วันนี้ (11 ม.ค.2569) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียง ของ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 20 เบอร์ 11 ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวที่พรรคเพื่อไทยมี สส.จากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว กับความมั่นใจที่จะรักษาพื้นที่ทางการเมืองครั้งนี้ได้ว่า มีความมั่นใจมาก เพราะ น.ส.ธีรรัตน์ ลงพื้นที่ตลอด และจากเสียงตอบรับในการลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่ชุมชนที่อยู่ริมน้ำ และตลาดคลองหัวตะเข้ ซึ่งมีหลายส่วนที่มองเห็นโอกาสเป็นอย่างมาก ซึ่งผู้สมัครได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือชุมชนโดยตลอด ทั้งเรื่องการท่องเที่ยว การเกษตร
และยังพบว่าในหลายพื้นที่ของเขตลาดกระบัง เป็นจุดที่มีความหวังมาก และสามารถสร้างชื่อเสียง และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยว ซึ่งสิ่งสำคัญคือการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อให้คนในชุมชนสามารถสร้างรายได้ และมีการพูดคุยหลากหลายปัญหา เช่น น้ำท่วม การบริหารจัดการน้ำในเขตลาดกระบัง ซึ่ง น.ส.ธีรวัฒน์ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ที่เคยดำรงตำแหน่งฝ่ายบริหารในกระทรวงมหาดไทย โดยไม่เพียงทำให้ประชาชนในเขตลาดกระบังเท่านั้น ยังคงดูแลประชาชนอีกหลายพื้นที่ของประเทศไทย
ดร.อิ่ม มีส่วนช่วยในเรื่องภัยพิบัติต่างๆ จะได้เห็นผลงานตั้งแต่โซน จ.เชียงราย สามารถคลี่คลายภัยพิบัติได้ ตรงนี้เป็นที่ประจักษ์ หลายคนตอบรับดี
เมื่อถามว่าคน กทม.ยากที่จะซื้อใจเพื่อแลกกับคะแนนเสียง นายยศชนัน ระบุว่า ไม่มีปัญหา ในส่วนนี้มีความมั่นใจ พอได้พูดคุยกับแต่ละคน ซึ่งต่างฝากความหวังเอาไว้ และได้รับความสบายใจในหลายส่วนแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามถึงผลสำรวจของนิด้าโพล ภาพรวมประเทศคะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยยังเป็นรอง ทั้งเรื่องของตัวบุคคลแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและความนิยมของพรรค นายยศชนัน ระบุว่า น้อมรับผลโพล หลายส่วนอาจเกี่ยวกับกลุ่มตัวอย่างต่างๆ ซึ่งพรรคเพื่อไทยเปิดใจรับฟัง ข้อเสนอแนะตรงไหนดีหรือตรงไหนต้องปรับปรุง โดยหวังว่าประชาชนจะให้โอกาส
เมื่อถามว่าจะต้องเร่งปรับยุทธศาสตร์หรือยุทธวิธีหลังจากนี้เพื่อเรียกคะแนนเสียงมาหรือไม่ เพราะนโยบาย 70% และ 30% ยังคลุมเครือนั่น นายยศชนัน กล่าวว่า ตอนนี้ผู้สมัครเริ่มสื่อสารเรื่องนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย แต่ละนโยบายที่ได้ลงพื้นที่รับฟังจากประชาชนและนำมาปรับปรุง นโยบาย 7030 คือการทำให้เศรษฐกิจไหลเวียน ไม่ได้มีเพียงนโยบายนี้เท่านั้น
แต่การที่จะทำให้ประเทศไปข้างหน้าจะต้องดูแลทุกคนทุกระดับ ตั้งแต่รากหญ้า ส่งเสริม SME สตาร์ทอัพ เศรษฐกิจใหม่ ทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคง และมีความน่าเชื่อถือในสายตาต่างประเทศ และที่ลาดกระบังมีหลายบริษัท ที่มีการลงทุนจากต่างประเทศ จึงมีความจำเป็นที่ต้องทำให้นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ความเชื่อมั่น เช่นการบริหารจัดการน้ำ ที่พยายามทำขนานกันไป ก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. มีความมั่นใจที่จะเร่งสร้างความนิยมทางการเมือง เพิ่ม
มีความมั่นใจครับ ตอนนี้ สส. เขตของเรา นำแนวทางนโยบายต่างๆ สื่อสารลงแต่ละจุด ซึ่งแต่ละจุดมีความต้องการในแนวทางนโยบายที่แตกต่างกันไป และ 30 วันต้องเรียนว่าเป็นวันเลือกตั้ง แต่ สส.ของเราลงพื้นที่มาโดยตลอด ไม่ได้ใช้เวลาเพียงแค่ 30 วัน การสื่อสารแนวทางนโยบายก็ไม่ยาก ทุกคนให้การตอบรับที่ดี
อ่านข่าว :
“อภิสิทธิ์” ยันเดินหน้าพัฒนาการศึกษา-ฟื้น GDP ให้ได้ร้อยละ 5
"เท้ง-ณัฐพงษ์" ลั่น 8 ก.พ. เจอกันทำเนียบ ขอประชาชนตั้งรัฐบาลประชาชน
"สีหศักดิ์" ควง "ศุภจี-เอกนิติ" หาเสียง กทม.ปลื้มคนหนุนภูมิใจไทย











