แต่จากหลักฐานดังกล่าว ส่งผลให้เขาต้องเสียค่าปรับ และถูกจำคุก 5 เดือน เนื่องจากแอบถ่ายคลิปวิดีโอลับภรรยาโดยไม่ยินยอม
South China Morning Post รายงานว่า ชายคนหนึ่งในไต้หวันใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่น รวบรวมหลักฐานการนอกใจของภรรยาเพื่อใช้ในการฟ้องร้องทางแพ่ง โดยความสงสัยของสามีชาวไต้หวันเริ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2023 เมื่อเขาพบแปรงสีฟันใช้แล้วในบ้านพัก จากนั้นจึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในอู่ซ่อมรถ ก่อนพบว่า เป็นชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่เคยขับรถมาส่งภรรยาที่บ้านก่อนหน้านี้
เพื่อต้องการหาหลักฐานในการจับว่า ภรรยากำลังทำอะไรลับหลัง หรือเป็นแค่เรื่องบังเอิญ สามเดือนต่อมา ชายไต้หวันคนดังกล่าวจึงได้สั่งงานเครื่องดูดฝุ่นหุ่นยนต์จากระยะไกลผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ (จากทีแรกเขาตั้งใจจะใช้เพื่อสื่อสารกับภรรยาซึ่งอยู่ที่บ้าน) ก่อนสิ่งที่เขาสงสัยจะได้รับการยืนยันจากวิดีโอสดของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น เจ้าตัวจึงตัดสินใจบันทึกทุกอย่างเอาไว้
โดยในวิดีโอแสดงให้เห็นภรรยากำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วกอดผู้ชายที่ปรากฏในวิดีโอ และเดินไปรอบบ้านโดยไม่สวมเสื้อผ้า ขณะที่ชายคนนั้นนอนเล่นอยู่บนโซฟา

จากนั้นสามีจึงได้ใช้คลิปวิดีโอดังกล่าว ฟ้องร้องภรรยาและชายชู้ในข้อหาละเมิดสิทธิคู่สมรสตามกฎหมายแพ่งของไต้หวัน โดยเรียกร้องค่าเสียหาย 68,000 ดอลลาร์ไต้หวัน ศาลแพ่งตัดสินให้สามีเป็นฝ่ายชนะ โดยพิจารณาว่าความสัมพันธ์ของภรรยากับชายชู้เกินขอบเขตของมิตรภาพธรรมดาไปแล้ว และให้ภรรยา-ชายชู้จ่ายค่าเสียหาย 16,000 ดอลลาร์ไต้หวัน
ต่อมาสถานการณ์ของสามีกลับตาลปัตร เมื่อภรรยาฟ้องกลับในข้อหาบันทึกภาพส่วนตัวโดยไม่ได้รับความยินยอม โดยภรรยากล่าวว่า เซนเซอร์และไฟแสดงสถานะบนหุ่นยนต์ดูดฝุ่นนั้น ไม่เพียงพอที่จะเตือนว่ากำลังถูกถ่ายคลิปอยู่
แม้สามีพยายามโต้แย้งว่า ศาลแพ่งได้ยอมรับหลักฐานภาพแล้ว และเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ศาลไม่เห็นด้วย ศาลตัดสินว่าสิ่งที่สามีทำนั้นยังคงผิดกฎหมาย เป็นการกระทำโดยเจตนา และพันธะผูกพันในชีวิตสมรสไม่สามารถลบล้างสิทธิความเป็นส่วนตัวของแต่ละบุคคลได้
ด้วยเหตุนี้ ศาลจึงสั่งปรับสามีเป็นเงิน 150,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 4,741 ดอลลาร์สหรัฐ) และตัดสินจำคุก 5 เดือน ซึ่งนี่ถือว่าได้รับโทษค่อนข้างน้อย เนื่องจากโทษหนักที่สุด คือปรับ 300,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 9,500 ดอลลาร์สหรัฐ) และจำคุก 3 ปี
ทั้งนี้ บางคนในโซเชียลมีเดียแสดงความไม่พอใจต่อการตัดสินของศาล ขณะที่บางคนกล่าวว่า ไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ สำหรับการทำผิดกฎหมาย

กฎหมายไทยน่ารู้ : เตือน! ผู้ที่แอบถ่ายคลิป-ภาพลับ
การแอบถ่ายคลิปวิดีโอลับหรือภาพลับผู้อื่นโดยไม่ยินยอม มีความผิดตามกฎหมายไทยหลายมาตรา ขึ้นอยู่กับการกระทำและพฤติกรรม ดังนี้
1. ความผิดฐานกระทำอนาจาร / คุกคามทางเพศ
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397: กระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
แต่แท้จริงแล้ว หากการกระทำนั้นเป็นการกระทำอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้าย ถือว่าเป็นการกระทำอนาจาร คุกคามทางเพศ ในสภาวะที่ผู้เสียหายไม่สามารถขัดขืนได้ ซึ่งทำให้ผู้เสียหายต้องรู้สึกสะเทือนใจอับอายขายหน้า และยังถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควรในทางเพศต่อร่างกายของผู้เสียหาย เป็นความผิดทางอาญา ต้องระวางโทษจำคุก 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ความผิดเกี่ยวกับการเผยแพร่หรือส่งต่อ (พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์)
- พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14 (4): นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
- โทษ: จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- มาตรา 14 (5): ผู้ใดเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะดังกล่าว (แชร์คลิปลับ)
- โทษ: จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล (PDPA)
- พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA): การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยภาพถ่ายหรือวิดีโอส่วนบุคคลโดยไม่มีฐานทางกฎหมายหรือความยินยอม เพื่อแสวงหาประโยชน์หรือก่อให้เกิดความเสียหาย ถือเป็นการละเมิดสิทธิ มีโทษทางแพ่งชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และมีโทษปรับทางปกครอง
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล: techspot, กระทรวงยุติธรรม Ministry Of Justice, Thailand, Thai PBS, police9, pdpapro
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech



