ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ระหว่างที่ยานอวกาศ Psyche โฉบผ่านดาวอังคาร ได้พบเจออะไรบ้าง

13 ส.ค. 695 นาที13 ส.ค. 69

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2026 ยานอวกาศไซคี (Psyche) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) ได้บินเฉียดดาวอังคาร (Mars Flyby) สำเร็จตามแผนที่วางไว้

ขนาดตัวอักษร

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2026 ยานอวกาศไซคี (Psyche) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) ได้บินเฉียดดาวอังคาร (Mars Flyby) สำเร็จตามแผนที่วางไว้ ซึ่งระหว่างการบินโฉบผ่านดาวอังคารเพื่อเร่งความเร็วในการเดินทางไปยังดาวเคราะห์น้อยไซคี (Psyche) ทีมวิศวกรได้ใช้โอกาสนี้สำรวจดาวอังคารไปด้วย

ยานอวกาศไซคีมีเป้าหมายคือการเดินทางไปสำรวจดาวเคราะห์น้อยไซคี ดาวเคราะห์น้อยโลหะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ ซึ่งวิศวกรได้ออกแบบเส้นทางบินให้โฉบผ่านดาวอังคารเพื่อเร่งความเร็ว เป็นการประหยัดเชื้อเพลิงและต้นทุนให้มากที่สุดในการเดินทางไปยังแถบดาวเคราะห์น้อย

และในโอกาสนี้ที่ยานอวกาศไซคีได้โฉบผ่านดาวอังคารในระยะที่ใกล้กับพื้นผิวดาวอังคารที่ระยะ 4,609 กิโลเมตรจากพื้นผิว นักวิทยาศาสตร์และทีมวิศวกรเลือกเปิดการทำงานของอุปกรณ์วิทยาศาสตร์เพื่อใช้ปรับเทียบ (calibration) และศึกษาดาวอังคารไปในตัวพร้อมกับยานอวกาศลำต่าง ๆ ที่โคจรรอบดาวอังคาร

กล้องถ่ายภาพมัลติสเปกตรัม (multispectral imager) ตัวยานอวกาศไซคีติดตั้งกล้องถ่ายภาพไปถึงสองตัวเพื่อศึกษาพื้นผิวของดาว ภาพจาก NASA

ข้อมูลจากยานอวกาศและเครือข่ายสื่อสารผ่านอวกาศห้วงลึก (Deep Space Network) ยืนยันว่ายานอวกาศไซคีมีความเร็วเพิ่มขึ้นหลังจากการบินโฉบถึง 1,600 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและปรับระนาบการโคจรเมื่อเทียบกับดวงอาทิตย์ได้มากกว่าสามองศา ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยอดเยี่ยม ช่วยส่งให้ยานเข้าสู่วิถีโคจรเป้าหมายเพื่อมุ่งหน้าสู่แถบดาวเคราะห์น้อยได้อย่างสมบูรณ์

ส่วนในการทดสอบระบบเครื่องมือวิทยาศาสตร์ของยานไซคี อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ทั้งสามตัวได้เปิดทำงานและศึกษาดาวอังคารได้โดยไม่มีปัญหาขัดข้อง เครื่องมือแรกได้แก่อุปกรณ์วัดสเปกตรัมรังสีแกมมาและนิวตรอน (gamma-ray and neutron spectrometer) ซึ่งออกแบบมาเพื่อระบุองค์ประกอบทางเคมีของวัตถุอวกาศโดยอาศัยหลักการตรวจจับการแผ่รังสีที่เกิดขึ้นเมื่อรังสีคอสมิกพลังงานสูงพุ่งชนพื้นผิว แม้อุปกรณ์จะเปิดการทำงานที่ระยะห่างจากพื้นผิวของดาวอังคารมากเกินกว่าที่อุปกรณ์ถูกออกแบบมาไว้ ทำให้ไม่สามารถใช้อุปกรณ์นี้ตรวจวัดรังสีแกมมาที่สะท้อนจากพื้นผิวของดาวอังคารได้ แต่ยังสามารถตรวจวัดนิวตรอนที่หลุดรอดออกมาจากพื้นผิวและชั้นบรรยากาศของดาวอังคารได้สำเร็จตามที่คำนวณไว้ ซึ่งเป็นการยืนยันความไวของเซ็นเซอร์ว่าสามารถทำงานตรวจวัดได้จริง

นอกจากนี้ นับเป็นครั้งแรกที่เครื่องวัดสนามแม่เหล็ก (magnetometer) ของยานอวกาศไซคีได้ทำงานจริงในอวกาศ เป้าหมายหลักคือการพิสูจน์ว่าดาวเคราะห์น้อยไซคีเคยเป็นแกนกลางของดาวเคราะห์ก่อกำเนิด (planetesimal) มาก่อนหรือไม่ ผลการทดสอบเครื่องมือเหนือดาวอังคารสามารถตรวจพบการพุ่งสูงขึ้นของความเข้มข้นสนามแม่เหล็กในบริเวณที่เรียกว่า Bow Shock ซึ่งเป็นจุดที่พลาสมาหรือลมสุริยะปะทะเข้ากับสนามแม่เหล็กของตัวดาว

อุปกรณ์สุดท้าย กล้องถ่ายภาพมัลติสเปกตรัม (multispectral imager) ตัวยานอวกาศไซคีติดตั้งกล้องถ่ายภาพไปถึงสองตัวเพื่อศึกษาพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อยด้วยระยะของภาพที่แตกต่างกัน การทดสอบระบบกล้องถ่ายภาพต้องอาศัยการวางแผนถ่ายภาพล่วงหน้าเพื่อคำนวณองศาและจังหวะการถ่ายภาพให้เล็งไปยังตำแหน่งพื้นผิวของดาวอังคารให้เหมาะสม

ภาพจำลองยานอวกาศไซคี (Psyche) ภาพจาก NASA

แต่เนื่องจากยานเข้าใกล้ดาวอังคารในมุมเฟส (phase angle) ที่สูงในช่วงกลางคืน ทำให้กล้องจับภาพดาวอังคารในขณะที่มีพื้นที่ได้รับแสงสว่างเพียง 4% ปรากฏเป็นเสี้ยวบาง ๆ อย่างไรก็ตาม กล้องสามารถตรวจจับแสงที่กระเจิงในชั้นบรรยากาศ ทำให้มองเห็นเมฆบนดาวอังคารได้ และในช่วงที่ยานอวกาศเข้าใกล้พื้นผิวของดาวอังคารมากที่สุด ระบบสามารถถ่ายภาพรายละเอียดทางธรณีวิทยาที่สำคัญ เช่น หลุมอุกกาบาตฮอยเกนส์ (Huygens crater) พืดน้ำแข็งขั้วใต้ และร่องรอยที่เกิดจากกระแสลมบนพื้นผิว นอกจากนี้ ยังสามารถถ่ายภาพดวงจันทร์บริวารของดาวอังคาร ได้แก่ โฟบอส (Phobos) และดีมอส (Deimos) จากระยะไกลได้อีกด้วย ทั้งหมดนี้เป็นไปเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการค้นหาดาวบริวารของดาวเคราะห์น้อยไซคีต่อไป

และเพื่อให้การปรับเทียบเครื่องมือวิทยาศาสตร์มีความแม่นยำสูงสุดตามหลักวิชาการ ทีมผู้วิจัยกำลังดำเนินการเปรียบเทียบข้อมูลที่ยาน ไซคีเก็บรวบรวมได้ นำไปวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลจากยานสำรวจดาวอังคารลำอื่น ๆ อาทิ ยานมาร์สรีคอนเนสเซนซ์ออร์บิเตอร์ (Mars Reconnaissance Orbiter) และยานโรเวอร์ของนาซา ตลอดจนยานสำรวจขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

จากการโฉบผ่านดาวอังคารนี้ทำให้วิศวกรทราบว่าระบบต่าง ๆ ของยานอวกาศไซคีสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ และในลำดับถัดไปยานจะกลับมาเดินเครื่องระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์และไฟฟ้า (solar-electric propulsion system) อย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปี เพื่อเร่งความเร็วเข้าสู่แถบดาวเคราะห์น้อย และสามารถเดินทางไปถึงดาวเคราะห์น้อยไซคีได้ตามกำหนดการในช่วงฤดูร้อนปี 2029


เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล
พิสูจน์อักษร ศุภกิจ พัฒนพิฑูรย์


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS


ที่มาข้อมูล : NASA


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

🌎 "รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก" ไปกับ Thai PBS Sci & Tech • วิทยาศาสตร์ • เทคโนโลยี นวัตกรรม • ดาราศาสตร์ • Media Literacy • Cyber Security • Tips & Tricks • Trends

บทความที่เกี่ยวข้อง

พรุ่งนี้ (23 ก.ย. 69)! “วันศารทวิษุวัต” ช่วงเวลากลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากันอวกาศ

พรุ่งนี้ (23 ก.ย. 69)! “วันศารทวิษุวัต” ช่วงเวลากลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากัน

พรุ่งนี้ (23 ก.ย. 69) เป็นวัน “ศารทวิษุวัต” (อ่านว่า สา-ระ-ทะ-วิ-สุ-วัด) หรือ Autumnal Equinox ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนมาอยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลก

22 ก.ย. 69|5 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
ปูทางอยู่อาศัยระยะยาว! “ห้องครัว” สถานีอวกาศจีน เวฟ-อบอาหาร กลางอวกาศได้แล้วอวกาศ

ปูทางอยู่อาศัยระยะยาว! “ห้องครัว” สถานีอวกาศจีน เวฟ-อบอาหาร กลางอวกาศได้แล้ว

หมดยุคกินอาหารอวกาศแบบแห้ง ๆ รสชาติชวนชืด เพราะล่าสุดศูนย์นักบินอวกาศแห่งประเทศจีนร่วมมือกับภาคเอกชน เนรมิต "ห้องครัวอวกาศ" บนสถานีอวกาศเทียนกง (Tiangong) ให้กลายเป็นครัวสุดล้ำ

22 ก.ย. 69|5 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
กล้องฮับเบิลและเจมส์ เว็บบ์ร่วมสำรวจเทหวัตถุที่อยู่ห่างไกลที่สุด ณ ขอบของระบบสุริยะอวกาศ

กล้องฮับเบิลและเจมส์ เว็บบ์ร่วมสำรวจเทหวัตถุที่อยู่ห่างไกลที่สุด ณ ขอบของระบบสุริยะ

กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลและเจมส์ เว็บบ์ ได้ทำการสำรวจวัตถุพ้นดาวเนปจูน (trans-Neptunian objects หรือ TNO) ที่อยู่ห่างไกลจากโลกมากที่สุด

19 ก.ย. 69|19 ก.ย. 69
อ่านต่อ →