ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

นาซาพบหลุมอุกกาบาตเกิดใหม่บนดวงจันทร์ ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยบันทึกได้

06 ต.ค. 696 นาที1 ชั่วโมงที่แล้ว

เมื่อเร็ว ๆ นี้ยานสำรวจดวงจันทร์ Lunar Reconnaissance Orbiter (LRO) ของนาซา (NASA) ได้ค้นพบหลุมอุกกาบาตเกิดใหม่บนดวงจันทร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ นับเป็นปรากฏการณ์หายากที่เกิดขึ้นในรอบ 100 ปี

ขนาดตัวอักษร

“ผมหยุดทุกอย่างทันที แล้วเริ่มตรวจสอบว่าจุดนั้นคืออะไร” โรเบิร์ต วากเนอร์ (Robert Wagner) กล่าว เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการประมวลผลภาพจากบริษัท Intuitive Machines และทำงานกับข้อมูลจากระบบกล้อง Lunar Reconnaissance Orbiter Camera (LROC) ของนาซา จุดที่พบบนพื้นผิวมีสีขาวสว่างผิดปกติ ล้อมรอบด้วยวงมืด แตกต่างจากรอบข้าง ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของพื้นผิวที่ถูกชนอย่างรุนแรงจนเปิดให้เห็นเนื้อด้านในของดวงจันทร์

ภาพถ่ายหลุมอุกกาบาตแม็กเก็ตชินจากมุมเอียง 55 องศาที่ถ่ายจากยาน LRO ภาพจาก NASA

การชนซึ่งรุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี

หลุมอุกกาบาตนี้พบที่บริเวณขอบด้านตะวันออกของดวงจันทร์ มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 222 เมตร ลึกประมาณ 43 เมตร คาดการณ์กันว่าช่วงเวลาที่ชนอาจเป็นได้ตั้งแต่ 11 เมษายน ถึง 22 พฤษภาคม 2024 อาจจะเป็นดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อยที่มีขนาดเทียบเท่าอาคารสูง 3–6 ชั้น ซึ่งต่อมาได้หลุมนี้ได้รับการตั้งชื่อว่าแม็กเก็ตชิน (McGetchin) เพื่อเป็นเกียรติแก่ ทอม แม็กเก็ตชิน (Tom McGetchin) นักวิทยาศาสตร์ด้านดวงจันทร์ในยุคบุกเบิกการสำรวจดวงจันทร์ในยุคอะพอลโล

เนื่องจากดวงจันทร์ไม่มีชั้นบรรยากาศทำหน้าที่ชะลอหรือเผาไหม้สิ่งแปลกปลอม วัตถุจากอวกาศจึงสามารถพุ่งเข้าถึงพื้นผิวได้โดยตรงและเกิดเป็นหลุมอุกกาบาตที่สังเกตได้จากยานสำรวจอวกาศบนวงโคจร หนึ่งในนั้นคือยาน LRO ซึ่งมีกล้องถ่ายภาพพื้นผิวความละเอียดสูงที่สุดเท่าที่มีในวงโคจรของดวงจันทร์ ณ ขณะนี้ กล้องประจำยานจะคอยถ่ายภาพพื้นผิวของดวงจันทร์และทำแผนที่ความละเอียดสูงอย่างต่อเนื่อง ทีมนักวิจัยประเมินว่าขนาดหลุมที่ LRO จับภาพได้ เกิดจากวัตถุขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.1 เมตร พุ่งเข้าชนพื้นผิวดวงจันทร์โดยตรง ซึ่งจากสถิติแล้วมีการประเมินกันว่าหลุมในกลุ่มที่ LRO จะสามารถจับภาพได้นั้นมีความถี่ในการเกิดขึ้นใหม่ราว 140 หลุมต่อปี แต่หลุมเกิดใหม่ส่วนใหญ่มีต้นกำเนิดจากวัตถุระดับไมโครเมตร ซึ่งมีขนาดเล็กเกินกว่าจะจำแนกได้จากภาพถ่ายในวงโคจร สำหรับหลุมอุกกาบาตแม็กเก็ตชินนั้น คาดการณ์ว่าเป็นหลุมเกิดใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในวัฏจักรสถิติ 100 ปี

ภายหลังการค้นพบ นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้อุปกรณ์ตรวจวัดความร้อน Diviner บนยาน LRO สำรวจพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มเติม และตรวจพบบริเวณกว้างประมาณ 6.4 กิโลเมตรรอบหลุม มีอุณหภูมิในเวลากลางคืนต่ำกว่าพื้นที่ข้างเคียงประมาณ 9 องศาเซลเซียส ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้ระบุว่าความเย็นนี้เกิดขึ้นเพราะแรงกระแทกจนทำให้ชั้นดินและเศษหินบนดวงจันทร์ หรือเรโกลิท (regolith) รอบหลุมยกตัวขึ้นมา ในลักษณะจับตัวอย่างหลวม ๆ ส่งผลให้มีความหนาแน่นลดลงและกักเก็บความร้อนได้น้อยลง

ขอบเขตอันกว้างใหญ่ของบริเวณที่เย็นกว่ารอบข้างนี้น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะแสดงให้เห็นว่าการชนสามารถเปลี่ยนสภาพพื้นผิวของดวงจันทร์ในพื้นที่ไกลเกินกว่าตัวหลุมอุกกาบาตเอง การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพเช่นนี้อาจส่งผลต่อปฏิสัมพันธ์ระหว่างล้อยานสำรวจกับพื้นผิวได้เช่นกัน

ภาพแผนที่ความร้อนของพื้นผิวบริเวณหลุมอุกกาบาตแม็กเก็ตชิน เห็นว่าหลุมอุกกาบาตตรงกลางมีความร้อนที่น้อยกว่าบริเวณหลุมอื่น ๆ รอบข้างอย่างเห็นได้ชัดเจนมาก ภาพจาก NASA

พื้นผิวที่หลับไหล แต่ไม่หยุดนิ่ง

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่บนดวงจันทร์ส่วนมากเกิดขึ้นเมื่อราว 4,000 ล้านปีก่อน เรียกกันว่ายุคระดมชนหนักครั้งหลัง (Late Heavy Bombardment) ในยุคนี้ วัตถุที่หลงเหลือจากการก่อร่างสร้างดาวเคราะห์ของระบบสุริยะได้เริ่มพุ่งเข้าชนดาวเคราะห์ดวงต่าง ๆ ซึ่งโลกและดวงจันทร์ต่างก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ถึงแม้ว่าในปัจจุบันร่องรอยการถูกพุ่งชนจากอุกกาบาตบนโลกจากเมื่อ 4,000 ล้านปีก่อนจะไม่หลงเหลืออยู่ให้เห็นแล้วเนื่องจากกระบวนการธรณีแปรสัณฐานของโลก แต่บนดวงจันทร์ ร่องรอยเหล่านี้ยังมีสภาพคงเดิม เนื่องจากดวงจันทร์ไม่มีสิ่งกัดเซาะพื้นผิวอย่างเช่นน้ำและบรรยากาศ รวมถึงไม่มีการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกพื้นผิวที่คอยรีไซเคิลพื้นผิวเก่าและสร้างพื้นผิวใหม่ ต่างจากโลกของเรา

ถึงแม้ดวงจันทร์จะไม่มีกระบวนการกัดเซาะหรือเปลี่ยนแปลงพื้นผิวเหมือนกับบนโลก แต่พื้นผิวของดวงจันทร์ก็ยังเกิดการเปลี่ยนแปลงได้จากการถูกพุ่งชนโดยอุกกาบาตและรังสีจากดวงอาทิตย์ ปัจจัยทั้งสองส่งผลให้สภาพพื้นผิวของดวงจันทร์เปลี่ยนแปลงไปอย่างช้า ๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลายล้านปี ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าทั้งสองได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดน้ำใต้พื้นผิวของดวงจันทร์ นับเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญของการเดินทางไปสำรวจดวงจันทร์ในยุคถัด ๆ ไป

ตรวจสอบด้วยซอฟต์แวร์ ยืนยันด้วยสองตา

ความน่าสนใจของดวงจันทร์นี้เองที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์เสาะแสวงหาสิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวของดวงจันทร์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งยาน LRO คือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์ใช้สำรวจดวงจันทร์มายาวนานกว่า 17 ปี ด้วยกล้องมุมแคบ (Narrow-angle Camera) จำนวนสองตัวสำหรับภาพขาวดำความละเอียดสูง และกล้องมุมกว้าง (Wide-angle Camera) ที่ให้ภาพสี และมีเครื่องมือตรวจสอบตำแหน่งพื้นผิวของดวงจันทร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา

แต่ถึงอย่างนั้น กระบวนการดังกล่าวยังจำเป็นต้องอาศัยการตรวจสอบด้วยสายตา เนื่องจากซอฟต์แวร์จะแจ้งเตือนทุกการเปลี่ยนแปลงของแสงและเงา ก่อให้เกิดสัญญาณเตือนผิดพลาดจำนวนหลายร้อยรายการ ผู้ตรวจสอบจึงต้องพิจารณาลักษณะวงฟุ้งขนาดเล็กรอบจุดสว่างระดับหนึ่งพิกเซล ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้การกระจายตัวของเรโกลิทรอบหลุมเกิดใหม่

การค้นพบหลุมอุกกาบาตแม็กเก็ตชินที่เกิดขึ้นใหม่นี้ได้ผ่านกระบวนการถ่ายภาพและตรวจสอบดังที่กล่าวมาเช่นกัน นักวิทยาศาสตร์ต่างยกให้ว่าเป็นหนึ่งในร่องรอยซึ่งมีรูปแบบการกระจายตัวชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ สะท้อนถึงคุณค่าของข้อมูลจากยานโคจรรอบดวงจันทร์ในการศึกษาพื้นผิวของดาวบริวารของโลก และทำให้เรามองหาเป้าหมายที่น่าสนใจในการส่งยานอวกาศหรือภารกิจที่มีมนุษย์ไปสำรวจได้ดีและแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อที่จะนำไปสู่การต่อยอดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์และเชิงพาณิชย์บนดวงจันทร์ในอนาคต


เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล
พิสูจน์อักษร ศุภกิจ พัฒนพิฑูรย์


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS


ที่มาข้อมูล : NASA 
 

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

ดวงจันทร์
เขียนโดย

🌎 "รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก" ไปกับ Thai PBS Sci & Tech • วิทยาศาสตร์ • เทคโนโลยี นวัตกรรม • ดาราศาสตร์ • Media Literacy • Cyber Security • Tips & Tricks • Trends

บทความที่เกี่ยวข้อง

ย้ายกล้องไปบนดวงจันทร์? นักวิทย์แห่เสนอภารกิจใหม่ หนีมลภาวะทางแสงจากบนโลกอวกาศ

ย้ายกล้องไปบนดวงจันทร์? นักวิทย์แห่เสนอภารกิจใหม่ หนีมลภาวะทางแสงจากบนโลก

ในปัจจุบันนักดาราศาสตร์ทั่วโลกกำลังประสบปัญหากับการทำงานวิจัยด้วยกล้องโทรทรรศน์ภาคพื้นดินเป็นอย่างมาก เนื่องจากมลภาวะทางแสงจากดาวเทียมที่กำลังเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะจากดาวเทียมอินเทอร์เน็ตใหม่ ๆ

03 ต.ค. 69|2 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
ดวงจันทร์กับน้ำท่วมกรุงเทพฯ เมื่อ “แรงไทดัล” ส่งผลต่อน้ำขึ้น-น้ำลงอวกาศ

ดวงจันทร์กับน้ำท่วมกรุงเทพฯ เมื่อ “แรงไทดัล” ส่งผลต่อน้ำขึ้น-น้ำลง

ไขคำตอบเรื่อง "แรงไทดัล" จากดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ปัจจัยธรรมชาติที่ทำให้เกิด "น้ำเกิด-น้ำทะเลหนุนสูง" จนชะลอกระแสน้ำเจ้าพระยา

02 ต.ค. 69|3 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
SpaceX ปล่อย Starship ขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จครั้งแรก ปล่อยดาวเทียม Starlink 26 ดวงอวกาศ

SpaceX ปล่อย Starship ขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จครั้งแรก ปล่อยดาวเทียม Starlink 26 ดวง

ยานอวกาศ Starship ของ SpaceX ทะยานสู่วงโคจรได้สำเร็จเป็นครั้งแรก พร้อมส่งดาวเทียมอินเทอร์เน็ต Starlink รุ่นใหม่ขึ้นสู่อวกาศ แต่เครื่องยนต์ Raptor ดับกลางทาง ทำให้ทีมควบคุมการบินตัดสินใจจบการทดสอบเร็วกว่าแผน

29 ก.ย. 69|6 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →