ตามที่วันนี้ (19 ม.ค.2569) ปรากฏเป็นข่าวในสื่อต่างๆ ทั้งโทรทัศน์ ออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย ที่มีการให้สัมภาษณ์เรื่องขบวนการและบุคคลที่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือชาวจีนผู้ต้องหาแก๊งคอลเซนเตอร์ออกจากประเทศ โดยช่วงหนึ่งได้กล่าวอ้างว่า มีผู้พิพากษาศาลอาญาเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ และอ้างว่าใช้ชั้น 11 ของศาลเป็นที่รับงานเจรจาเรื่องเงินการวิ่งเต้นประกันตัวนั้น
วันเดียวกันนี้ นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวชี้แจงว่า ในศาลอาญามีระบบการสั่งประกันและการตรวจสอบดุลพินิจในการสั่งประกันอย่างรัดกุม แม้การกล่าวอ้างในลักษณะเช่นนี้ยังไม่ปรากฏข้อมูลที่ชัดเจนแต่ศาลยุติธรรมพร้อมที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงและทำให้ทุกอย่างกระจ่างขัด ที่ผ่านมาคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีการดำเนินการในขั้นของการสอบข้อเท็จจริงและสอบวินัยอย่างโปร่งใส ชัดเจนและเด็ดขาดเสมอ หากพบว่าบุคลากรมีส่วนในการกระทำผิดก็ไม่เคยลังเลที่จะลงโทษ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือองค์กรและความถูกต้องได้
อีกทั้งคนเมื่อมาแล้วก็ไป แต่องค์กรและศรัทธาของประชาชนจะต้องคงอยู่ กระบวนการยุติธรรมจึงจะเดินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามหากไม่พบการกระทำผิดก็พร้อมจะให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่กับผู้ถูกกล่าวหาและบุคคลนั้นย่อมสามารถใช้กฎหมายในการปกป้องสิทธิของตนได้เช่นกัน
"อัจฉริยะ" ร้องทุกข์กล่าวโทษ "ขบวนการ" ช่วยผู้ต้องกักชาวจีนหลบหนี
ไล่ออกจากราชการแล้ว 1 นาย "ร.ต.อ." เอี่ยวช่วยผู้ต้องกักชาวจีน
"อัจฉริยะ" ร้อง ก.ร.ตร.สอบตำรวจ ปมช่วยผู้ต้องกักชาวจีนหนี
ตม.ชี้แจงกรณีปล่อยผู้ต้องกักชาวจีน เหตุมีเอกสารขอรับตัวครบถ้วน
"อัจฉริยะ" เปิดหลักฐานขบวนการปล่อยผู้ต้องกักชาวจีนคดีสแกมเมอร์











