วันนี้ (12 ก.ค.2569) ทีมผู้เชี่ยวชาญ และวิศวกร บริษัทผู้รับจ้าง ยังคงใช้เครื่องจักรที่มีกว่า 5 เครื่อง เร่งฉีดสารเคมีและปูนซีเมนต์ลงไปในชั้นใต้ดิน เพื่อสร้างความแข็งแรง โดยมีการอัดสารเคมีเพิ่มขึ้นจากเดิม 206 ลูกบาศก์เมตร เป็น 311 ลูกบาศก์เมตร เพื่อให้ดินมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น
ส่วนสถานการณ์น้ำภายในอุโมงค์ พบว่ายังมีปริมาณน้ำสูง แต่การไหลเข้าของน้ำที่รั่วซึมเริ่มคงที่ โดยอยู่ที่ประมาณ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ถือเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงแรก
ทั้งนี้ภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์ ว่าที่ ร.ต.เดชาธร แสงอำนาจ ผู้อำนวยการเขตธนบุรี ระบุถึงความคืบหน้าว่า ยังไม่พบการทรุดตัวเพิ่มเติมของพื้นผิวถนน และอาคารในพื้นที่ ส่วนฝนที่ตกในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อระบบระบายน้ำบนผิวทางเท่านั้น แต่ไม่มีผลกระทบต่อระดับน้ำใต้ดินในบริเวณจุดเกิดเหตุ
ขณะที่การเยียวยา และการดูแลผู้พักอาศัยที่ได้รับผลกระทบ ข้อมูลจากการสำรวจล่าสุด มีทั้งหมด 144 ห้อง แบ่งเป็นย้ายเข้าพักในสถานที่ที่บริษัทผู้รับจ้างจัดเตรียมไว้ให้ 81 ห้อง ย้ายไปพักกับบ้านญาติหรือเพื่อน 30 ห้อง ดำเนินการเช่าที่พักเอง 8 ห้อง ยังไม่สามารถติดต่อผู้พักอาศัยได้ 21 ห้อง และยังคงอยู่ในอาคาร อีก 4 ห้อง ซึ่งทางเขตธนบุรีกำลังเร่งเจรจาให้ย้ายออก
ทีมข่าวพูดคุยกับ นายสมพงษ์ ระบุว่า เพิ่งเดินทางมาจาก อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ พาหลานสาว และน้องสาวกลับเข้ามาพักอาศัยที่เดิม ทั้งนี้ยังมีความกังวล และเตรียมพร้อมหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ก็จะมารับทั้งคู่ไปอาศัยอยู่ด้วย จนกว่าสถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติ
ทั้งนี้จากการประเมินสถานการณ์ คาดว่าอาจใช้เวลาประมาณ 12 วัน สำหรับการให้ประชาชนกลับมาพักอาศัยตามปกติ และเปิดเส้นทางจราจรถนนประชาธิปก แต่ต้องรอการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความมั่นใจในความปลอดภัยก่อน
อ่านข่าว :
"สิริพงศ์" เผยเหตุน้ำรั่วอุโมงค์สายสีม่วงใต้ พบรอยแยกตึกลดลง
จนท.ติดตั้งเพิ่มเซนเซอร์บริเวณอุโมงค์รถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ ยังไม่พบทรุดตัวเพิ่ม
"สิริพงศ์" ยันไม่พบอาคารทรุดเพิ่ม คาด 7-12 วันอุดรอยรั่วอุโมงค์รถไฟฟ้าสำเร็จ










