ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

นายพลในสนามรบ “วีระยุทธ-สมภพ-เสด็จ” หน้าแนวปะทะไทย-เขมร

อาชญากรรม
17:13
4,263
นายพลในสนามรบ “วีระยุทธ-สมภพ-เสด็จ” หน้าแนวปะทะไทย-เขมร
อ่านให้ฟัง
09:11อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

กระสุนปืน ค. ที่ฝั่งทหารกัมพูชายิงเข้ามายังฐานทหารไทย บริเวณเนิน 469 ฐานภูมิมะละกอ ในพื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ผ่านมา ทำให้ จ.ส.อ.ปรัชญา พิลาชัย ผู้บังคับหมวดปืนเล็กที่ 1 กองร้อย ร.6021 ได้รับบาดเจ็บที่แขนขวาจากการถูกสะเก็ดระเบิด แม้ทางการเขมรจะอ้างว่า เป็นอุบัติเหตุจากการเผาขยะบริเวณฐานที่มั่นในพื้นที่สามเหลี่ยมมรกตฝั่งกัมพูชา แต่ก็ยากจะเชื่อถือและไว้วางใจ

จึงไม่แปลก หากเพจกองทัพภาคที่ 2 จะเผยแพร่ภาพ “แม่ทัพเติ่ง” พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่นอนพักแรมอยู่ร่วมกับกำลังพล ที่แนวตามาเรีย–สัตตะโสม พื้นที่ที่เคยทำงานและปฏิบัติการมาก่อน เพื่อติดตามสถานการณ์จริง ให้กำลังใจ และกำชับการปฏิบัติงานของทหารหน้าแนวให้รอบคอบเพื่อความปลอดภัยสูงสุด เพราะเป็นพื้นที่ที่เคยทำงานและปฏิบัติการมาก่อน

การปะทะในรอบ 2 ระหว่างไทย-เขมร พื้นที่หน้าแนวรบด้านพระวิหาร ไม่ได้มีเฉพาะทหารระดับประทวน หรือพลทหาร แต่ยังมี “นายพลในสนามรบ” ทั้ง พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาค 2 พล.ต.สมภพ ภาระเวช ผบ.กองกำลังสุรนารี  และ พล.ต.เสด็จ  อาคะจักร ผบ.พล.รบพิเศษ (รพศ.) รวมทั้งนายทหารจากหน่วยอื่น ๆ เข้าควบคุมสถานการณ์การสู้รบตลอดระยะเวลากว่า 20 วัน จนสามารถทวงคืนพื้นที่อธิปไตยของไทยกลับคืนมาได้

โดยเฉพาะ พล.ต.เสด็จ  หรือ “ผบ.เด็จ” ที่ “ป๋าเด็จ” ที่ทหารร้อย รพศ. เรียกขาน ในเพจเฟซบุ๊ก ไมค์ มาเฟียสาย 3 โพสต์ข้อความว่า

ผมเองก็เป็นคนนึงที่ผ่านมือท่านมา จากการสอบเลื่อนฐานะ ส.อ. เป็น จ่า ของหน่วย ในปี 57 จนเป็นที่พูดถึงไปทั้ง นสศ. ว่า ป่าหวายสอบ จ่าคาบดาบ...โดยในตอนนั้น เสธ เด็จ (ยศและตำแหน่งตอนนั้น) เสธ รพศ.1 เป็นผู้ควบคุมการสอบเอง โดยได้นำเอากิจทั้งหมดมาทำการสอบ ซึ่งถ้าเป็นการสอบทั่วไปก็จะมีการ ทดสอบร่างกาย และ สอบวิชาการ แค่นั้น

แต่ จ่าคาบดาบ ของป่าหวายตอนนั้น นอกจากร่างกายและวิชาการแล้ว ยังมี การเดินเร่งรีบพร้อมเครื่องสนามและอาวุธ 3 ไมล์ / การยิงปืน / เงื่อนเชือก / การถอดประกอบอาวุธ / การติดต่อสื่อสาร / การลงทางดิ่ง / สนามเครื่องกีดขวาง / การว่ายน้ำชุดฝึก 100 ม. / การเดินแผนที่เข็มทิศ / การบรรยายในหน้าที่

และสุดท้ายการสอบภาคสนามทางยุทธวิธี 3 วัน 2 คืน ในกิจการนำหน่วย , การ ลว. , การซุ่มโจมตี , การตีโฉบฉวย รวมระยะเวลาทดสอบเลื่อนฐานะ 7 วัน...และผลการสอบออกมา สอบผ่าน ได้เลื่อนขั้น เป็น จ่า ในตำแหน่ง นายสิบยุทธการ ชป.รพศ.ฯ หรือ จ่าทีม ODA ก็ถือได้ว่าเป็น จ่าคาบดาบ รุ่น 1 แล้วก็มีน้อง ๆ ตามมารุ่น 2 , 3 ภูมิใจที่ผ่านแนวทางของท่านมาได้

“ป๋าเด็จ หรือ ป๋า” คือ คำที่พวกเรา ในทีมหรือ ร้อย.รพศ. ใช้เรียกแทนตัวท่านเวลาคุยกันเอง ด้วยความที่ท่านเป็นคนที่ ใส่ใจและดูแล ลูกน้องในทุกการฝึก กิน อยู่ หลับนอน ด้วยตลอดภารกิจ โดยนิสัย พล.ต.เสด็จ มีความเป็นครูสูง ก็จะคอยบอกและสอน จะเคี่ยวกรำให้เป็นนักรบที่ดีและเก่ง ยิ่งถ้าเป็นการฝึกร่วมกับมิตรประเทศ หรือ อากาศยานจะอยู่ด้วยตลอดเวลา

และสิ่งหนึ่งที่ทุกคนทราบดีคือ พล.ต.เสด็จ จะจำคนแม่นมาก จำลูกน้องได้ทุกคน ว่าใครชื่ออะไร นิสัยอย่างไร จึงไม่แปลก ใจเลยที่ ท่านจะเป็นที่ 1 ในแทบทุกหลักสูตร

ตามประวัติ พล.ต.เสด็จ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 30 และ จปร.41 เป็นผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1 (ผบ.พล.รบ.พิเศษ 1) และผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษ (SOTF) ในภารกิจรักษาอธิปไตยชายแดนไทย-กัมพูชา เติบโตมาในสายงานของ "หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ" (นสศ.) หรือ “นักรบป่าหวาย” แห่งเมืองลพบุรี

เส้นทางในชีวิตราชการ เติบโตจากสายงานยุทธการ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในระดับเสนาธิการ ในช่วงปี 2567 เป็น เสนาธิการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (เสธ.นสศ.) ถือเป็นมันสมองหลักในการวางแผนยุทธวิธีของหน่วยรบพิเศษนอกจากนี้ยังมีความเชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญยุทธวิธีรบพิเศษ การรบแบบกองโจร และปฏิบัติการจิตวิทยา และมีความ สัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับหน่วยรบพิเศษ ทั้งกองพันจู่โจมและหน่วยรบพิเศษต่าง ๆ

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง ที่ปรึกษา รมว.กลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Wanwichit Boonprong ระบุว่า พล.ต. เสด็จ กลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้างจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะภารกิจที่ เนิน 350 และปราสาทตาควาย ซึ่งสะท้อนภาวะผู้นำที่โดดเด่น

และเป็นผู้นำที่ “นำ” จริง แตกต่างจากภาพจำของนายพลทั่วไปที่มักบัญชาการจากแนวหลัง แต่ พล.ต.เสด็จ เลือกที่จะลงพื้นที่แนวหน้า (Kill Zone) ด้วยตนเอง สวมชุดสนามและถืออาวุธเคียงข้างทหารชั้นผู้น้อย

กล่าวโดยสรุป พล.ต.เสด็จ อาคะจักร คือนายทหารรบพิเศษขนานแท้ ที่เติบโตมาด้วยความสามารถ และพิสูจน์ตนเองอีกครั้งในสมรภูมิปี 2569 ว่าเป็น "นายพลสนามรบ" ที่กล้าเสี่ยงชีวิตเพื่อลูกน้องและภารกิจของชาติ ..ฝ่าดงกระสุนนำทัพบุกตะลุยสมรภูมิชายแดน กู้ร่าง 2 วีรบุรุษ “จ่าเริง” จ.ส.อ.สำเริง คลังประโคน และ “น้องวุ้น” พลทหารภานุพงศ์ เสาร์สา ที่บริเวณเนิน 350 ทำให้วีรชนทั้งสองร่างได้กลับบ้านคืนสู่มาตุภูมิ ปิดปัจฉิมบทของ “วีรบุรุษ” ของชาติอย่างสมเกียรติที่สุด

ผศ.ดร.วันวิชิต ระบุอีกว่า พล.ต.เสด็จ เกิดที่โคราช แต่ไปโตเรียนหนังสือที่ขอนแก่น จากนั้นเข้าเตรียมทหาร รุ่นที่ 30 /จปร.41 เป็นคนเรียนเก่งมาก จบโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ด้วยคะแนนสูงสุด จนได้รับทุนไปศึกษาต่อ Fort Leavenworth, Kansas หรือโรงเรียนเสนาธิการทหารบกสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาระดับสูงที่นายทหารระดับ “เสธ” ทั่วโลกนี้ ใฝ่ฝันว่าชีวิตนี้อยากจะเข้าเรียน นอกจากนี้ยังได้ที่ 1 หลักสูตร  The SFQC (Special Forces Qualification Course), or "Q Course,  คือรบพิเศษ สหรัฐฯ ยังได้ที่ 1 อีก  

เป็นนายทหาร จปร.คนแรก ที่สำเร็จหลักสูตร “มนุษย์กบ” หลักสูตร “เหนือมนุษย์” แห่งราชนาวีไทย  “บุคลิก” เป็นคนตรงไปตรงมา คิดอะไรก็แสดงออกอย่างนั้น ไม่มีลับลมคมในการเพื่อนพ้องน้องพี่ ขอยกย่องว่าเป็นต้นตำรับ ของ Band of Brothers (กองรบวีรบุรุษ) ซึ่งคงไว้มิตรภาพของทหารร่วมรบทุกนาย ร่วมทุกข์ร่วมสุข กันอย่างแท้จริง ไม่ทอดทิ้งลูกน้อง หรือละทิ้งใครไว้ข้างหลัง

แม้การหยุดยิงในรอบ 2 ระหว่างไทยและกัมพูชาจะยุติลงชั่วคราวแล้ว และต้องจบด้วยการเจรจา เพื่อนำไปสู่เส้นทางสันติภาพ แต่หากสงครามยังไม่จบ และต้องรบต่อ นายพลในสนามรบ ทั้ง 3 ยังคงร่วมรบและพร้อมสู้อยู่หน้าแนวเช่นเดียวกับทหารทุกนาย

อ่านข่าว :

กองทัพ จี้กัมพูชาชี้แจงเหตุยิงข้ามแดนไทย ระบุกระทบเชื่อมั่นหยุดยิง

ทบ.โต้ข้อกล่าวหายึดบ้านพลเรือน ยืนยันรื้อสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำเขตไทย

กัมพูชาชี้เหตุระเบิดใน จ.พระวิหาร ไม่เกี่ยวเหตุปะทะกับไทย