หน้าแรก

หมวดหมู่

Data Viz

Photo Story

บทความ

เกม

มัลติมีเดีย

เบื้องหลัง

เกี่ยวกับเรา

สายน้ำไหลสู่บูรพา “คลองผิงลู่” เมกะโปรเจ็กต์จีนที่ไทยห้ามมองข้าม

สายน้ำไหลสู่บูรพา “คลองผิงลู่” เมกะโปรเจ็กต์จีนที่ไทยห้ามมองข้าม

จีนเปิดตัว “คลองผิงลู่” เมกะโปรเจกต์คลองขุดขนาดใหญ่ เชื่อมจีนตะวันตกออกสู่ทะเลบริเวณอ่าวตังเกี๋ย (Gulf of Tonkin) กับประเทศอาเซียน ทำให้การขนส่งสินค้าไป-มา สะดวกขึ้น เร็วขึ้น และต้นทุนต่ำลง

“คลองผิงลู่” คลองขุดยาว 134.2 กม. จีนทำเสร็จใน 4 ปี

โลจิสติกส์ทางน้ำมีต้นทุนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับทางบกและทางอากาศ จีนซึ่งมีแม่น้ำหลายสายพาดผ่านหลายพื้นที่ในประเทศ จึงวางผังเส้นทางเดินเรือระดับชาติในรูปแบบ “4 แนวตั้ง 4 แนวนอน 2 โครงข่าย” เป้าหมายคือสร้างเส้นทางเดินเรือระดับชาติ ระยะทางประมาณ 25,000 กิโลเมตร ภายในปี พ.ศ. 2578

หนึ่งในนั้นคือ โครงการคลองผิงลู่ (Pinglu Canal) เป็นคลองขุดความยาวรวม 134.2 กิโลเมตร เป็นการเปิดเส้นทางใหม่จากแม่น้ำออกสู่ทะเล เป็นคลองขุดที่มีระบบคล้าย ๆ กับคลองปานามาและคลองสุเอซ สามารถรองรับเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ได้ถึง 5,000 ตัน

คลองผิงลู่เริ่มขุดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2565 และเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2569 รวมระยะเวลาก่อสร้าง 4 ปีกว่า ๆ เป็นเมกะโปรเจกต์ที่ใช้เงินลงทุนถึง 72,700 ล้านหยวน หรือประมาณ 356,259 ล้านบาท 

ซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์ด้านโลจิสติกส์ที่สามารถร่นระยะทางส่งออกสินค้าจากจีนตะวันตกเฉียงใต้ไปต่างประเทศได้ประมาณ 560 กิโลเมตร อีกทั้งเร็วกว่าการส่งออกผ่านทางมณฑลกวางตุ้งถึง 10 วัน และสามารถช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ลงได้ถึง 18-30%

แต่ยังแก้ปัญหาด้านระบบชลประทาน การประปา การป้องกันน้ำท่วม ตลอดจนการปรับปรุงสภาพแวดล้อมของระบบนิเวศทางน้ำ

“คลองผิงลู่” เชื่อมจีนตะวันตกสู่อาเซียน

คลองผิงลู่เริ่มต้นจากปากแม่น้ำผิงถัง ในเขตอ่างเก็บน้ำซีจิน เมืองเหิงโจว นครหนานหนิง ไหลผ่านเมืองลู่หวู่ อำเภอหลิงซาน เมืองชินโจว ไปตามแนวแม่น้ำชินเจียง และออกสู่อ่าวตังเกี๋ย หรืออ่าวเป่ยปู้

ระหว่างทางมีประตูน้ำ 3 แห่งเพื่อปรับระดับน้ำ โดยเป็นช่องทางน้ำคู่ สามารถปรับระดับน้ำที่มีความต่างสูงสุด 29.6 เมตร

พาน เจี้ยน วิศวกรหัวหน้า บริษัท ก่อสร้างคลองผิงลู่ กว่างซี ภายใต้กลุ่มบริษัทคลองผิงลู่ กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็นโครงการชลประทานและเส้นทางเดินเรือขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญมาก

โดยเริ่มต้นจากการสร้างมาตรฐานทางเทคนิคใหม่ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มุ่งเน้นที่การลดปริมาณคาร์บอนและเทคโนโลยีการก่อสร้าง แพลตฟอร์มและมาตรฐานที่พัฒนาขึ้นนี้ผ่านการรับรองแล้ว และสามารถนำไปใช้เป็นต้นแบบสำหรับโครงการลักษณะเดียวกันทั้งในและต่างประเทศได้

“คลองสายนี้จะเป็นกระดูกสันหลังที่เชื่อมโยงเส้นทางเดินเรือภายในประเทศเข้ากับเส้นทางออกสู่ทะเลฝั่งตะวันตก มุ่งหน้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยตรง หากการเชื่อมต่อสำเร็จ จะเป็นการปลดล็อกศักยภาพของเส้นทางขนส่งทางน้ำตอนกลางอย่างมหาศาล” พานกล่าว

ขณะที่ เหลย เสี่ยวหัว รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถาบันวิจัยสังคมแห่งกว่างซี ได้กล่าวถึงการที่คลองผิงลู่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง 4 ด้าน ในวงเสวนา “คลองเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง – คลองผิงลู่กับโฉมใหม่ของการเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค” ณ ศูนย์บัญชาการก่อสร้างคลองผิงลู่ เมืองชินโจว ดังนี้:

1.การขนส่งทางน้ำภายในประเทศ: มีข้อได้เปรียบสำคัญคือ ต้นทุนต่ำ ขนส่งได้ปริมาณมาก และใช้พลังงานต่ำ เมื่อเปิดใช้คลอง ศักยภาพด้านนี้จะถูกปลดปล่อยออกมา สร้างความมีชีวิตชีวาให้เส้นทางขนส่งใหม่

2.การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ: การเชื่อมต่อทางทะเลต้องอาศัยการขนส่งหลายรูปแบบ ทั้งทางเรือและทางราง รวมถึงการเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือและประเทศที่แตกต่างกัน ซึ่งต้องการมาตรฐานที่แม่นยำเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ

3.เขตเศรษฐกิจคลองผิงลู่: ระบบโลจิสติกส์ที่ราบรื่นจะสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมภายในและเขตเศรษฐกิจที่กว้างขึ้น เกิดการแบ่งงานและการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมข้ามพรมแดนระหว่างจีนและอาเซียน ทำให้การลงทุนและการค้าสะดวกยิ่งขึ้น

4.คลองสีเขียวอัจฉริยะ: นวัตกรรมดิจิทัลและความเป็นอัจฉริยะเป็นสิ่งจำเป็น โครงการนี้มุ่งเน้นการคาร์บอนต่ำและการเปลี่ยนแปลงสีเขียว ซึ่งจะเป็นพลังขับเคลื่อนใหม่สำหรับเศรษฐกิจจีน-อาเซียน

โอกาสของไทยจาก “คลองผิงลู่”

คลองผิงลู่ไม่เพียงช่วยให้การขนส่งสินค้าจากจีนตะวันตกเฉียงใต้ออกสู่ทะเลได้รวดเร็วขึ้น แต่ยังรับขบวนเรือสินค้าจากต่างประเทศ

โดยเฉพาะอาเซียนที่ส่งสินค้าไปยังจีนตะวันตกเฉียงใต้ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประเมินว่าคลองผิงลู่จะสร้าง 4 โอกาสสำคัญให้ไทย ได้แก่:

1.โอกาสด้านโลจิสติกส์: ลดระยะเวลาและต้นทุนขนส่งสินค้าปริมาณมากเข้าสู่จีนตอนใน เพิ่มทางเลือกเส้นทางขนส่ง และเพิ่มศักยภาพการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) ผ่านเครือข่ายท่าเรือและรถไฟ

2.โอกาสด้านสินค้าเกษตรและอาหารไทย: ช่วยกระจายสินค้าเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องรักษาความสด เช่น ทุเรียน มังคุด อาหารทะเลแช่แข็ง และอาหารแปรรูป

3.โอกาสด้านการลงทุนและคลังสินค้า: พื้นที่รอบท่าเรือชินโจวและเขตเศรษฐกิจอ่าวเป่ยปู้จะมีความต้องการคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และคลังเย็น ซึ่งเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทย

4.โอกาสจากการเชื่อมโยง RCEP และ BRI: คลองผิงลู่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมใหม่ (BRI) และ RCEP ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนและการค้าระหว่างประเทศ เพิ่มโอกาสเชื่อมห่วงโซ่อุปทานกับจีน และดึงดูดการลงทุนใหม่

สถิตินำเข้า-ส่งออก “ไทย-จีน”

ในปี 2569 (เดือน ม.ค.- ก.ค. 69) จีนยังคงเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย ด้วยมูลค่าการค้ารวม 3,492,480 ล้านบาท (ส่งออก 853,577 ล้านบาท/นำเข้า 2,638,903 ล้านบาท) ทำให้ไทยขาดดุลการค้ากับจีน -1,785,326 ล้านบาท

การ “ส่งออก” สินค้าไทยไปจีน 5 อันดับ ประจำปี 2568

1.ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง 185,990 ล้านบาท
2.เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 184,330 ล้านบาท
3.ผลิตภัณฑ์ยาง 133,651 ล้านบาท
4.เม็ดพลาสติก 68,362 ล้านบาท
5.ยางพารา 64,671 ล้านบาท

การ “นำเข้า” สินค้าจีนมาไทย 5 อันดับ ประจำปี 2568

1.เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 659,628 ล้านบาท
2.เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 351,998 ล้านบาท
3.เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน 240,193 ล้านบาท
4.เคมีภัณฑ์ 202,040 ล้านบาท
5.เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 195,624 ล้านบาท

จากสถิติข้างต้น คลองผิงลู่จะเข้ามาเพิ่มมูลค่าการค้าไทย-จีนให้สูงขึ้นไปอีก แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือ ไทยจะเสียดุลการค้าเพิ่มขึ้นหรือไม่หากสินค้าจากจีนหลั่งไหลเข้ามาสะดวกกว่าเดิม

นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่ภาครัฐและเอกชนต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรับมือและคว้าโอกาส ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นวิกฤตในอนาคตได้

ที่มา

-กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
-รายงานข้อมูลสถิติการค้าระหว่างประเทศของไทย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร

Content Creator

Chalee Nawatharadol