ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ผู้เสียหาย "ออมทอง" รวมตัวแจ้งกองปราบฯ หลังคดีไม่คืบ

อาชญากรรม
12:33
645
ผู้เสียหาย "ออมทอง" รวมตัวแจ้งกองปราบฯ หลังคดีไม่คืบ
ผู้เสียหายคดีถูกหลอกออมทองกว่า 20 คน ร่วมกันเดินทางไปร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปราม ให้ช่วยดำเนินคดีกับมิจฉาชีพ พร้อมนำหลักฐาน ทั้งสลิปการโอนเงิน และใบแจ้งความ หลังเคยเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่ต่างๆ แล้ว คดีไม่มีความคืบหน้า

วันนี้ (25 ม.ค.2569) กลุ่มผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพหลอกออมทอง ผ่าน Facebook กว่า 20 คน ร่วมกันเดินทางไปร้องทุกข์ ที่กองบังคับการปราบปราม ให้ช่วยดำเนินคดี หลังเคยเข้าแจ้งความที่สถานที่ตำรวจท้องที่แล้วหลายแห่ง แต่คดียังไม่คืบ โดย น.ส.บัวไข ทุมแสน ตัวแทนผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตัวเองรู้จักกับเพจดังกล่าวในช่วงเดือน มิ.ย.2568 โดยรู้จักผ่านเพื่อนที่เคย ซื้อทองแล้วได้จริง ซึ่งทางมิจฉาชีพได้คิดราคาเซ็ตทองคำ 1 บาทและจี้พระในราคาประมาณ 49,900 บาท ซึ่งในขณะนั้นราคาทองมีมูลค่าประมาณกว่า 50,000 บาท

สำหรับการจ่ายเงินจะเป็นลักษณะผ่อนจ่ายครั้งละ 2,000 - 3,000 บาทแล้วแต่งวด โดยหากสามารถโปะได้เร็วก็จะได้ทองเร็ว ซึ่งตัวเองใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือนก็ส่งจนหมดและในครั้งนั้นก็มีทองมาส่งถึงบ้านจริง พร้อมใบรับประกัน ที่มีชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ของร้านทอง ประกอบกับเมื่อไปพิสูจน์ทองที่ได้รับมาก็พบว่าเป็นทองจริงสามารถขายต่อได้ทำให้เกิดความเชื่อมั่น

เมื่อร้านทองทักมาให้ซื้อทองต่อ โดยเสนอว่าจะให้ราคาถูกกว่าคือ 40,000 บาทแต่มีเงื่อนไขคือ จะต้องโอนเป็นเงินสดทันทีตัวเองจึงสนใจเนื่องจากขณะนั้นราคาทองมีมูลค่าประมาณกว่า 50,000 บาท เมื่อโอนเสร็จทางร้านก็ได้พยายามเสนอขายทองอีก 2 สลึงโดยอ้างว่าเพื่อให้จัดส่งพร้อมกันตัวเองจึงโอนไปอีกรวมมูลค่าประมาณ 70,000 บาท

กระทั่งเมื่อถึงเวลาที่ต้องได้รับของทางร้านพยายามบ่ายเบี่ยงอ้างว่าเงินติดล็อกบัญชีม้าและลูกป่วย กระทั่งเวลาผ่านไปนานจึงทำให้รู้ตัวว่าถูกหลอก หลังรู้ตัวจึงได้ พยายามตั้งกลุ่มเพื่อสอบถามหาผู้เสียหายกระทั่งพบว่ามีผู้เสียหายถูกหลอกเหมือนกับตัวเองประมาณกว่า 20 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่ทำงานในต่างประเทศ เช่น ไต้หวันและอิสราเอล รวมมูลค่าความเสียหายค่ากว่า 1,500,000 บาท เมื่อรวบรวมผู้เสียหายได้แล้ว ตัวเองจึงเป็นตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายเดินทางกลับจากประเทศอิสราเอล มาแจ้งความมิจฉาชีพที่สถานีตำรวจภูธรปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2568

แต่พบว่าคดีความไม่คืบหน้าจึงเดินทางมาแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อเอาผิดกับมิจฉาชีพในข้อหาฉ้อโกงประชาชน เพราะหลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุมีพฤติการณ์ข่มขู่คุกคามปิดกั้นไม่ให้แสดงความคิดเห็น และขู่ว่าจะฟ้องกลับในข้อหาทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง อีกทั้งยังข่มขู่ว่า หากผู้เสียหายเดินทางกลับเข้าประเทศก็จะถูกตำรวจจับ

ขณะที่ น.ส.อนุสรา พวงสร้อย ผู้เสียหายอีกคน ระบุว่า ตัวเองรู้จักกับร้านทองแห่งนี้ผ่านเพจ Facebook โดยคำแนะนำของเพื่อนซึ่งเคยออมทองแล้วได้จริง ตัวเองจึงตัดสินใจลงทุนออมทอง เป็นแพ็กเกจ 2 บาท โดยรูปแบบการผ่อนส่ง จะต้องชำระเป็นรายเดือน เดือนละ 5,399 บาท รวมระยะเวลา 15 งวด

เริ่มชำระงวดแรกเดือน เม.ย.2567 เมื่อชำระในช่วงเดือน พ.ค.2568 ก็พยายามทวงถาม เพื่อขอรับทองแต่ทางร้านก็บ่ายเบี่ยงจนถึงช่วงเดือน ธ.ค.2568 จึงตัดสินใจเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.พานทอง จ.ชลบุรี เพราะได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากเนื่องจากต้องนำเงินเก็บที่ได้จากการประกอบอาชีพมาใช้ซื้อทองคำดังกล่าวแต่กลับพบว่าไม่ได้จริง

น.ส.นุสรา ยังระบุว่า ทางบ้านเคยเดินทางไปตามที่อยู่ซึ่งปรากฏในใบรับประกันขายทองที่ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ก็พบว่าไม่มีร้านทองอยู่จริงแต่กลับเป็นเพียงร้านรับซื้อของเก่าและบ้านน็อกดาวน์ 1 หลัง อีกทั้งเมื่อตำรวจตรวจสอบข้อมูลก็ไม่พบว่ามีร้านทองอยู่ในที่อยู่ตามที่ปรากฏ ตัวเองจึงอยากเข้าแจ้งความเพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพหลอกคนอื่นอีกเนื่องจากขณะนี้มิจฉาชีพก็ยังคงหลอกลวงผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ปิดเพจหนี แต่ใช้วิธีการข่มขู่ผู้เสียหายที่ถูกหลอก และปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น

ทั้งนี้ หลังแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามพนักงานสอบสวน แจ้งกับกลุ่มกับผู้เสียหายว่าไม่สามารถรับคดีดังกล่าวได้เพราะจะเป็นการรับคดีซ้อนโดยขอให้กลุ่มผู้เสียหายกลับไป ติดตามความคืบหน้าของคดีที่สถานีตำรวจท้องที่ที่ผู้เสียหายเคยแจ้งความไว้

อ่านข่าว

ประกันสังคมแจง จ่าย 875 บาทแล้วได้สิทธิอะไรบ้าง

เปิดบริการอีกครั้ง รถไฟสายอีสานผ่าน อ.สีคิ้ว หลังซ่อมรางเหตุเครนถล่ม

เจ้าของบ้านหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม อุบัติเหตุเครนยกบ้านน็อกดาวน์ตก