วันนี้ (4 ม.ค.2569) หลังจากสหรัฐอมริกา ส่งกองกำลังเข้าจับกุมประธานาธิบดีเวเนซุเอลา และภรรยา เมื่อวานนี้ (3 ม.ค.) สาธารณรัฐโบลิวาร์แห่งเวเนซุเอลา ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการระบุว่า
สาธารณรัฐโบลิวาร์แห่งเวเนซุเอลา ขอปฏิเสธ ประณาม และกล่าวโทษต่อประชาคมโลก ต่อกรณีการรุกรานทางทหารที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง ซึ่งกระทำโดยรัฐบาลปัจจุบันของสหรัฐอเมริกาต่อดินแดนและประชากรชาวเวเนซุเอลา ทั้งในเขตพลเรือนและเขตทหารของกรุงคารากัส เมืองหลวงของสาธารณรัฐ รวมถึงในรัฐมิรันดา (Miranda), อารากัว (Aragua) และ ลากวยรา (La Guaira)
การกระทำนี้ถือเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติอย่างชัดแจ้ง โดยเฉพาะข้อที่ 1 และ 2 ซึ่งบัญญัติคุ้มครองการเคารพอธิปไตย ความเท่าเทียมกันทางกฎหมายของรัฐ และการห้ามใช้กำลัง การรุกรานดังกล่าวคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน และเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อชีวิตของผู้คนหลายล้านคน
วัตถุประสงค์ของการโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่สิ่งอื่นใด นอกจากการยึดครองทรัพยากรยุทธศาสตร์ของเวเนซุเอลา โดยเฉพาะน้ำมันและแร่ธาตุ และพยายามทำลายความเป็นอิสระทางการเมืองของชาติ ด้วยกำลัง พวกเขาจะไม่มีวันทำสำเร็จ
หลังจากผ่านพ้นความเป็นเอกราชมากว่าสองร้อยปี ประชาชนและรัฐบาลที่ชอบธรรมยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงในการป้องกันอธิปไตยและสิทธิที่ไม่อาจโอนย้ายได้ในการกำหนดโชคชะตาของตนเอง ความพยายามที่จะยัดเยียดสงครามอาณานิคมเพื่อทำลายรูปแบบการปกครองแบบสาธารณรัฐ และบังคับให้เกิด “การเปลี่ยนระบอบการปกครอง” โดยร่วมมือกับกลุ่มคณาธิปไตยฟาสซิสต์ จะต้องล้มเหลวเหมือนเช่นความพยายามครั้งก่อน ๆ
ตั้งแต่ปี ค.ศ.1811 เวเนซุเอลาได้เผชิญหน้าและเอาชนะจักรวรรดิต่าง ๆ มาโดยตลอด เมื่อมหาอำนาจต่างชาติทิ้งระเบิดใส่ชายฝั่งของเราในปี ค.ศ.1902 ประธานาธิบดี ซิปริอาโน คาสโตร (Cipriano Castro) ได้ประกาศไว้ว่า : “รอยเท้าที่อวดดีของชาวต่างชาติได้ลบหลู่ผืนแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ของปิตุภูมิ” ในวันนี้ ด้วยขวัญและกำลังใจของโบลิวาร์, มิรันดา และเหล่านักปลดปล่อยของเรา ประชาชนชาวเวเนซุเอลาได้ลุกขึ้นสู้อีกครั้งเพื่อปกป้องเอกราชจากการรุกรานของจักรวรรดินิยม
รัฐบาลโบลิวาร์ขอเรียกร้องให้กองกำลังทางสังคมและการเมืองทั้งหมดในประเทศ เริ่มดำเนินการตามแผนการระดมพลและปฏิเสธการโจมตีของลัทธิจักรวรรดินิยมนี้ ประชาชนชาวเวเนซุเอลาและกองทัพแห่งชาติโบลิวาร์ (Bolivarian National Armed Forces) ภายใต้การหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวระหว่างประชาชน-ทหาร-ตำรวจ ได้ถูกส่งกำลังออกไปเพื่อรับประกันอธิปไตยและสันติภาพ
ในขณะเดียวกัน ทางการทูตเพื่อสันติภาพของโบลิวาร์ (Bolivarian Diplomacy of Peace) จะดำเนินการยื่นคำร้องคัดค้านต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เลขาธิการสหประชาชาติ องค์กร CELAC และกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (NAM) เพื่อเรียกร้องการประณามและการลงโทษรัฐบาลสหรัฐฯ
ประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร ได้สั่งการให้แผนการป้องกันประเทศทั้งหมดมีผลบังคับใช้ในเวลาและภายใต้สถานการณ์ที่เหมาะสม โดยยึดถือบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐโบลิวาร์แห่งเวเนซุเอลา กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยสถานการณ์ข้อยกเว้น และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติอย่างเคร่งครัด
ในประการนี้ ประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร ได้ลงนามและสั่งการให้ประกาศใช้กฤษฎีกาประกาศ สถานะความไม่สงบจากภายนอก (State of External Commotion) ทั่วดินแดนของประเทศ เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชากร การทำงานอย่างเต็มที่ของสถาบันต่าง ๆ ในสาธารณรัฐ และเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การต่อสู้ด้วยอาวุธในทันที ทั้งประเทศจะต้องถูกกระตุ้นเพื่อเอาชนะการรุกรานของจักรวรรดินิยมนี้
นอกจากนี้ ท่านยังได้สั่งการให้ส่งกองบัญชาการเพื่อการป้องกันชาติอย่างเบ็ดเสร็จ (Command for the Comprehensive Defense of the Nation) และหน่วยงานอำนวยการเพื่อการป้องกันอย่างเบ็ดเสร็จ (Organs of Directorate for Comprehensive Defense) ลงพื้นที่ในทุกรัฐและทุกเทศบาลของประเทศในทันที
ภายใต้การยึดมั่นในข้อที่ 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติอย่างเคร่งครัด เวเนซุเอลาขอสงวนสิทธิ์ในการใช้สิทธิป้องกันตนเองที่ชอบธรรมเพื่อปกป้องประชาชน ดินแดน และเอกราช เราขอเรียกร้องให้ประชาชนและรัฐบาลของลาตินอเมริกา แคริบเบียน และทั่วโลก ร่วมระดมพลังสามัคคีเพื่อต่อต้านการรุกรานของจักรวรรดินิยมในครั้งนี้
ดังที่ผู้บัญชาการสูงสุด อูโก ชาเวซ ฟริอัส (Hugo Chávez Frías) ได้เคยกล่าวไว้ว่า : “เมื่อเผชิญกับความยากลำบากใหม่ๆ ไม่ว่ามันจะยิ่งใหญ่เพียงใด คำตอบของเหล่าผู้รักชาติทุกคน... คือความสามัคคี การต่อสู้ การรบ และชัยชนะ”
อ่านข่าว :
"ทรัมป์" อ้างจับ "ผู้นำเวเนซุเอลา นำตัวออกนอกประเทศแล้ว
เสียงระเบิดดังสนั่นหลายครั้งในกรุงการากัส เมืองหลวงเวเนซุเอลา
ทหารบุกค้นแหล่งกบดานแก๊งสแกมเมอร์ช่องจอม พบหลักฐานหลอกลวงเพียบ











