วันนี้ (27 ส.ค.2569) รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟชบุ๊ก วิเคราะห์เหตุการณ์เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่มครั้งใหญ่ในเนปาล โดยระบุว่า การแตกของ Glacier lake ที่อาจจะรวมกับ Landslide lake ด้านล่าง จาก Ice-rock avalanche หรือการยุบตัวของธารน้ำแข็งอย่างฉับพลัน
สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
กรณีน้ำหลากขนาดใหญ่ที่เกิดที่ทิเบต-เนปาล
1. ดูจากลักษณะมวลน้ำ ปริมาณน้ำ โดยเฉพาะ มวลน้ำระลอกแรกที่สูง เป็นมวลใหญ่ แรงและเร็ว ลักษณะไม่เหมือนน้ำป่าไหลหลากทั่วไป
2. ลักษณะการไหลของน้ำเหมือนเขื่อนแตก
3. แต่ถ้าไม่มีเขื่อนที่ไหนแตก ที่เป็นไปได้คือการแตกของเขื่อนหรือทะเลสาบธรรมชาติหรือการถล่มของธารน้ำแข็ง หรือที่แย่ที่สุดคือทั้งหมดประกอบกัน
4. Landslide dam คือ เขื่อนธรรมชาติที่เกิดจากการถล่มของภูเขาจากฝนตกหนักหรือจากแผ่นดินไหว โดยถล่มลงมาปิดร่องเขาตัว V และมีลำน้ำไหลอยู่ ในกรณีนี้เนื่องจากภูเขาด้านบนเป็นธารน้ำแข็งสูงชันจึงเป็นไปได้ว่าเกิดการถล่มลงมาขวางร่องเขาที่อยู่ใต้ธารน้ำแข็ง โดยมวลดินที่ถล่มนี้จะเป็นส่วนผสมของ ดิน หิน น้ำ และน้ำแข็ง
5. มวลดินถล่มไหลลงมาปิดกั้นลำน้ำ กลายเป็นเขื่อนธรรมชาติที่เรียกว่า "Landslide Dam"
6. น้ำในลำธารที่เคยไหลได้ปกติก็ถูก Block และเริ่มสะสมตัว กลายเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ (Landslide lake) กรณีที่เขื่อนนี้อยู่ด้านล่างของธารน้ำแข็ง ก็จะรับน้ำที่ละลายลงมาจากธารน้ำแข็ง สะสมตัวกลายเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Glacier lake หรือทะเลสาบธารน้ำแข็ง
7. แต่เขื่อนธรรมชาติที่เกิดจากดินถล่มนี้ ไม่มีความแข็งแรงเหมือนเขื่อนทางวิศวกรรมที่สร้างโดยมนุษย์ ไม่มีระบบกรอง ไม่ได้บดอัด ไม่มีอาคารระบายน้ำล้น
8. Landslide dam นี้เมื่อสะสมน้ำเป็นปริมาณมากอาจจะเริ่มล้น หรือ รั่ว เกิดพฤติกรรมเหมือนเขื่อนแตก ไม่มีการเตือนได้ล่วงหน้า และอาจจะอยู่บนภูเขาที่ห่างไกล สูง ที่สำคัญคือ อาจจะไม่ได้มีตำแหน่งเดียว แต่อาจจะมีหลาย ๆ เขื่อนแบบนี้ตามแนวร่องเขาเดียวกัน
9. เมื่อ Landslide dam แตก จะปล่อยมวลน้ำที่สะสมมหาศาลออกมา และในหลายกรณีคือแตกแบบพัดพาทั้งมวลที่ขวางอยู่ออกไป ทำให้เกิดมวลน้ำขนาดใหญ่ สูง พลังงานมากเพราะไหลจากที่สูง ลงมาทำลายล้างทุกสิ่ง หรืออาจจะเกิดการพิบัติต่อเนื่องสะสมของเขื่อนธรรมชาตินี้หลาย ๆ ตัวตามแนวลำน้ำเดียวกันสะสมเป็นมวลน้ำใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ (Cascade failure)
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ 13 ข้อ มวลน้ำมหาศาลทะลัก "ทิเบต-เนปาล"
10. ปัจจัยกระตุ้นอีกประการที่เป็นไปได้คือการเกิดการถล่มอย่างฉับพลันของธารน้ำแข็ง (Glacier) หรือ มวลหินธารน้ำแข็ง (ice-rock avalanche) ไหลลงมาใน Landslide lake หรือ Glacier lake นี้ ทำให้เกิดคลื่นมวลน้ำขนาดใหญ่ไหลข้ามและพังทลาย Landslide dam นี้ ปลดปล่อยมวลน้ำในทะเลสาบธารน้ำแข็งให้ทะลักออกมา (Glacier lake outburst flood, GLOF)
11. เนื่องจากการพิบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นเกิดในระดับความสูงที่สูงมาก ดังนั้นการไหลลงมาของน้ำก็จะเพิ่มความเร็ว แรง มาก ๆ ยิ่งขึ้นเมื่อลงมาในพื้นที่ด้านล่าง
12. ปกติแล้วในพื้นที่ภูเขาเช่นนี้ เมื่อเกิด Landslide dam จากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ จะต้องไประเบิด ไป Clear ไม่ให้มีการสะสมของน้ำจนกลายเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ แต่ถ้าอยู่สูงมาก ๆ ก็ลำบากที่จะไปดำเนินการ
13. การแตกของ Landslide dam หรือ landslide lake จะเกิดตอนไหนก็ได้ แม้กระทั่งวันที่แดดจ้า ฝนไม่ตก จึงเรียกการพิบัติแบบนี้ว่า "Sunny day failure"
อ่านข่าว :
น้ำป่าถล่มชายแดนเนปาล-จีน คร่าแล้ว 17 ชีวิต สูญหายอีกหลายร้อย
เสียชีวิตเพิ่มเป็น 157 คน ดินถล่ม-น้ำทะลักท่วม "เนปาล-ทิเบต"
