ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Wi-Fi 8 คืออะไร แล้วเราต้องเปลี่ยนมาใช้ Wi-Fi 8 หรือยัง
เทคโนโลยี

Wi-Fi 8 คืออะไร แล้วเราต้องเปลี่ยนมาใช้ Wi-Fi 8 หรือยัง

Thai PBS Sci & Tech14 ก.ย. 697 นาที1 ชั่วโมงที่แล้ว

หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อ Wi-Fi 7 ในอุปกรณ์สื่อสาร ไม่ว่าจะในสมาร์ตโฟน เครื่องคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป หรือเราเตอร์กันบ้าง และรู้สึกว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำสมัยในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา

ขนาดตัวอักษร

ซึ่งในช่วงเวลาที่เรากำลังตื่นเต้นกับเทคโนโลยี Wi-Fi 7 ขณะนี้มาตรฐาน Wi-Fi 8 ได้ออกมาแล้ว พร้อมกับกำลังจะมีการเปิดตัวของอุปกรณ์ในมาตรฐานของ Wi-Fi 8 อีกด้วย ในบทความนี้จะพาไปสำรวจ Wi-Fi 8 ว่าเป็นเทคโนโลยีที่จะมาต่อยอดจาก Wi-Fi 6 และ Wi-Fi 7 อย่างไร

การมองโจทย์ที่เปลี่ยนไปจากยุคก่อนหน้า

การมาถึงของมาตรฐาน Wi-Fi รุ่นใหม่มักมาพร้อมกับคำเดิม ๆ เสมอ คือเร็วขึ้น แรงขึ้น รองรับอุปกรณ์ได้มากขึ้น และเหมาะกับอนาคตมากขึ้น แต่โจทย์การใช้งานของผู้ใช้ในปัจจุบันไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็วอีกต่อไป แต่คือเรื่องของประสบการณ์การใช้งานและความน่าเชื่อถือในการใช้งาน

ภายในบ้านหลังหนึ่งของยุคนี้ ไม่ได้มีแค่โทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ที่ต้องเชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi แต่ยังมีโทรทัศน์ กล้องวงจรปิด เครื่องเล่นเกม และอุปกรณ์ IoT ต่าง ๆ จำนวนมาก เมื่อจำนวนอุปกรณ์มากขึ้น ความต้องการใช้งาน Wi-Fi ก็ย่อมเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งบ้านไม่ใช่สถานที่ที่มีห้องเพียงห้องเดียว บางทีเราเตอร์ที่ทำหน้าที่กระจายสัญญาณ Wi-Fi อยู่ที่ห้องนั่งเล่นชั้นล่าง แต่เราต้องการดูสตรีมมิงบนโทรทัศน์ในห้องนอนชั้นสองของตัวบ้าน สัญญาณ Wi-Fi อาจจะต้องผ่านผนังบ้านที่ทำมาจากปูนหรืออิฐ ซึ่งทำให้คุณภาพของสัญญาณแย่ลง

หลายคนจึงหาทางแก้ด้วยการใช้เราเตอร์กระจายสัญญาณเพิ่มในชั้นสองของบ้าน แต่ต้องคอยเสียเวลาในการเปลี่ยนเราเตอร์ Wi-Fi ระหว่างชั้นหนึ่งและชั้นสองของตัวบ้าน กลายเป็นประสบการณ์ที่ไม่ดีในการใช้งานจริง และในหลาย ๆ ครั้งคุณภาพสัญญาณก็ไม่ได้ดีเท่ากับที่ลงทุนหรือที่คาดหวังไว้

ดังนั้น เมื่อเรามามองที่ปัญหาการใช้งานในชีวิตจริง จะพบว่าปัญหาการใช้งาน Wi-Fi ของผู้ใช้ทั่วไปไม่ได้อยู่ที่ความเร็วของสัญญาณอีกต่อไปแล้ว แต่คือประสบการณ์การใช้งานตามมุมต่าง ๆ ภายในตัวบ้าน หรือการรองรับการใช้งานเมื่อมีจำนวนผู้ใช้งานหนาแน่น Wi-Fi 8 จึงไม่ใช่การเปิดคลื่นย่านใหม่เหมือนกับช่วงมาตรฐานของ Wi-Fi 7 แต่เป็นการทำให้ประสบการณ์การใช้งานในมุมอับของสัญญาณดีขึ้นกว่าเดิม

บ่อยครั้งเราเตอร์กระจายสัญญาณ Wi-Fi ในพื้นที่ที่มักอับสัญญาณ เช่น หลังจอภาพ หลังคอมพิวเตอร์ หรือด้านหลังจอโทรทัศน์ ซึ่งทำให้สัญญาณอาจจะแย่ลง มาตรฐานของ Wi-Fi 8 อาจจะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ ภาพจาก Boitumel

แล้ว Wi-Fi 8 จะเข้ามาทำให้สัญญาณในบ้านดีขึ้นได้อย่างไร

Wi-Fi 8 มีชื่อในทางเทคนิคว่า IEEE 802.11bn โดยมีแนวคิด Ultra-high Reliability เป็นแกนหลักของการพัฒนา เป้าหมายสำคัญของ Wi-Fi 8 ไม่ใช่การเพิ่มความเร็วหรือย่านคลื่นวิทยุใหม่ แต่เป็นการเพิ่มอัตราการรับ-ส่งข้อมูล (throughput) ในสภาวะที่สัญญาณอ่อน ลดค่าความหน่วง (latency) ลดการสูญหายของข้อมูล (packet) โดยเฉพาะระหว่างการสลับจุดเชื่อมต่อ (roaming) รวมถึงพัฒนาประสิทธิภาพด้านพลังงานและการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ (peer-to-peer)

เพราะหนึ่งในปัญหาสำคัญของการใช้งาน Wi-Fi คือความหน่วงในการรับและส่งข้อมูล หลาย ๆ ครั้งในการใช้งานปกติ ความเร็วและความหน่วงของสัญญาณ Wi-Fi อยู่ในระดับการใช้งานที่ดีมาก แต่บางครั้งเมื่อเรากำลังประชุมออนไลน์ที่สำคัญ เราอาจพบว่าอินเทอร์เน็ตหน่วงหรือหลุด แม้จะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้ง แต่ก็สร้างประสบการณ์การใช้งานที่ไม่ดีได้ Wi-Fi 8 จึงเลือกที่จะเข้ามาแก้ปัญหาในเรื่องนี้โดยเฉพาะ

และอีกสิ่งที่ Wi-Fi 8 ชูเป็นจุดเด่นในมาตรฐานเป็นอย่างมาก คือเรื่องของการประสานงานระหว่างจุดกระจายสัญญาณ (multi-access point coordination) แนวคิดนี้ไม่ได้เพียงให้จุดกระจายสัญญาณแต่ละจุดพยายามหลบสัญญาณกันเอง แต่ทำให้จุดกระจายสัญญาณที่อยู่ใกล้กันมีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลและวางแผนการส่งสัญญาณร่วมกันมากขึ้น เช่น การหลีกเลี่ยงการส่งชนกัน การใช้ช่องสัญญาณร่วมกัน (spatial reuse) ให้มีประสิทธิภาพขึ้น หรือการประสานรูปแบบการส่งสัญญาณในพื้นที่ที่จุดกระจายสัญญาณหลายตัวมีสัญญาณทับซ้อนกัน

ใน Wi-Fi มาตรฐานเดิมนั้นมีการทำงานบนหลักการที่แต่ละจุดกระจายสัญญาณตรวจสอบว่าช่องสัญญาณว่างหรือไม่ แล้วจึงส่งข้อมูลตามมาตรฐานที่กำหนด แม้จะมีกลไกช่วยลดการรบกวนอยู่แล้ว แต่ในสภาพแวดล้อมที่สัญญาณใช้งานเต็มความถี่ และในพื้นที่ที่ จุดกระจายสัญญาณทำงานพร้อมกันและซ้อนทับคลื่นความถี่กันอยู่ ความสามารถในการ "ตัดสินใจร่วมกัน" เพื่อแบ่งคลื่นสัญญาณจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็น

และอีกจุดเด่นคือ Distributed tone resource units (DRU) ระบบที่จะสามารถกระจายโทนสัญญาณเพื่อเพิ่มกำลังส่ง ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ IoT ที่อยู่ไกล สามารถสื่อสารกลับมายังเราเตอร์ได้อย่างเสถียร

แล้วจำเป็นต้องเปลี่ยนไหม

การมีมาตรฐานใหม่ไม่ได้ทำให้อุปกรณ์ทั้งรับและส่งสัญญาณที่ใช้งานในมาตรฐานเดิมล้าหลัง และไม่ได้หมายความว่าเมื่อเปลี่ยนมาใช้มาตรฐาน Wi-Fi 8 แล้วจะสามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด

บ้านที่มีตัวกระจายสัญญาณแค่ตัวเดียว วางในตำแหน่งเหมาะสม ใช้งานอุปกรณ์ในจำนวนปกติ และไม่มีปัญหาคลื่นรบกวนรุนแรง อาจแทบไม่เห็นความแตกต่างจาก Wi-Fi 8 ในชีวิตประจำวัน แต่สำหรับพื้นที่ที่มี จุดกระจายสัญญาณจำนวนมาก เช่น สำนักงานขนาดใหญ่ สถานศึกษา ศูนย์ประชุม โรงพยาบาล อาคารพักอาศัยหนาแน่น โกดังอัตโนมัติ หรือพื้นที่ที่ผู้ใช้เคลื่อนที่ระหว่างโซนอยู่ตลอดเวลา มีแนวโน้มจะได้รับประโยชน์จากแนวคิดของ Wi-Fi 8 มากกว่า เพราะเป็นพื้นที่ที่การรบกวน การส่งต่อระหว่างจุดกระจายสัญญาณและความสม่ำเสมอของสัญญาณเป็นปัจจัยสำคัญ

หากระบบเดิมดีอยู่แล้ว เช่น ระบบ Wi-Fi 6 หรือ Wi-Fi 7 ก็ยังไม่จำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนมาใช้ Wi-Fi 8 เพราะการมาถึงของ Wi-Fi 8 ไม่ได้ทำให้เทคโนโลยีก่อนหน้าล้าหลัง โดย Wi-Fi 6 และ Wi-Fi 7 ยังคงเป็นมาตรฐานที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อประกอบกับการออกแบบระบบที่ดี

ท้ายที่สุด ประสบการณ์ Wi-Fi ที่ดีไม่ได้เริ่มจากการต้องเลือกใช้งานมาตรฐาน Wi-Fi รุ่นใหม่ที่สุดหรือล้ำหน้าที่สุด แต่เริ่มจากการเข้าใจว่าปัญหาของพื้นที่นั้นคืออะไร หากปัญหาคือสัญญาณไปไม่ถึงห้องทำงาน การเพิ่มจุดกระจายสัญญาณและเดินสายอินเทอร์เน็ตไปยังพื้นที่ดังกล่าว อาจให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการเปลี่ยนเราเตอร์เป็นระบบใหม่ทั้งระบบ อีกทั้งในปัจจุบันยังไม่มีอุปกรณ์ใดรองรับเทคโนโลยีของ Wi-Fi 8 ภาพรวมของเทคโนโลยี Wi-Fi 8 จึงเป็นภาพของเทคโนโลยีใหม่ที่ต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนผ่านอีกสักพัก เช่นเดียวกับเมื่อสิบ ปีที่แล้ว  Wi-Fi 6 เป็นเทคโนโลยีใหม่มากและไม่มีใครสามารถเข้าถึงได้ แต่ในปัจจุบันอุปกรณ์ส่วนมากรองรับเทคโนโลยี Wi-Fi 6 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และการใช้งาน Wi-Fi 6 ในปัจจุบันก็ไม่ใช่สิ่งที่ล้าหลัง

ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีไปสู่ Wi-Fi 8 อาจจะจำเป็นต้องใช้เวลาอีกสักพัก และด้วยภาพรวมของเทคโนโลยีปัจจุบัน จึงยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยี Wi-Fi 8 ในทันที แต่การค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านตามรอบการใช้งานอุปกรณ์เป็นสิ่งที่คุ้มค่าและเหมาะสมมากกว่า

 

เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล
พิสูจน์อักษร ศุภกิจ พัฒนพิฑูรย์


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

Data Centers บูม! ทำไมบิ๊กเทคโลก แห่ปักหมุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ?เทคโนโลยี

Data Centers บูม! ทำไมบิ๊กเทคโลก แห่ปักหมุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ?

Data Centers แห่งใหม่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก เนื่องจากความต้องการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Cloud Computing ที่พุ่งสูงขึ้น โดยเอเชียเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรมนี้

09 ก.ย. 69|4 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
ใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นถ่ายคลิป ชายไต้หวันชนะคดีภรรยานอกใจ แต่ถูกปรับ-จำคุก 5 เดือน คดีแอบถ่ายเทคโนโลยี

ใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นถ่ายคลิป ชายไต้หวันชนะคดีภรรยานอกใจ แต่ถูกปรับ-จำคุก 5 เดือน คดีแอบถ่าย

ชายชาวไต้หวันชนะคดีเรียกค่าเสียหาย ได้เงิน 16,000 ดอลลาร์ไต้หวัน จากภรรยาที่นอกใจ ด้วยหลักฐานที่ได้จากกล้องของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น (Robot Vacuum)

07 ก.ย. 69|6 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
เหตุใดคนหันมานิยมสวมใส่สมาร์ตแบนด์ที่ไม่มีหน้าจอกันมากขึ้นเทคโนโลยี

เหตุใดคนหันมานิยมสวมใส่สมาร์ตแบนด์ที่ไม่มีหน้าจอกันมากขึ้น

ในช่วงที่ผ่านมา กระแสของสมาร์ตแบนด์ (smartband) ที่ไม่มีหน้าจอได้รับความนิยมมากขึ้น แม้กระทั่งแบรนด์ระดับโลกอย่าง Google และ Garmin ยังหันวงมาร่วมลงทุนและทำการตลาดอุปกรณ์ประเภทนี้ นำมาสู่คำถามถึงสมาร์ตแบนด์ว่าเหตุใดจึงกลายเป็นกระแสไม่แพ้นาฬิกาอัจฉริยะ

05 ก.ย. 69|05 ก.ย. 69
อ่านต่อ →