ผู้เสียหาย "ออมทอง" รวมตัวแจ้งกองปราบฯ หลังคดีไม่คืบ

อาชญากรรม
12:33
จำนวนผู้ชม 12,390
ผู้เสียหาย "ออมทอง" รวมตัวแจ้งกองปราบฯ หลังคดีไม่คืบ
Botnoi Voice
ผู้เสียหายคดีถูกหลอกออมทองกว่า 20 คน ร่วมกันเดินทางไปร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปราม ให้ช่วยดำเนินคดีกับมิจฉาชีพ พร้อมนำหลักฐาน ทั้งสลิปการโอนเงิน และใบแจ้งความ หลังเคยเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่ต่างๆ แล้ว คดีไม่มีความคืบหน้า

วันนี้ (25 ม.ค.2569) กลุ่มผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพหลอกออมทอง ผ่าน Facebook กว่า 20 คน ร่วมกันเดินทางไปร้องทุกข์ ที่กองบังคับการปราบปราม ให้ช่วยดำเนินคดี หลังเคยเข้าแจ้งความที่สถานที่ตำรวจท้องที่แล้วหลายแห่ง แต่คดียังไม่คืบ โดย น.ส.บัวไข ทุมแสน ตัวแทนผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตัวเองรู้จักกับเพจดังกล่าวในช่วงเดือน มิ.ย.2568 โดยรู้จักผ่านเพื่อนที่เคย ซื้อทองแล้วได้จริง ซึ่งทางมิจฉาชีพได้คิดราคาเซ็ตทองคำ 1 บาทและจี้พระในราคาประมาณ 49,900 บาท ซึ่งในขณะนั้นราคาทองมีมูลค่าประมาณกว่า 50,000 บาท

สำหรับการจ่ายเงินจะเป็นลักษณะผ่อนจ่ายครั้งละ 2,000 - 3,000 บาทแล้วแต่งวด โดยหากสามารถโปะได้เร็วก็จะได้ทองเร็ว ซึ่งตัวเองใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือนก็ส่งจนหมดและในครั้งนั้นก็มีทองมาส่งถึงบ้านจริง พร้อมใบรับประกัน ที่มีชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ของร้านทอง ประกอบกับเมื่อไปพิสูจน์ทองที่ได้รับมาก็พบว่าเป็นทองจริงสามารถขายต่อได้ทำให้เกิดความเชื่อมั่น

เมื่อร้านทองทักมาให้ซื้อทองต่อ โดยเสนอว่าจะให้ราคาถูกกว่าคือ 40,000 บาทแต่มีเงื่อนไขคือ จะต้องโอนเป็นเงินสดทันทีตัวเองจึงสนใจเนื่องจากขณะนั้นราคาทองมีมูลค่าประมาณกว่า 50,000 บาท เมื่อโอนเสร็จทางร้านก็ได้พยายามเสนอขายทองอีก 2 สลึงโดยอ้างว่าเพื่อให้จัดส่งพร้อมกันตัวเองจึงโอนไปอีกรวมมูลค่าประมาณ 70,000 บาท

กระทั่งเมื่อถึงเวลาที่ต้องได้รับของทางร้านพยายามบ่ายเบี่ยงอ้างว่าเงินติดล็อกบัญชีม้าและลูกป่วย กระทั่งเวลาผ่านไปนานจึงทำให้รู้ตัวว่าถูกหลอก หลังรู้ตัวจึงได้ พยายามตั้งกลุ่มเพื่อสอบถามหาผู้เสียหายกระทั่งพบว่ามีผู้เสียหายถูกหลอกเหมือนกับตัวเองประมาณกว่า 20 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่ทำงานในต่างประเทศ เช่น ไต้หวันและอิสราเอล รวมมูลค่าความเสียหายค่ากว่า 1,500,000 บาท เมื่อรวบรวมผู้เสียหายได้แล้ว ตัวเองจึงเป็นตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายเดินทางกลับจากประเทศอิสราเอล มาแจ้งความมิจฉาชีพที่สถานีตำรวจภูธรปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2568

แต่พบว่าคดีความไม่คืบหน้าจึงเดินทางมาแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อเอาผิดกับมิจฉาชีพในข้อหาฉ้อโกงประชาชน เพราะหลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุมีพฤติการณ์ข่มขู่คุกคามปิดกั้นไม่ให้แสดงความคิดเห็น และขู่ว่าจะฟ้องกลับในข้อหาทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง อีกทั้งยังข่มขู่ว่า หากผู้เสียหายเดินทางกลับเข้าประเทศก็จะถูกตำรวจจับ

ขณะที่ น.ส.อนุสรา พวงสร้อย ผู้เสียหายอีกคน ระบุว่า ตัวเองรู้จักกับร้านทองแห่งนี้ผ่านเพจ Facebook โดยคำแนะนำของเพื่อนซึ่งเคยออมทองแล้วได้จริง ตัวเองจึงตัดสินใจลงทุนออมทอง เป็นแพ็กเกจ 2 บาท โดยรูปแบบการผ่อนส่ง จะต้องชำระเป็นรายเดือน เดือนละ 5,399 บาท รวมระยะเวลา 15 งวด

เริ่มชำระงวดแรกเดือน เม.ย.2567 เมื่อชำระในช่วงเดือน พ.ค.2568 ก็พยายามทวงถาม เพื่อขอรับทองแต่ทางร้านก็บ่ายเบี่ยงจนถึงช่วงเดือน ธ.ค.2568 จึงตัดสินใจเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.พานทอง จ.ชลบุรี เพราะได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากเนื่องจากต้องนำเงินเก็บที่ได้จากการประกอบอาชีพมาใช้ซื้อทองคำดังกล่าวแต่กลับพบว่าไม่ได้จริง

น.ส.นุสรา ยังระบุว่า ทางบ้านเคยเดินทางไปตามที่อยู่ซึ่งปรากฏในใบรับประกันขายทองที่ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ก็พบว่าไม่มีร้านทองอยู่จริงแต่กลับเป็นเพียงร้านรับซื้อของเก่าและบ้านน็อกดาวน์ 1 หลัง อีกทั้งเมื่อตำรวจตรวจสอบข้อมูลก็ไม่พบว่ามีร้านทองอยู่ในที่อยู่ตามที่ปรากฏ ตัวเองจึงอยากเข้าแจ้งความเพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพหลอกคนอื่นอีกเนื่องจากขณะนี้มิจฉาชีพก็ยังคงหลอกลวงผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ปิดเพจหนี แต่ใช้วิธีการข่มขู่ผู้เสียหายที่ถูกหลอก และปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น

ทั้งนี้ หลังแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามพนักงานสอบสวน แจ้งกับกลุ่มกับผู้เสียหายว่าไม่สามารถรับคดีดังกล่าวได้เพราะจะเป็นการรับคดีซ้อนโดยขอให้กลุ่มผู้เสียหายกลับไป ติดตามความคืบหน้าของคดีที่สถานีตำรวจท้องที่ที่ผู้เสียหายเคยแจ้งความไว้

อ่านข่าว

ประกันสังคมแจง จ่าย 875 บาทแล้วได้สิทธิอะไรบ้าง

เปิดบริการอีกครั้ง รถไฟสายอีสานผ่าน อ.สีคิ้ว หลังซ่อมรางเหตุเครนถล่ม

เจ้าของบ้านหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม อุบัติเหตุเครนยกบ้านน็อกดาวน์ตก