ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

"สว.สำรอง" จี้ดีเอสไอเร่งคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน เรียกร้อง 138 สว.ลาออก

การเมือง
13:08
580
"สว.สำรอง" จี้ดีเอสไอเร่งคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน เรียกร้อง 138 สว.ลาออก
คณะ สว.สำรอง ยื่นหนังสือถึงดีเอสไอจี้เร่งรัดคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน ปมได้มาซึ่ง สว.มิชอบ พร้อมตั้งข้อสังเกต กกต.ล่าช้าเกินกรอบเวลาและไม่ชี้แจงต่อสาธารณะ

วันนี้ (28 ม.ค.2569) ตัวแทนสมาชิกวุฒิสภา (สว.) สำรอง นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะแกนนำกลุ่ม สว.สำรอง ยื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อเรียกร้องให้เร่งรัดการดำเนินคดีอาญา กรณีการได้มาซึ่ง สว.โดยมิชอบ

การยื่นหนังสือดังกล่าว มีขึ้นภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยกรณี 92 สว.ยื่นร้องว่านายภูมิธรรม เวชยชัย และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง แทรกแซงการทำงานของดีเอสไอ โดยศาลวินิจฉัยว่าการดำเนินงานของดีเอสไอและคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายและสอดคล้องกับหลักนิติรัฐ

พล.ต.ท.คำรบ เปิดเผยว่า คณะ สว.สำรอง เดินทางมาเพื่อยืนยันและเน้นย้ำให้ดีเอสไอดำเนินคดีอั้งยี่และฟอกเงินอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นคดีพิเศษที่ 24/2568 หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชัดเจนแล้วว่า การดำเนินการของฝ่ายบริหารในคดีนี้ไม่ถือเป็นการแทรกแซง ส่งผลให้กระบวนการสอบสวนทั้งหมดถือว่าชอบด้วยกฎหมาย

สำหรับคดีนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนมากว่า 1 ปี และเกี่ยวพันทั้งอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และดีเอสไอ ซึ่งในทางปฏิบัติกลับพบว่าทั้ง 2 หน่วยงานมีลักษณะต่างฝ่ายต่างรอจนทำให้คดีล่าช้า จึงขอให้เร่งประสานข้อมูลและเร่งดำเนินการ

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงกรณีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งคืนสำนวนคดีฟอกเงิน ที่ดีเอสไอส่งฟ้องผู้ต้องหา 8 คน โดยให้นำไปสอบสวนเพิ่มเติม ทั้งการแจ้งข้อหาอั้งยี่ ซึ่งเป็นข้อหาหลัก การเชื่อมโยงเส้นทางการเงิน และการขยายผลไปยังผู้ต้องหาหรือผู้ถูกกล่าวหาที่อาจมีจำนวนมากกว่านี้ ซึ่งตามข้อเท็จจริงมีผู้เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ไม่ใช่เพียง 8 คนเท่านั้น

พล.ต.ท.คำรบ ระบุอีกว่า คณะ สว.สำรองเห็นว่าแนวทางของพนักงานอัยการเป็นไปอย่างรอบคอบและตรงกับข้อเท็จจริง พร้อมเรียกร้องให้ดีเอสไอดำเนินการตามข้อเสนอแนะของอัยการอย่างครบถ้วน เพื่อให้คดีมีความสมบูรณ์และไม่ถูกมองว่ามีความพยายามทำให้คดีเบาบางลง

ทั้งนี้ ภายหลังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คณะ สว.สำรอง ได้ออกแถลงการณ์ 4 ข้อ ได้แก่

1. เรียกร้องให้ กกต.ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส เป็นธรรมและไม่ล่าช้า ในการวินิจฉัยคดีร้องคัดค้านการได้มาซึ่ง สว.ที่ถูกกล่าวหาว่าไม่สุจริต

2. เรียกร้องให้ดีเอสไอเร่งรัดดำเนินคดีอาญาในคดีพิเศษที่ 24/2568 โดยเฉพาะความผิดฐานอั้งยี่และฟอกเงิน กับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม

3. เรียกร้องให้ สว.ที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับกระบวนการทั้งหมด 138 คน แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองและจริยธรรมด้วยการลาออก

4. จากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ มีเหตุอันควรสงสัยว่าการกระทำของ สว. 92 คนที่เป็นผู้ร้อง อาจอยู่บนพื้นฐานของความไม่ซื่อสัตย์สุจริต และเป็นการใช้กลไกรัฐธรรมนูญเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ อันอาจเข้าข่ายการแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายบริหาร

ส่วนความล่าช้าของ กกต. พล.ต.ท.คำรบ ระบุว่า ความรับผิดชอบหลักอยู่ที่ กกต. โดยเฉพาะขั้นตอนการอนุวินิจฉัย ซึ่งตามระเบียบปกติใช้เวลาประมาณ 90 วัน แต่กรณีสำนวนชุดที่ 26 ซึ่งส่งให้ กกต. ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย.2568 ครบกำหนดตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค.2568 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าและไม่ปรากฏเหตุผลที่ชัดเจนในการขยายเวลา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า กกต.ไม่เคยชี้แจงต่อสาธารณะถึงเหตุผลของความล่าช้า ทั้งที่สามารถอธิบายกรอบระยะเวลาและขั้นตอนให้สังคมรับทราบได้ หากมีความโปร่งใสเพียงพอ

นอกจากนี้ คณะ สว.สำรองยังได้ยื่นฟ้อง กกต.ชุดเก่า 8 คน ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จากกรณีความล่าช้าในการดำเนินการ ซึ่งขณะนี้ศาลมีคำสั่งให้ กกต.ชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมและอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะรับไต่สวนหรือไม่

อ่านข่าว

ทนายอั๋นพาเพจ "แม่แนน น้องสมาร์ท" ทวงถามบรรทัดฐาน กกต.ปมสั่งลบคลิป

ศาลยกฟ้อง ปธ.ศาลปกครองสูงสุด ไม่ผิด ม.157 ปม "บิ๊กโจ๊ก" ฟ้องเเทรกเเซงคดีสั่งให้ออกจากราชการ

ทภ.1 ชี้หากวงเลขาฯ RBC ไทย-กัมพูชาไร้ข้อสรุปจะไม่ลงนามร่วม 29 ม.ค.