเป็นมา “อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส” ไดโนเสาร์ไทยลำดับที่ 15

เรื่องไดโนเสาร์ ไว้ใจเรา! Thai PBS Sci & Tech ขอพาไปเจาะ Insight ไขความเป็นมา “อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส” (Uragasaurus kalasinensis) ไดโนเสาร์ซอโรพอดคอยาวชนิดใหม่ของโลก

16 ก.ค. 69|16 ก.ค. 69
อ่านต่อ →
พัฒนา “Rare Sugars” แคลอรี่ต่ำ ให้ความหวานดีต่อสุขภาพมากขึ้นวิทยาศาสตร์

พัฒนา “Rare Sugars” แคลอรี่ต่ำ ให้ความหวานดีต่อสุขภาพมากขึ้น

The University of Queensland ประเทศออสเตรเลีย เผยว่า กำลังพัฒนาวิธีผลิต “น้ำตาลหายาก” (Rare Sugars) แคลอรี่ต่ำด้วยแบคทีเรียดัดแปลงพันธุกรรมในรูปแบบที่มีต้นทุนต่ำ

18 มิ.ย. 69|18 มิ.ย. 69
อ่านต่อ →
วัคซีนออกแบบโดย AI ตัวแรกของโลก! ได้รับการทดสอบในมนุษย์เป็นครั้งแรกAI

วัคซีนออกแบบโดย AI ตัวแรกของโลก! ได้รับการทดสอบในมนุษย์เป็นครั้งแรก

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge) ได้พัฒนาวัคซีนชนิดใหม่โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ออกแบบส่วนประกอบสำคัญของวัคซีนทั้งหมด ที่สำคัญผ่านการทดสอบในมนุษย์เป็นครั้งแรกแล้ว

10 มิ.ย. 69|10 มิ.ย. 69
อ่านต่อ →
พีก ธ.ค. นี้! ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และจะอยู่จนถึง ก.พ. ปีหน้าสิ่งแวดล้อม

พีก ธ.ค. นี้! ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และจะอยู่จนถึง ก.พ. ปีหน้า

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
หมอตัวจิ๋วในร่างกาย ส่องการพัฒนาหุ่นยนต์จิ๋ว สู่การรักษาโรคร้ายในอนาคตเทคโนโลยี

หมอตัวจิ๋วในร่างกาย ส่องการพัฒนาหุ่นยนต์จิ๋ว สู่การรักษาโรคร้ายในอนาคต

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศวิทยาศาสตร์

กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศ

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!วิทยาศาสตร์

เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!

11 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
Francis Halzen คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2026 จากการบุกเบิกการตรวจจับนิวทริโนพลังงานสูงจากเอกภพวิทยาศาสตร์

Francis Halzen คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2026 จากการบุกเบิกการตรวจจับนิวทริโนพลังงานสูงจากเอกภพ

08 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
รู้จัก “กาฬโรค” เพื่อรู้เท่าทันโรค พร้อมรับมือ-ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นวิทยาศาสตร์

รู้จัก “กาฬโรค” เพื่อรู้เท่าทันโรค พร้อมรับมือ-ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น

06 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
“ลูกเห็บหลงฤดู” เหตุการณ์ลูกเห็บตกกลางกรุง เมื่อ 1 ต.ค. 69วิทยาศาสตร์

“ลูกเห็บหลงฤดู” เหตุการณ์ลูกเห็บตกกลางกรุง เมื่อ 1 ต.ค. 69

02 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
สาเหตุการสูญพันธุ์ใหญ่ที่สุด : ผลวิจัยใหม่วิทยาศาสตร์

สาเหตุการสูญพันธุ์ใหญ่ที่สุด : ผลวิจัยใหม่

27 ก.ย. 69
อ่านต่อ →