วันนี้ (28 ม.ค.2569) เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครนายก สกัดเพลิงไหม้บริเวณทุ่งนาและพื้นที่ป่าในเขต ต.ท่าเรือ อ.ปากพลี จ.นครนายก จนลุกลามสร้างความเสียหายมากกว่า 13,000 ไร่ ในพื้นที่เกษตรกรรม ทุ่งหญ้าและแนวป่าใกล้ชุมชนหลายแห่ง โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทหารและอาสาสมัคร ระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาจนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุเกิดจากการลักลอบเผาตอซังข้าวและวัสดุทางการเกษตร เพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก ก่อนที่จะควบคุมไฟไม่ได้และลุกลามเป็นวงกว้าง
กลุ่มควันจากเหตุเพลิงไหม้ปกคลุมพื้นที่ อ.ปากพลี และอำเภอใกล้เคียง ทำให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เพิ่มสูงขึ้น วัดได้สูงสุดเช้าวันนี้ที่ อ.องครักษ์ อยู่ที่ 198 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคระบบทางเดินหายใจ
ชาวบ้านในพื้นที่หลายหมู่บ้านให้ข้อมูลว่า มีกลิ่นควันและหมอกควันหนาแน่นตลอดคืน บางครัวเรือนต้องปิดบ้านเพื่อลดผลกระทบจากควันไฟ นอกจากนี้กลุ่มควันยังส่งผลกระทบต่อพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงอย่าง จ.ปทุมธานี สมุทรปราการ รวมถึงกรุงเทพมหานคร
นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ได้สั่งการให้ ผกก.สภ.ปากพลี เร่งติดตามตัวผู้ลักลอบเผานา ซึ่งเป็นต้นเหตุของไฟไหม้ในครั้งนี้ พร้อมกำชับให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เนื่องจากเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือประชาชนงดเผาในที่โล่งทุกกรณีและช่วยแจ้งเบาะแสผู้ต้องสงสัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
อ่านข่าว
ค่าฝุ่นสีแดง 4 เขต กทม. สาเหตุหลักอากาศปิด-เผาในจังหวัดใกล้เคียง 1.3 หมื่นไร่
อัปเดตสวัสดิการแห่งรัฐ เดือน ก.พ.2569 วงเงิน-จ่ายอะไรบ้าง
ไฟไหม้ร้านรับซื้อของเก่า สมุทรปราการ จนท.เร่งควบคุมเพลิง











