เรามีวันเด็ก มีคำขวัญวันเด็ก มี พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ แต่เรา ปกป้อง “เด็ก” ดีพอหรือยัง?
กิจกรรมวันเด็กที่จัดกันใหญ่โตทุกปี คำขวัญวันเด็กมากมายจากบุคคลสำคัญ กฎหมายคุ้มครองเด็กและเยาวชน ที่มีมายาวนาน อาจจะยังไม่พอ ต่อการสร้างความสุข ความปลอดภัยให้กับเด็กและเยาวชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะวันนี้เด็กและเยาวชนกำลังเผชิญกับ “ภัยไซเบอร์” อย่างรุนแรง ถึงขั้นถูกล่อลวงเข้าสู่วังวน “การค้ามนุษย์” และ ขบวนการ “สแกมเมอร์”
ประเด็น ปี พ.ศ.2568 มีเด็กหาย 265 คน เกือบ 70 % สมัครใจหายออกจากบ้าน
ตลอดปี พ.ศ.2568 มีสถิติรับแจ้งเด็กหายทั้งหมด 265 คน แยกเป็นหญิง 169 คน ชาย 96 คน ข้อมูลเจาะลึกลงไปดูสาเหตุพบว่า เด็กสมัครใจหายออกจากบ้าน 176 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 66 % นอกเหนือจากนี้เป็นกรณี แย่งความปกครองบุตร 24 คน ,สแกมเมอร์ 19 คน และอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง
ขณะที่ช่วงอายุเด็กหายมากที่สุด ในปีเดียวกัน พบกลุ่มอายุ 11-15 ปี มากที่สุด รวม 126 คน ส่วนกลุ่มวัยรุ่นตอนต้น อายุ 16-18 ปี พบ 109 คน ส่วนกลุ่มอายุ 1-10 ปี มี 30 คน
การหายตัวไปของเด็กและเยาวชน อาจจะง่ายต่อการติดตาม ช่วยเหลือหากเกิดขึ้นในประเทศ แต่ปัจจุบันพบว่า มีเด็กหายไปจำนวนไม่น้อย ที่ออกนอกประเทศและที่ร้ายแรงคือ เข้าสู่วังวนของขบวนการสแกมเมอร์
ในปี 2568 พบมีเด็กถูกล่อลวง-ชักชวน ไปร่วมขบวนการสแกมเมอร์ 19 คน พบเป็นเด็กชาย 11 คน และเด็กหญิง 8 คน ในจำนวนนี้พบอายุน้อยที่สุดคือ 15 ปี
นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ระบุว่า ปีที่ผ่านมาพบสถานการณ์ที่น่ากังวล คือ การค้ามนุษย์ในรูปแบบใหม่ เด็กอายุ 15-18 ปี อย่างน้อย 19 คน ถูกหลอกไปทำงานสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน รูปแบบการหลอกลวงมักเริ่มจากการชักชวนผ่านออนไลน์ ประกาศงานค่าตอบแทนสูง หรือหลอกให้เกิดความสัมพันธ์ ก่อนพาเดินทางและส่งต่อให้ขบวนการเพื่อแสวงหาประโยชน์
เมื่อข้ามแดนแล้ว มักถูกกักขังในสถานที่ปิด ถูกจำกัดเสรีภาพ และไม่สามารถหลบหนีได้ หากไม่ยอมทำงานอาจตกอยู่ในอันตราย สถานการณ์ดังกล่าวเข้าข่าย การค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงานโดยสภาพ เป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่ควบคุมเสรีภาพอย่างแนบเนียน
โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรง โดยปัจจุบันมูลนิธิกระจกเงายังอยู่ระหว่างติดตามและประสานความช่วยเหลือเด็กอีก 7 คน ที่ถูกหลอกไปเป็นสแกมเมอร์ และยังไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้
นายเอกลักษณ์ ระบุข้อมูลช่องทาง ที่เป็นเสมือนทางเชื่อมอาชญากร กับ เด็กและเยาวชน ว่า คือ “สื่อออนไลน์” ซึ่งเข้าถึงได้โดยง่ายและเข้าถึงได้ตลอดเวลา สิ่งที่เด็กมักจะพบเจอ คือ ประกาศรับสมัครงานออนไลน์ จูงใจ งานสบาย ง่าย ให้ค่าตอบแทนสูง, หรืออาจจะหลอกรักจากการพูดคุยแล้วชักชวนให้ไปหา เพื่อส่งต่อให้นายหน้า แลกกับเงินค่าจัดหา
และที่พบอีกรูปแบบคือ ถูกคนรู้จักหลอก ว่าจะพาไปทำงาน แต่แล้วก็พาไปส่งให้นายหน้า พาข้ามแดนเพื่อส่งต่อให้กับกลุ่มขบวนการอาชญากร อย่างเช่น ขบวนการสแกมเมอร์ หรือแม้แต่เว็บไซต์พนันออนไลน์ สุดท้ายแล้ว เด็กและเยาวชน ที่หายไปก็ต้องเผชิญกับการถูกขู่ บังคับ จำกัดอิสรภาพ หรือรุนแรงถึงขึ้นถูกทำร้ายร่างกาย กลายเป็นผู้เสียหายในคดี “ค้ามนุษย์”
ข้อมูลเปรียบเทียบ สถิติคดีค้ามนุษย์ นับจากปี 2561-2568 ในภาพรวมกำลังมีแนวโน้มลดลง จากปีที่ผ่านมา ซึ่งปี 2567 มีจำนวน 382 คดี แต่ในปี 2568 ลดลงไปที่ 279 คดี จากเดิมที่ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา จาก 2563 -2567 มีสถิติคดีค้ามนุษย์เพิ่มสูงขึ้นทุกปี
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ (กลาง)
งานป้องกันปราบปรามทุกฝ่ายต้องช่วยกัน
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ระบุว่า การป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชน ถูกล่อลวงเข้าสู่วังวนของขบวนการสแกมเมอร์หรือวงจรอาชญากรข้ามชาติ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกัน เพื่อที่จะคุ้มครองเด็กและเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
การให้ความรู้กับเด็กและเยาวชน ว่า การทำงานง่าย ๆ สบาย ๆ ได้ค่าตอบแทนสูงไม่มีอยู่จริง โดยอาศัยความรู้ความเข้าใจและคำแนะนำจากคนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัว รวมถึงการประชาสัมพันธ์ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านสื่อโซเชียลต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง คือ อีกกลไก ที่จะช่วยให้เด็กรู้เท่าทันได้
ออสเตรเลีย ชาติแรกในโลก ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี มีบัญชีโซเชียลมีเดีย
วันที่ 10 ม.ค.2568 ออสเตรเลีย ประกาศบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองเด็กและเยาวชน ให้พ้นจากภัยอันตรายในโลกออนไลน์ ด้วยการประกาศใช้ กฎหมาย ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี มีบัญชีใช้งาน เป็นประเทศแรกในโลก โดยกำหนดแพลตฟอร์มผู้ให้บริการโซเชียลมีเดีย ประกอบด้วย Facebook, Instagram, TikTok Kick, Reddit, Snapchat, Threads, Twitch, X (Twitter) และ YouTube ต้องดำเนินวิธีการอย่างสมเหตุสมผล (ลบหรือยุติการใช้งาน)
เพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะเกิดประโยชน์แก่เด็กและเยาวชน อย่างแท้จริง ออสเตรเลีย มี Esafety Commissioner หรือ คณะกรรมการความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระของรัฐบาลออสเตรเลีย ทำหน้าที่ดูแลและกำกับความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ เพื่อช่วยปกป้องชาวออสเตรเลียจากภัยคุกคามทางออนไลน์ เช่น การกลั่นแกล้งเด็ก, การแชร์ภาพส่วนตัวโดยไม่ได้รับความยินยอม (image-based abuse) การคุกคามทางไซเบอร์ และส่งเสริมประสบการณ์ออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน
โดยมีอำนาจทางกฎหมายในการสั่งให้ลบเนื้อหาอันตรายและให้ข้อมูล, เครื่องมือป้องกันภัยออนไลน์ คอยตรวจสอบและกำกับดูแล หากบริษัทผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีไม่ดำเนินการปิดกั้นการเข้าถึงของผู้ใช้งานที่อายุน้อย หรือตามที่กฎหมายกำหนด อาจจะต้องเจอโทษปรับสูงสุดถึง 50 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือคิดเป็นเงินไทยสูงมากกว่า 1,000 ล้านบาทเลยทีเดียว
อังกฤษ ป้องเด็ก ออกกฎหมายสร้าง “โลกปลอดบุหรี่”
ภัยคุกคามคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน ไม่ได้มีแค่ในโลกของโซเชียลมีเดีย อาหาร การกิน เครื่องดื่ม ไปจนถึง สารนิโคติน ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับ “นักสูบหน้าใหม่”
นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา
อังกฤษ แสดงความตระหนักในเรื่องนี้ สู่สายตาชาวโลกได้อย่างน่าประทับใจและน่าจะถูกจดจำเป็นครั้งประวัติศาตร์ ปี 2568 อังกฤษเริ่มมาตรการ ห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้า แบบใช้แล้วทิ้ง และในปี 2569 อังกฤษ จะเริ่มบังคับใช้กฎ "Smoke-Free Generation" อย่างเป็นทางการ สาระสำคัญคือ “ห้ามขายยาสูบแก่ผู้ที่เกิดตั้งแต่ 1 ม.ค.2552 เป็นต้นไป เพื่อให้เกิด “ยุคปลอดบุหรี่” ซึ่งหมายถึงผู้ที่จะเป็นวัยรุ่นและผู้ใหญ่รุ่นต่อไป จะไม่สามารถซื้อตัวบุหรี่ได้ตลอดชีวิต
นั่นหมายความว่า คนที่เกิดหลังปี 2552 เป็นต้นไปและอยู่ในอังกฤษจะไม่สามารถซื้อบุหรี่สูบได้อีก”
รัฐบาลอังกฤษ ยังเดินหน้ากฎหมาย Tobacco and Vapes Bill ซึ่งเป็นกรอบกฎหมายสำคัญที่จะเปลี่ยนระบบควบคุมยาสูบและผลิตภัณฑ์นิโคตินในอังกฤษด้วย อาทิ กำหนดการควบคุมการโฆษณา, โปรโมชั่นของผลิตภัณฑ์นิโคติน เช่น ห้ามการตลาดที่ดึงดูดเด็ก, ขยายพื้นที่ไม่ให้สูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะบางแห่ง เช่น สนามเด็กเล่น โรงเรียน และสถานพยาบาล
วางระบบใบอนุญาตจำหน่าย เพื่อควบคุมร้านค้าที่ขายผลิตภัณฑ์ยาสูบและ vapes ให้เข้มข้นกว่าการขึ้นทะเบียนปัจจุบัน และการกำหนดกฎเกี่ยวกับรูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ไม่ดึงดูดเยาวชน
สิ่งที่เกิดขึ้นในออสเตรเลียและอังกฤษ อาจจะยังห่างไกลสำหรับประเทศไทย แต่ในเมื่อเราต่างก็บอกว่า “เด็กคืออนาคตของชาติ” กฎหมายที่เกิดขึ้นในต่างแดนอันแสนไกล ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย ในสักวันหนึ่ง
แต่หากการรอคอย เป็นเรื่องที่ยาวนานเกินไป สิ่งที่ทำได้ในทันที ก็คือ การเริ่มจากคนในครอบครัว หรือ ผู้ใกล้ชิด หมั่นให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ ให้รู้เท่าทัน ภัยอันตรายอย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นเกาะป้องกันที่แข็งแกร่งให้กับลูกหลานได้เป็นอย่างดี
รายงาน : กิตติพร บุญอุ้ม ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ไทยพีบีเอส
อ่านข่าว :
“อนุทิน” ยิ้มไม่หุบ เด็กๆ เรียก "ลุงหนู" เชียร์นั่งนายกฯ อีกสมัย
“ขอนแก่น” รับหีบบัตร-อุปกรณ์เลือกตั้ง อบต.-กาบัตรทั่วประเทศพรุ่งนี้
“น้องชมพู่” วัยขวบเศษ นั่งเก้าอี้นายกฯ คนแรก ในวันเด็ก
แท็กที่เกี่ยวข้อง:











