หลายคนคิดว่า “วัคซีนเป็นเรื่องของเด็ก” แต่ความจริงคือ เมื่อเราโตขึ้น ภูมิคุ้มกันจะค่อย ๆ ลดลง ทำให้ผู้ใหญ่และผู้สูงวัยเสี่ยงต่อโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนมากขึ้น
ในโอกาสที่ สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย (IDAT) ร่วมกับภาคีเครือข่าย เปิดตัวเว็บไซต์ https://vaccine4me.idthai.org หรือเครื่องมือ ที่ให้คนทั่วไปประเมินได้เองว่า “วัยของฉัน โรคประจำตัวของฉัน ควรฉีดวัคซีนอะไร” สัมภาษณ์พิเศษ ศ. พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลรามาธิบดี ผู้นำการจัดทำเว็บไซต์
ผู้ใหญ่มีภูมิคุ้มกันแล้ว ทำไมยังต้องฉีดวัคซีน ?
หลายคนทราบดีว่าวัยเด็ก เป็นช่วงที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต มีวัคซีนที่จำเป็นต้องฉีดตามอายุ เพื่อป้องกันโรคที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต แต่พอเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ยังจำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคหรือไม่ ?
ศ. พญ.ศศิโสภิณเล่าว่า ต้องบอกว่าวัคซีนในผู้ใหญ่ยังมีความจำเป็นอยู่ ด้วยเหตุผลหลายอย่าง เหตุผลแรกคือ วัคซีนที่เราเคยฉีดตอนเด็กไม่ได้อยู่ยืนยาว ภูมิคุ้มกันที่เราเคยได้รับจะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป
ส่วนเหตุผลที่ 2 คือ ผู้ใหญ่เองเวลาติดเชื้อจะมีความรุนแรงของโรค บางโรคจึงต้องมีการให้วัคซีนเสริมเพื่อป้องกัน เพราะฉะนั้นโดยสรุปก็คือ
“การฉีดวัคซีนยังจำเป็นสำหรับผู้ใหญ่ ไม่ใช่แค่สำหรับเด็กอย่างเดียว”
คุณหมอศศิโสภิณยกตัวอย่างโรคระบบทางเดินหายใจ ที่มักระบาดในฤดูฝน เช่น ไข้หวัดใหญ่, โควิด-19, ไข้เลือดออก แต่จริง ๆ ก็สามารถเจอโรคเหล่านี้ได้ตลอดทั้งปี

หนึ่งในวิธีรับมือกับโรคเหล่านี้คือ การฉีดวัคซีนป้องกันโรค ซึ่งหลายคนพอจะทราบว่าเดี๋ยวนี้มีวัคซีนให้เลือกฉีดมากมาย แต่อาจไม่รู้ว่าตนเองควรฉีดวัคซีนอะไรบ้าง และจำไม่ได้ว่าตัวเองเคยฉีดวัคซีนอะไรไปแล้วบ้าง และเคยฉีดตอนไหน จึงเป็นที่มาเว็บไซต์ https://vaccine4me.idthai.org
คำแนะนำวัคซีนสำหรับประชาชน
ศ. พญ.ศศิโสภิณ เล่าว่า ในเว็บไซต์จะมีให้กรอกรายละเอียด เช่น อายุ เพศ รวมถึงมีโรคร่วมไหม เช่น ตั้งครรภ์ เบาหวาน ความดัน ไขมัน จากนั้นระบบจะประมวลผลและแนะนำเป็น 3 กลุ่มคือ วัคซีนที่แนะนำ (Must have), วัคซีนที่พิจารณาเสริม และวัคซีนตามความเสี่ยงเพิ่มเติม ซึ่งผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดเป็นไฟล์ PDF นำไปใช้ปรึกษาแพทย์ได้เลย และยังมีอินโฟกราฟิกที่อ่านเข้าใจง่ายสำหรับประชาชนด้วย
ยกตัวอย่างวัคซีนไข้เลือดออก ระบบจะแนะนำให้ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 4 ปีขึ้นไป ตอนนี้ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 3 เดือน เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็น (Live Attenuated Vaccine) ที่มีแกนหลักเป็นไวรัสเดงกี (Dengue) แนะนำให้ผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง โรคอ้วน หรือโรคเบาหวาน เข้ารับการฉีด เพราะถ้าป่วยเป็นไข้เลือดออก อาการมักจะรุนแรง
ส่วนหญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องไม่ควรฉีดไข้เลือดออก เพราะเป็นวัคซีนเชื้อเป็น
ถ้าเคยเป็นโรคมาแล้ว ยังต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคนั้นอีกหรือไม่ ?
ศ. พญ.ศศิโสภิณ แนะนำว่า ต้องดูเป็นโรค ๆ ไป อย่างไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนสายพันธุ์ตลอด ก็ต้องฉีดทุกปี
ส่วนไข้เลือดออก หากเป็นครั้งที่ 1 จะมีความเสี่ยงที่การติดเชื้อครั้งที่ 2 จะรุนแรงขึ้น ภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติจะอยู่แค่สั้น ๆ จึงแนะนำให้ฉีดวัคซีนโดยเว้นระยะห่างจากการป่วยอย่างน้อย 6 เดือน
หรืออย่างโรค RSV ที่เด็กเป็นกันเยอะ ตอนนี้ก็มีวัคซีนแล้ว เพราะเป็นแล้วเป็นซ้ำได้อีก จึงแนะนำให้ฉีดป้องกันไว้

กังวลฉีดวัคซีน เสมือนเอาเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ?
ศ. พญ.ศศิโสภิณ ตอบว่า หลักการของวัคซีนคือการนำเชื้อโรคที่ตายแล้ว หรือทำให้เชื้ออ่อนฤทธิ์ลงจนไม่สามารถก่อโรคได้ ฉีดเข้าไปเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน
นักวิจัยพัฒนามาอย่างดีแล้ว เชื่อมั่นได้ว่าวัคซีนไม่ได้ทำให้ก่อโรคแน่นอน และถ้าป่วยเป็นไข้อยู่ ต้องรอให้หายดีก่อนถึงจะมารับวัคซีนได้ เพราะวัคซีนใช้สำหรับป้องกัน ไม่ใช่รักษา
อยากฉีดวัคซีนหลายชนิดพร้อมกัน ต้องเว้นระยะหรือไม่ ?
ศ. พญ.ศศิโสภิณ ตอบว่า ในการมารับบริการ 1 ครั้ง สามารถฉีดวัคซีนได้มากกว่า 1 ชนิด เช่น ฉีดแขนซ้ายและขวา แต่อาจจะมีอาการไข้หรือปวดเมื่อยมากกว่าปกติ แต่หากเป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็น 2 ชนิด ถ้าไม่ฉีดพร้อมกันในวันเดียว จะต้องเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์ ซึ่งคุณหมอจะเป็นผู้จัดตารางให้
กรณีลืมนัดฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 หรือเลยกำหนดฉีด ต้องนับ 1 ใหม่หรือไม่ ?
ศ. พญ.ศศิโสภิณ ตอบว่า ไม่ต้องนับ 1 ใหม่ สามารถฉีดเข็มต่อไปเพื่อนับต่อได้เลย แต่ไม่ควรปล่อยให้ทิ้งช่วงห่างเกินไป เพราะในช่วงที่ภูมิคุ้มกันยังไม่ครบ เราอาจจะติดเชื้อได้ และไม่แนะนำให้มาฉีดก่อนกำหนดนัดด้วย เพราะการกระตุ้นภูมิคุ้มกันจะได้ประสิทธิภาพไม่ดีเท่ากับการฉีดตามกำหนดเวลาที่ถูกต้อง

โรคอะไรบ้างที่คนไทยป่วยบ่อย ทั้งที่ฉีดวัคซีนป้องกันได้ ?
อย่างไรก็ตาม ศ. พญ.ศศิโสภิณ ยอมรับว่าอัตราการรับวัคซีนของคนไทยยังต่ำกว่าที่ควรจะเป็น อย่างวัคซีนที่คนมักละเลย เช่น ไข้หวัดใหญ่ (ควรฉีดทุกปี), ไข้เลือดออก, คอตีบ–บาดทะยัก (กระตุ้นทุก 10 ปี), งูสวัด, วัคซีนป้องกัน IPD และวัคซีน RSV ทั้งที่วัคซีนเหล่านี้สามารถป้องกันความรุนแรงและการนอนโรงพยาบาลได้
“โดยเฉพาะไข้เลือดออกและปอดอักเสบที่กลับมาระบาดหนักในผู้ใหญ่ ไม่ใช่แค่เด็กอย่างที่หลายคนเข้าใจ ยิ่งคนมีโรคประจำตัว ยิ่งต้องใส่ใจ”

ส่วน ศ.คลินิก นพ.ชัยชาญ ดีโรจน์วงศ์ อายุรแพทย์โรคต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลราชวิถี และ ศ. พญ.อรินทยา พรหมินธิกุล อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เห็นตรงกันว่า ผู้ป่วยโรคประจำตัว ควรตระหนักเรื่องวัคซีนมากกว่าคนทั่วไป
เพราะอย่างผู้ป่วยเบาหวาน โรคหัวใจ หรือโรคปอดเรื้อรัง เมื่อติดเชื้อ เช่น ไข้หวัดใหญ่หรือปอดอักเสบ มักมีอาการรุนแรงและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายกว่า
“วัคซีนจึงไม่ใช่แค่ป้องกันโรคติดเชื้อ แต่ช่วยลดโอกาสที่โรคประจำตัวจะกำเริบด้วย” แพทย์ทั้ง 2 ท่านย้ำ
“สถานเสาวภา” อีกทางเลือกฉีดวัคซีนป้องกันโรค
พญ.สุดา พันธุ์รินทร์ อายุรแพทย์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันทางคลินิก สถานเสาวภา สภากาชาดไทย อธิบายว่า ที่สถานเสาวภาจะประเมินเป็นรายบุคคล โดยดู อายุ ประวัติวัคซีนเดิม โรคประจำตัว และความเสี่ยงจากอาชีพหรือการเดินทาง ก่อนแนะนำวัคซีนที่เหมาะสม เช่น ไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ ไข้เลือดออก หรือวัคซีนสำหรับนักเดินทาง พร้อมแนะนำให้ประชาชนพกประวัติการฉีดมาด้วยทุกครั้ง
เริ่มต้นดูแลตัวเองได้วันนี้
ประชาชนช่วงอายุใด สามารถฉีดวัคซีนอะไรได้บ้าง หรือมีวัคซีนอะไรที่ต้องฉีดทุกปี หรือตามระยะเวลา สามารถเข้าชมรายละเอียดและประเมินได้ที่เว็บไซต์ https://vaccine4me.idthai.org เพื่อดูว่าเราหรือคนที่เรารักได้รับวัคซีนอะไรบ้าง เพียงกรอกข้อมูลได้แก่ อายุ เพศ และสภาวะ/โรคประจำตัว จะได้รับคำแนะนำวัคซีนที่เหมาะกับคุณออกมา สามารถพรินต์ แล้วนำผลไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับวัคซีน

(จากซ้าย) ศ.คลินิก นพ.ชัยชาญ ดีโรจน์วงศ์, พญ.สุดา พันธุ์รินทร์, ศ. พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล และ ศ. พญ.อรินทยา พรหมินธิกุล
5 โรคที่คนไทยป่วยบ่อย
ระหว่างปี 2567-2569
ทั้งที่ฉีดวัคซีนป้องกันได้?
👇 กดที่กราฟเพื่อดูรายละเอียด
ข้อค้นพบ
ไข้หวัดใหญ่
ยอดผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ปี 2568 ทะลุ 1.2 ล้านคน ระบาดหนักสุดในรอบหลายปี เหตุส่วนหนึ่งมาจากการระบาดของสายพันธุ์ A/Sydney/5/2021 (H1N1) ที่ไม่ได้อยู่ในองค์ประกอบของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลปีนั้น โดยพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน เช่น โรงเรียน เรือนจำ ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกัน มีทั้งฟรี และเสียค่าใช้จ่าย
ปอดอักเสบ
แม้จะมียอดผู้ป่วยไม่สูงนัก แต่กลับมียอดผู้เสียชีวิตสูงแซงโรคอื่น ๆ มีอัตราป่วยตาย 0.2% สูงกว่าไข้หวัดใหญ่ราว 20% ถือเป็นฆาตกรเงียบที่คร่าชีวิตคนไทย จำเป้นต้องเฝ้าระวังกลุ่มผู้สูงอายุและผู้มีโรคเรื้อรัง สามารถฉีดวัคซีนนิวโมค็อกคัส ช่วยป้องกันปอดอักเสบได้ ปัจจุบันมีความพยายามผลักดันให้ฉีดฟรีในกลุ่มเด็กเล็ก แต่ประชาชนกลุ่มอื่น ๆ ออกค่าใช้จ่ายเอง
โควิด 19
โควิด 19 เป็นหนึ่งในโรคทางเดินหายใจ ซึ่งอยู่ในช่วงขาลงทั้งยอดผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตในปี 2569 ลดจาก 0.053% เหลือ 0.014% สะท้อนการเข้าสู่โรคประจำถิ่นเต็มตัว ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกัน แต่ประชาชนออกค่าใช้จ่ายเอง
ไข้เลือดออก
แม้ยอดผู้ป่วยไข้เลือดออกจะมีแนวโน้มลดลงทุกปี แต่มีสิ่งที่น่าจับตาคือ อัตราป่วยตายกลับสูงขึ้น จาก 0.087% เป็น 0.12% เฝ้าระวังไปที่กลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป สะท้อนชัดจากนี้ว่าไข้เลือดออก ไม่ใช่โรคที่เกิดแต่ในเด็ก แต่เป็นโรคที่คนทุกช่วงวัยต้องระวัง ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกัน มีประสิทธิภาพสูง แต่ประชาชนออกค่าใช้จ่ายเอง
สุกใส
เป็นโรคที่ต้องจับตา เพราะโตสวนกระแสจากโรคอื่น ๆ กรมควบคุมโรครายงานผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กโตอายุ 12 ปี และพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในสถานศึกษา เรือนจำ ศาสนสถาน ช่วงเดือนที่พบการระบาดมากคือ มกราคม-เมษายน ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกัน แต่ประชาชนออกค่าใช้จ่ายเอง
สำหรับคำแนะนำการรับวัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ มีอาทิ
• วัคซีนไข้หวัดใหญ่

• วัคซีนโควิด 19

• วัคซีนอีสุกอีใส

• วัคซีนนิวโมค็อกคัส ป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส ได้แก่ หูชั้นกลางอักเสบ, ไซนัสอักเสบ, ปอดอักเสบ, การติดเชื้อในกระแสเลือด และการติดเชื้อบริเวณสมองและไขสันหลัง

• วัคซีนไข้เลือดออก

ที่มา: รายการคนสู้โรค
