ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ตำรวจเตรียมออกหมายเรียก "ทนายแก้ว" รับทราบข้อหาอนาจารหญิง 18 ปี

สังคม
08:54
935
ตำรวจเตรียมออกหมายเรียก "ทนายแก้ว" รับทราบข้อหาอนาจารหญิง 18 ปี
สน.วังทองหลาง เตรียมออกหมายเรียก "ทนายแก้ว" รับทราบข้อกล่าวหาอนาจาร หลังผู้เสียหายเข้าให้ข้อมูล ตร.ขอชาวเน็ตใช้วิจารณญาณ ด้านพ่อผู้เสียหายโพสต์ยืนยันไม่ได้ตบทรัพย์ ไม่รับเงินใด ๆ ขอสังคมหยุดทำร้ายครอบครัว ขณะที่สภาทนายความยันจะสอบมรรยาทอย่างโปร่งใส

วันนี้ (25 ม.ค.2569) คดีที่นายมนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือทนายแก้ว ถูกกล่าวหาว่าทำอนาจาร ยังคงสร้างความแตกแยกในสังคมอย่างหนัก โดยชาวเน็ตแบ่งเป็น 2 ฝ่ายชัดเจน ล่าสุด พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าว่า ผู้เสียหายได้เข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง เรียบร้อยแล้ว โดยจัดพนักงานสอบสวนหญิงตามที่ผู้ปกครองและผู้เสียหายร้องขอ

เจ้าหน้าที่กำลังรอยืนยันวันเวลาที่แน่นอนเพื่อออกหมายเรียกนายมนต์ชัยมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยย้ำว่าคดีต้องดำเนินการตามหลักฐานและให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังฝากเตือนประชาชนที่แสดงความเห็นหรือโพสต์ในโซเชียลมีเดียให้ระมัดระวัง ไม่ให้กระทบต่อบุคคลอื่นจนเกิดความเสียหาย การแชร์หรือแสดงความเห็นโดยขาดวิจารณญาณอาจนำไปสู่การถูกดำเนินคดีได้ จึงขอให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็นภายใต้กรอบกฎหมายและไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น

ด้านพ่อของผู้เสียหาย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึง 7 ประเด็นหลัก โดยยืนยันว่าลูกสาวถูกกระทำอนาจารตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ย.2568 แต่ครอบครัวเพิ่งทราบเรื่องในเดือน ธ.ค.2568 ยืนยันชัดเจนว่าไม่ได้รับเงินค่าเสียหายหรือค่าตอบแทนใด ๆ แม้แต่บาทเดียว คดีความยังไม่มีการตัดสิน ยังไม่รู้ว่าฝ่ายใดถูกผิด แต่ครอบครัวกลับถูกขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีต นำมาโพสต์สร้างยอดวิว จนตนและลูกสาวกลายเป็นจำเลยในสายตาสังคม ถูกกล่าวหาว่าเป็นนักตบทรัพย์ และลูกสาวจากผู้เสียหายกลายเป็นเด็กที่วางแผนเรื่องนี้ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง

พ่อระบุว่ายิ่งปกป้องลูกยิ่งเจ็บปวด และขอร้องให้สังคมหยุดทำร้ายครอบครัว พร้อมขอที่ยืนในสังคมให้ลูกสาว

ส่วนนายมนต์ชัย หรือทนายแก้ว หลังแถลงข่าวเมื่อวันที่ 23 ม.ค.2569 ยังไม่มีเคลื่อนไหวเพิ่มเติม ล่าสุดเพียงโพสต์ข้อความยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการอำนวยการต่อนายกสภาทนายความ

นายธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ ได้โพสต์ชี้แจงถึงกระบวนการ โดยระบุว่าสภาทนายความสามารถแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงได้เอง แม้ไม่มีผู้ร้องเรียน หากพบพฤติกรรมไม่เหมาะสม เมื่อสอบสวนเสร็จจะแจ้งผลและคำสั่งลงโทษต่อศาลยุติธรรมและเนติบัณฑิตยสภา บทลงโทษมี 3 ระดับ ได้แก่

  1. ภาคทัณฑ์
  2. ห้ามปฏิบัติหน้าที่ทนายความไม่เกิน 3 ปี
  3. ลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความ

ยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดจะโปร่งใส เป็นธรรม และไม่เข้าข้างฝ่ายใด ไม่ว่าจะมีสถานะหรือบทบาทใดในสังคมหรือวิชาชีพ

อ่านข่าวอื่น :

"สมุทรปราการ" หนุน "เท้ง" นั่งนายกฯ "นิด้าโพล" ระบุคนจะเลือก "พรรคประชาชน" ทั้งสองใบ

เจ้าของบ้านหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม อุบัติเหตุเครนยกบ้านน็อกดาวน์ตก

"นพ.ยง" เปิดที่มา "นิปาห์" ไวรัสระบาดอินเดีย ยังไม่พบในไทย