ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

DSI เผยปิดแฟ้มแล้ว 3,325 คดี ระงับเสียหาย 7.3 แสนล้านบาท

อาชญากรรม
11:48
548
DSI เผยปิดแฟ้มแล้ว 3,325 คดี ระงับเสียหาย 7.3 แสนล้านบาท
DSI เผยสถิติคดีปิดแฟ้มแล้ว 3,325 คดี ระงับความเสียหายกว่า 739,000 ล้านบาท ทั้งคดีดัง "โกงหุ้น STARK - ดิไอคอนกรุ๊ป - ลุงเปี๊ยกถูกคลุมถุงดำ ส่วนคดียาเสพติดยึดไอซ์ 2,399 กก.บนเรือกลางน่านน้ำทะเล

วันนี้ (28 ม.ค.2569) กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ รายงานว่า ผลงานคดีที่ผ่านมาของดีเอสไอ ประกอบด้วย คดีด้านอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ดำเนินการเสร็จสิ้น 1,198 คดี มูลค่าความเสียหาย 538,000 ล้านบาท คดีด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศและทรัพย์สินทางปัญญา ดำเนินการเสร็จสิ้น 580 คดี มูลค่าความเสียหายที่ระงับได้กว่า 19,000 ล้านบาท คดีด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการเสร็จสิ้น 473 คดี มูลค่าความเสียหายที่ระงับได้ 44,000 ล้านบาท และคดีด้านอาชญากรรมระหว่างประเทศและอาชญากรรมพิเศษ ดำเนินการเสร็จสิ้น 1,074 คดี มูลค่าความเสียหายที่ระงับได้ 137,000 ล้านบาท รวมดำเนินการทั้งสิ้น 3,325 คดี มูลค่าความเสียหายที่ระงับได้กว่า 739,000 ล้านบาท

กรมสอบสวนคดีพิเศษ รายงานอีกว่า สำหรับการดำเนินคดีกรณีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวก กระทำความผิดฐานกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยดีเอสไอได้ดำเนินการอายัดทรัพย์สิน เช่น อายัดที่ดิน 68 ไร่ เนื่องจากเชื่อว่าเป็นการเตรียมสำหรับขยายกิจการดิไอคอนกรุ๊ป มูลค่าหลายร้อยล้านบาท และยังมีอาคารและที่ดินในคดีฟอกเงิน มูลค่ากว่า 747 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีคดีกรณีการทุจริตในบริษัท สตาร์ค คอรเปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พบว่า บริษัทมีการทำบัญชีไม่ถูกต้อง ตกแต่งงบการเงิน และเปิดเผยข้อมูลหุ้นกู้อันเป็นเท็จ อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ความเสียหายมูลค่ารวมกว่า 14,000 ล้านบาท

กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีหุ้นสตาร์ค จำนวน 11 ราย รวมทั้งได้นำส่งทรัพย์สินที่ได้มาจากการยึดและอายัดไปยังสำนักงาน ปปง.เพื่อดำเนินการทางทรัพย์สินต่อไป

กรมสอบสวนคดีพิเศษ รายงานด้วยว่า ยังได้มีการดำเนินคดีกรณีนักธุรกิจจัดตั้งบริษัทโดยใช้ให้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนในพื้นที่ จ.ภูเก็ต โดยคณะพนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา ซึ่งเป็นนิติบุคคลและบุคคลธรรมดารวมทั้งสิ้น 8 ราย ตาม พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542

นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการสอบสวนกรณีกลุ่มบุคคลชาวไทยร่วมกับชาวต่างชาติเป็นตัวการรายใหญ่ในการจัดหาบัญชีม้าจากทั่วประเทศส่งให้กับกลุ่มองค์กรอาชญากรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีการร่วมกันยักย้ายเงินของผู้เสียหายจากบัญชีม้าออกไปเข้าข่ายลักษณะการฟอกเงิน และยังพบความเชื่อมโยงกับบัญชีม้ากว่า 1,000 บัญชี เงินหมุนเวียนกว่า 1,200 ล้านบาท

ส่วนกรณีเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติสมรสกับหญิงไทย และแฝงตัวเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ตั้งบริษัทบังหน้ากว่า 100 แห่ง สร้างเว็บไซต์ออนไลน์หลอกลวงกว่า 2,000 เว็บไซต์ และใช้บัญชีม้ากว่า 500 บัญชี เพื่อฟอกเงิน เสียหายรวมกว่า 2,000 ล้านบาท นำไปสู่การเปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 11 จุดใน 5 จังหวัด และสามารถจับกุมผู้ต้องหาและยึดทรัพย์ได้จำนวนหลายรายการ

ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ประสานไปยังสถานทูตต่างประเทศ เพื่อติดตามผู้เสียหายใน 47 ประเทศ ให้เข้ามาให้ข้อมูลเพื่อใช้ขยายผล

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุด้วยว่า กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ยังได้มีการสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัท ซินเคอหยวน สตีล จำกัด จ.ระยอง เนื่องจากตรวจพบฝุ่นแดงที่เกิดจากกระบวนการผลิตเหล็กประมาณกว่า 60,000 ตัน ภายในพื้นที่โรงงาน ถือเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535

อย่างไรก็ตาม กรมสอบสวนคดีพิเศษยังได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศุลกากร ได้ร่วมกันปราบปรามการลักลอบนำบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม จนสามารถตรวจค้นการซุกซ่อนบุหรี่ไฟฟ้าปะปนกับสินค้าชนิดอื่นภายในตู้สินค้า จำนวนกว่า 500,000 ชิ้น รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท

ส่วนคดีพิเศษด้านอาชญากรรมระหว่างประเทศและอาชญากรรมพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า สืบเนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค.2568 กรณีตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินพังถล่มระหว่างก่อสร้าง พบการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 รวมทั้งมีการกล่าวโทษเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานของรัฐ กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ ซึ่งอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังได้เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 จำนวน 8 ราย พร้อมของกลางไอซ์ จำนวน 2,399 กิโลกรัม โดยเครือข่ายยาเสพติดมีจุดมุ่งหมายใช้น่านน้ำไทยในการส่งออกไปยังต่างประเทศ คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท บริเวณปากน้ำประแสร์ อ.แกลง จ.ระยอง

ส่วนคดีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 เช่น คดีลุงเปี๊ยก ซึ่งเป็นคดีแรกที่กรมสอบสวนคดีพิเศษรับไว้ทำการสอบสวน และเป็นคดีที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่กฎหมายฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้ได้ 11 เดือน จนสามารถนำไปสู่การนำตัวผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

อ่านข่าว :

ทบ.ยืนยันไม่ขัดขวางการเมือง หลังถูกพาดพิงใช้ IO แทรกแซงกระบวนการทางการเมือง

นักท่องเที่ยวจีนครองอันดับ 1 ใช้จ่ายผ่าน Thai QR -Cross-Border QR Payment หนุนท่องเที่ยวปลายปี

ปลัด สธ.ยันมติปลด "หมอสุภัทร" ปมจัดซื้อ ATK ตามขั้นตอน ไม่มีใบสั่ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง: