ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

คน กทม. 90.5% รู้ 8 ก.พ.เลือกตั้ง-ลงประชามติ ยังไม่ตัดสินใจใครนั่งนายกฯ

การเมือง
16:14
4,731
คน กทม. 90.5% รู้ 8 ก.พ.เลือกตั้ง-ลงประชามติ ยังไม่ตัดสินใจใครนั่งนายกฯ
บ้านสมเด็จโพลล์ เผย คนกรุงเทพฯ 90.5% รู้ว่า 8 ก.พ.ไปเลือกตั้ง สส. พร้อมลงประชามติ 65.5% ระบุการเสนอชื่อนายกฯ มีผลต่อการเลือก สส. ส่วน สส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์พรรคประชาชนคะแนนนำ ขณะที่ 28.8% ยังไม่ตัดสินใจบุคคลเหมาะสมนั่งนายกฯ

วันนี้ (11 ม.ค.2569) ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (หลังการรับสมัคร) โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร โดยมีการกระจายการเก็บข้อมูลในกลุ่มเขตชั้นใน กลุ่มเขตชั้นกลาง กลุ่มเขตชั้นนอก จำนวนทั้งสิ้น 1,121 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 6-9 ม.ค.2569

ผศ.ดร. สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (หลังการรับสมัคร) ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569 เวลา 08.00-17.00 น. เป็น วันเลือกตั้ง โดยระหว่างวันที่ 27-31 ธ.ค.2568 เป็นวันรับสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และระหว่างวันที่ 28-30 ธ.ค.2568 และ วันที่ 31 ธ.ค.2568 วันรับสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อและแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองมีมติจะเสนอสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี

รวมไปถึงการลงประชามติ ในประเด็นคำถาม ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ตามประกาศ สำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดวันออกเสียงประชามติ กำหนดให้วันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ โดยเป็นวันและเวลาเดียวกันในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประชาชนไปลงคะแนนเสียงประชามติ แยกจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในจุดเลือกตั้งเดียวกัน

หลังจากการสมัครจบลงเป็นช่วงของการหาเสียงเลือกตั้งผ่านสื่อประเภทต่างๆ ความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนก็มีสูงขึ้น ความนิยมของผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคการเมือง และการเสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ความคิดเห็นของประชาชนต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (หลังการรับสมัคร) โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะออกไปเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 8 ก.พ.2569 ร้อยละ 89.3 ทราบว่า ในวันที่ 8 ก.พ.2569 มีการออกเสียงประชามติ ในประเด็นคำถาม ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ โดยไปลงคะแนนเสียงแยกจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในจุดเลือกตั้งเดียวกัน ร้อยละ 90.5 และคิดว่าจะตัดสินใจในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคการเมืองเดียวกันร้อยละ 64

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ อยากได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต ที่มีคุณสมบัติ อันดับแรกคือ ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีประวัติการศึกษาและการทำงานอย่างมากมาย ร้อยละ 28.4 อันดับสองคือ ผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ร้อยละ 25.3 อันดับสามคือ ผู้ที่มีความเสียสละเพื่อสังคม ทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 20.3 อันดับสี่คือ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่และทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 13.3 และอันดับห้าคือ ผู้ที่เป็นลูกหลาน ตระกูลนักการเมือง ร้อยละ 5.7

และอยากได้ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ที่มีคุณสมบัติ อันดับแรกคือ ผู้ที่มีความเสียสละเพื่อสังคม ทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 37.6 อันดับสองคือ ผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ร้อยละ 32.2 อันดับสามคือ ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีประวัติการศึกษาและการทำงานอย่างมากมาย ร้อยละ 16.5 อันดับสี่คือ ผู้ที่เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆ เท่ากับผู้ที่เป็นลูกหลาน ตระกูลนักการเมือง ร้อยละ 4.7 และอันดับห้าคือ ผู้ที่มีชื่อเสียง นักร้อง ศิลปิน ดารา ร้อยละ 4.3

ในส่วนของนโยบายที่อยากให้พรรคการเมืองให้ความสำคัญ อันดับแรกคือ ด้านเศรษฐกิจ ร้อยละ 35.5 อันดับสองคือ ด้านสวัสดิการของรัฐ ร้อยละ 22.1 อันดับสามคือ ด้านการศึกษา ร้อยละ 9.6 อันดับสี่คือ ด้านสาธารณสุข ร้อยละ 7.8 และอันดับห้าคือ ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ร้อยละ 5.9

ปัจจัยที่ทำให้ตัดสินใจในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการเลือกตั้งครั้งนี้มากที่สุด อันดับแรกคือ ตัวผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ร้อยละ 37.1 อันดับสองคือ นโยบายของพรรคการเมือง ร้อยละ 24 อันดับสามคือ พรรคการเมือง ร้อยละ 18.8 อันดับสี่คือ ไม่แน่ใจ / ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 13.4 อันดับห้าคือ การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 6.7 และในส่วนของการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ของพรรคการเมืองมีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร้อยละ 65.5

ประชาชนส่วนใหญ่ ตัดสินใจเลือกผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต จากพรรคการเมือง อันดับแรกคือ พรรคประชาชน ร้อยละ 29.9 อันดับสองคือ ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 21.1 อันดับสามคือ พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 20.2 อันดับสี่คือ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 10.1 อันดับห้าคือ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 7.4 อันดับหกคือ พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 3 อันดับเจ็ดคือ พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 2.4 อันดับแปดคือ พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.8 อันดับเก้าคือ พรรคโอกาสใหม่ ร้อยละ 1.6 และอันดับสิบคือ พรรคไทยก้าวใหม่ ร้อยละ 1.1

และตัดสินใจเลือกผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคการเมือง อันดับแรกคือ พรรคประชาชน ร้อยละ 31.8 อันดับสองคือ ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 27.5 อันดับสามคือ พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 17.9 อันดับสี่คือ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 6.4 อันดับห้าคือ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 4.1 อันดับหกคือ พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 2.8 อันดับเจ็ดคือ พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 2.7 อันดับแปดคือ พรรคโอกาสใหม่ ร้อยละ 1.6 อันดับเก้าคือ พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.5 และอันดับสิบคือ พรรคไทยก้าวใหม่ ร้อยละ 1.1

ขณะที่ร้อยละ 65.5 ระบุว่าการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองมีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ไม่ใช่ ร้อยละ 19.4 และ ไม่แน่ใจ ร้อยละ 15.1

ทั้งนี้คิดว่าบุคคลใดเหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมากที่สุด อันดับแรกคือ ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 28.8 อันดับสองคือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 28.1 อันดับสามคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 16.7 อันดับสี่คือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 5.6 อันดับห้าคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 4.5 อันดับหกคือ นายธรรมนัส พรหมเผ่า ร้อยละ 4.1 อันดับเจ็ดคือ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ร้อยละ 3 อันดับแปดคือ นายจตุพร บุรุษพัฒน ร้อยละ 2.8 อันดับเก้าคือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ร้อยละ 2.2 และอันดับสิบคือ คุณหญิงสุดารัตน์เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 1.3

อ่านข่าว :

คนกรุงเทพฯ 67.8 % ออกไปเลือกตั้ง ส่วนใหญ่เลือกพรรคประชาชน

โพลระบุ 74 % จะไปเลือกตั้ง ทั้งที่ยังไม่รู้เลือกใคร-เชื่อ “อนุทิน” ได้จัดตั้งรัฐบาล

เลือกตั้ง 69 : เปิดขั้นตอนการเลือกตั้ง สส. - ออกเสียงประชามติ "วันเดียวกัน"