วันนี้ (18 ม.ค.2569) นางอารดา เฟืองทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายสต็อกข้าว ซึ่งเป็นการปรับปรุงเงื่อนไขสต๊อกข้าวสารของผู้ส่งออกของกรมการค้าภายใน เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2568กรมการค้าภายในได้จัดประชุมคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าวพ.ศ.2489ครั้งที่1/2568ประเด็นการพิจารณาเกี่ยวกับการปรับปรุงเงื่อนไขสต๊อกข้าวสารของผู้ส่งออกตามประกาศคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. 2489
นางอารดา เฟืองทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ
ฉบับที่ 150 พ.ศ. 2560 เรื่อง การให้ผู้ประกอบการค้าข้าวขออนุญาตประกอบการค้าข้าว การกำหนดเงื่อนไขในหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าว และการสั่งถอนหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าว ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 153 พ.ศ. 2567 โดยเสนอปรับปรุงเงื่อนไขสต๊อกข้าว โดยแบ่งออก็แบ่งออกเป็น 2 ประเภทการจดทะเบียนธุรกิจ คือ กลุ่ม เกษตรกรและสหกรณ์ ประเภคผู้ค้าข้าว ที่เป็นผู้ส่งออกทั่วไป และผู้ส่งออกข้าวสารบรรจุกล่องหรือหีบห่อ ได้รับการยกเว้นไม่ต้องสต็อกข้าว
และประเภทผู้ประกอบการ ที่แบ่งตามทุนจดทะเบียน ตั้งแต่ 5-10 ล้านบาท เดิมกำหนดต้องมีสต็อกข้าวสำหรับการส่งออก ที่ 500 ตัน ได้ปรับเป็น 100 ตัน ทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 10-20 ล้านบาท ต้องมีสต็อกข้าว 500 ตัน และทุนจดทะเบียนมากกว่า 20 ล้านบาท ต้องมีสต็อกสำหรับส่งออกข้าว 1,000 ตัน ซึ่งเป็นประเภทผู้ส่งออกทั่วไป ส่วนผู้ส่งออกที่ไม่ได้กำหนดทุนจดทะเบียนและเป็นผู้ส่งออกข้าวสารบรรจุกล่องหรือหีบห่อ ไม่ได้กำหนดสต็อกข้าว
ทั้งนี้กรมการค้าภายในซึ่งเป็นฝ่ายเลขาในการประชุมดังกล่าว ได้ดำเนินการจัดทำประชาพิจารณ์ตามระเบียบ เป็นระยะเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 – 16 ม.ค.2568 โดยมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็น จำนวน 74 ราย เป็นผู้เห็นด้วยกับแนวทางที่เสนอจำนวน 71 ราย และไม่เห็นด้วย จำนวน 3 ราย โดยผู้ที่ไม่เห็นด้วยต้องการให้ยกเลิกไม่ให้มีสต๊อกข้าว ซึ่งฝ่ายเลขาฯ (กรมการค้าภายใน) เห็นว่าสต๊อกสำหรับรายกลางยังมีความจำเป็นอยู่ เนื่องจากใช้ในการประกอบการติดตามเรื่องการส่งมอบสินค้า และรักษาภาพลักษณ์ของข้าวไทย หากไม่มีสต๊อกแล้วเกิดการไม่ส่งมอบข้าว จะทำให้ภาพลักษณ์ของข้าวไทยที่มีการส่งออกมาอย่างยาวนานเสียหายได้ จึงยังคงสต๊อกไว้สำหรับรายกลางขึ้นไป
ในส่วนประเด็นการปรับปรุงเงื่อนไขสต๊อกข้าวสารของผู้ส่งออกตามกฎหมายของกรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศไม่ได้คัดค้านในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด โดยผลการประชุมและมติที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบการปรับปรุงเงื่อนไขสต๊อกข้าวสารของผู้ส่งออก ตามประกาศคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช 2489 ฉบับที่ 150 พ.ศ. 2560 จากเดิม กำหนดให้บริษัทที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 20 ล้านบาท ต้องมีสต๊อกข้าวสาร 500 ตันขึ้นไป และทุนจดทะเบียนเกิน 20 ล้านบาท ต้องมีสต๊อกข้าวสาร 1,000 ตันขึ้นไป เป็น ให้บริษัทที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 10 ล้านบาท มีสต๊อกข้าวสาร 100 ตันขึ้นไป นอกเหนือจากนี้ คงเดิม
ในส่วนของกรมการค้าต่างประเทศได้ดำเนินการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อลดระยะเวลาการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกข้าว จากเดิมซึ่งใช้เวลาถึง 3 วัน ให้เหลือเพียง 30 นาที โดยมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการกองบริหารการค้าข้าวปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศในการพิจารณารับขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกข้าว ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. 2567 ทั้งนี้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการขึ้นทะเบียนผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ DFT SMART – I โดยในปี 2568 มีผู้ส่งออกมาขึ้นทะเบียนรวมทั้งสิ้น จำนวน 47 ราย ซึ่งคิดเป็นกว่า 20%ของผู้ส่งออกข้าวที่ขึ้นทะเบียนทั้งหมดและส่งออกอย่างต่อเนื่องผู้ส่งออก ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และ SMEs ผู้สนใจส่งออกรายย่อย
อ่านข่าว:
ส่งออกสินค้าเกษตร ปี69 โตพุ่ง พณ ชี้“ข้าว-มันสำปะหลัง”รุ่ง สวนทางปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน
สัญญานเตือน "ข้าวไทย" เสี่ยงรอบด้าน เร่งปรับพันธุ์ตอบโจทย์ตลาดโลก
พาณิชย์เตรียมเจรจาคอฟโก้ ข้าว G to G 5 แสนตัน ดันส่งออกข้าวทั้งปีทะลุเป้า
พณ.ลดค่าธรรมเนียมส่งออกข้าว หนุนเกษตรกร–รายย่อยโกอินเตอร์











