ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ฝ่ามรสุม “คำพิพากษา” เส้นทางวิบาก “บิ๊กโจ๊ก” คืนถิ่นสีกากี

อาชญากรรม
10:10
10,380
ฝ่ามรสุม “คำพิพากษา” เส้นทางวิบาก “บิ๊กโจ๊ก” คืนถิ่นสีกากี

ปลายปี 2567 เกิดข่าวลือสะพัด ว่า ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษา ยกคำร้อง ในคดี ที่ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” ยื่นฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ซึ่งศาลปกครองสูงสุด แถลงการณ์ยืนยัน ว่า ไม่เป็นความจริง

ผ่านมานานกว่า 1 ปี และวันที่ 9 ม.ค.2568 คือ เรื่องจริงที่ต้องเผชิญ และคำพิพากษานัดนี้ จะชี้ชะตา “บิ๊กโจ๊ก” ว่า จะสามารถหวนคืนกลับเข้าสู่เส้นทางสีกากี ได้อีกครั้งหรือไม่ !

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ยิ่งใหญ่ เดินไปไหนมาไหน มักจะถูกห้อมล้อมด้วยข้าราชการตำรวจนับสิบนาย  แต่ภาพเหล่านี้ไม่ปรากฎให้เห็นมานานกว่า 2 ปีแล้ว เพราะตำรวจผู้ใกล้ชิด คนสนิท ต่างก็ถูกดำเนินคดีทั้งวินัยและอาญา ถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน ไม่ต่างกับเจ้านาย แต่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไม่เคยยอมแพ้ สู้กลับทุกทางที่ทำได้ แม้จะต้องเปิดหน้าชนตามลำพังก็ตาม

ศาลปกครองสูงสุด  เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่รับเรื่องราวฟ้องร้องจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ รวมถึง ถูก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ฟ้องร้องเองเสียด้วย 

9 ม.ค.69 เป็นคดีสำคัญ เรียกเป็นนัดชี้ชะตาก็ว่าได้ เพราะเป็นนัดฟังคำพิพากษา ในคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

คดีนี้ เคยเป็นที่สนใจมาแล้ว เมื่อช่วงปลายปี 2567 สาเหตุเพราะว่า เกิดข่าวลือ ว่า ศาลปกครองสูงสุด ยกคำร้อง ซึ่งศาลปกครองสูงสุด ออกแถลงการณ์ โต้ทันควัน ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง พร้อมขอให้หยุดเผยแพร่ข่าวลือ 

มีหลายคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นต่อศาลปกครองสูงสุด  เช่น ในคดีขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งตามปกครอง ให้ออกจากราชการไว้ก่อน  ซึ่งศาล ฯ มีคำสั่งยกคำร้อง ไปเมื่อเดือนธันวาคม 2567  

รวมถึงการยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการตุลาการ ศาลปกครอง หรือ ก.ศป.เพื่อเรียกร้องให้ดำเนินการทางวินัยและจริยธรรมกับ นายประสิทธิ์ศักดิ์  มีลาภ ประธานศาลปกครองสูงสุด  ,นายอนุวัฒน์ ธาราแสวง และนายอนุวัฒน์ ธาราแสวง ประธานแผนกคดีละเมิดและความรับผิดอย่างอื่น ศาลปกครองสูงสุด รวมทั้งขอให้ประธานศาลปกครองสูงสุด ขอให้ถอนตัวจากการพิจารณาคดี โดยอ้างถึง คลิปเสียงในวงสนทนาอันมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับคดีของตัวเอง

ก่อนที่การฟ้องร้อง จะเดินทางมาถึง ศาลปกครองสูงสุด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์  ได้ต่อสู้ตามขั้นตอนทางกฎหมาย ที่บัญญัติไว้ ใน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาครบถ้วนแล้ว 

คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 178/2567 ลงวันที่ 18 เมษายน พ.ศ.2567 เป็นคำสั่งที่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ที่กฎหมาย และ กฎ ก.ตร. กำหนด และเป็นการใช้ดุลยพินิจที่เหมาะสม จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

“วินิจฉัยยกอุทธรณ์และยกคำขอกำหนดวิธีการชั่วคราวของผู้อุทธรณ์”

นี่คือข้อยุติ ของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ หรือ ก.พ.ค.ตร. หลังพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นคำร้องขออุทธรณ์คำสั่ง เนื่องจากเห็นว่า เป็นการออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กล่าวโดยสั้นคือ “ยกอุทธรณ์”

ศาลปกครองสูงสุด จึงเป็นเสมือน “ที่พึ่งสุดท้าย” ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งในวันที่ 9 ม.ค.นี้ คือ วันชี้ชะตา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ว่า จะได้กลับเข้าสู่เส้นทางสีกากี อีกครั้งหรือไม่!   

หากตั้งสมมุติฐานไว้ว่า คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด  เป็นคุณต่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ตามหลักการแล้ว หน่วยงานต้นสังกัด ต้องดำเนินการคืนสิทธิและสถานะกลับคืนให้แก่ผู้ร้องโดยเร็วที่สุด เช่น มีคำสั่งแต่งตั้งกลับเข้ารับราชการ และ จ่ายเงินเดือนย้อนหลังพร้อมค่าชดเชย รวมถึงจัดการเรื่องสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ให้ด้วย

แต่ไม่ว่า คำพิพากษา จะออกมาในทิศทางใด ในวันนั้น 9 ม.ค. ก็คงจะเป็นอีกวันที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินทางไปรับฟังคำพิพากษา เพียงลำพัง เพราะในวันนี้อดีตนาย ตำรวจคนสนิทหลายคน ได้ตัดสินใจหันหลังให้ “อดีต (เจ้า) นาย” เกือบหมดสิ้นแล้ว  

 รายงานพิเศษ  : กิตติพร บุญอุ้ม ผช.บก.ข่าวอาชญากรรม ไทยพีบีเอส

"เลขาฯ สมช." รอนายกฯ​ ส่งสัญญาณ เรียกประชุมประเมินสถานการณ์ ชายแดนไทย -กัมพูชา​

"พิพัฒน์" ยันชงขอ ครม.อนุมัติโครงการทางพิเศษ M9

"ทหารกัมพูชา" ยิงปืน ค.เข้าใส่ฐานทหารไทย บนเนิน 469 ช่องบก ทหารเจ็บ 1 นาย