ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

บอร์ด รฟท.ยังไม่มีมติบอกเลิกสัญญา "อิตาเลียนไทย"

เศรษฐกิจ
18:39
530
บอร์ด รฟท.ยังไม่มีมติบอกเลิกสัญญา "อิตาเลียนไทย"
บอร์ดการรถไฟฯ ยังไม่มีมติบอกเลิกสัญญา "อิตาเลียนไทย" พร้อมสั่งการให้การรถไฟฯ ไปหารือกับสำนักงานอัยการสูงสุดถึงแนวทางการยกเลิกอย่างรอบคอบให้ได้ข้อสรุปก่อนยกเลิกสัญญา

หลังนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้บอกเลิกสัญญากับ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) จากกรณีอุบัติเหตุเครนถล่มทับรถไฟในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ล่าสุดที่ บอร์ด รฟท. ยังไม่มีมติบอกเลิกสัญญา

วันนี้ (29 ม.ค.2569) การประชุมคณะกรรมการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (บอร์ด รฟท.) มีวาระพิจารณาข้อสรุปการยกเลิกสัญญา กับ ITD โดยนาย นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า เบื้องต้น คณะกรรมการฯ สรุปรายงานว่า บริษัทเอกชนไม่ได้จัดพนักงานดูแลและเฝ้าระวังความปลอดภัย หรือ Safety and lookout man. ซึ่งถูกกำหนดไว้ในเงื่อนไขสัญญา เพื่อให้เกิดความปลอดภัย

ส่วนจะเป็นหนึ่งในมูลเหตุของการบอกเลิกสัญญาได้หรือไม่ บอร์ดได้สั่งการให้พิจารณาการบอกเลิกสัญญาอย่างรอบคอบและรัดกุม เนื่องจากมาตรา 103 แห่ง พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระบุว่า การบอกเลิกสัญญาต้องพิจารณาประโยชน์ของรัฐและประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก

ทำให้วันนี้ ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องการบอกเลิกสัญญา คาดว่า จะสามารถส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาได้ภายในสัปดาหน้า ก่อนเสนอให้บอร์ดพิจารณาอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีหากมีการบอกเลิกสัญญา เอกชนรายเดิมจะเข้าร่วมการประมูลได้หรือไม่ และหากเข้าร่วมประมูลได้ แต่พิจารณาไม่ให้เข้าร่วมจะเข้าข่ายกีดกันเอกชนหรือไม่ นายอนันต์ระบุว่า ต้องให้อัยการสูงสุดและกรมบัญชีกลางพิจารณาประเด็นนี้ก่อน รวมถึงประเด็นแบล็คลิสต์

ขณะเดียวกัน หากสามารถบอกเลิกสัญญาได้ ก็อาจจะกระทบต่อการก่อสร้าง เนื่องจากปัจจุบันภาพรวมการก่อสร้างอยู่ที่ร้อยละ 99 เหลืองานก่อสร้างอีกร้อยละ 5 โดยต้องไปเริ่มกระบวนการใหม่ตั้งแต่แรกคือการทำทีโออาร์ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 14 เดือนอาจจะกระทบต่อการเปิดให้บริการ

ส่วนสาเหตุเครนที่หล่นลงมา ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยขณะนี้ได้สั่งการให้หยุดงานทุกสัญญาการก่อสร้างรถไฟไทย-จีน จนกว่าจะมีการตรวจสอบความปลอดภัย หากทุกสัญญาเรียบร้อยสามารถก่อสร้างต่อได้ ยกเว้นสัญญา 3-4 ที่เกิดอุบัติเหตุ ต้องพิจารณาเพิ่มเติมว่า อุบัติเหตุมีผลต่อโครงสร้างหรือไม่ โดยบอร์ดการรถไฟฯ เสนอให้เชิญวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์และสภาวิศวรกรร่วมตรวจสอบ

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ใบอนุญาตเครนหมดอายุ นายอนันต์ระบุว่า ใบ ปจ.1 ซึ่งเป็น เอกสารรายงานผลการตรวจสอบและทดสอบความปลอดภัยของปั้นจั่น (เครน) ตามกฎหมาย พบว่า หมดอายุเมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นนี้ บริษัทยังไม่มีการชี้แจง

ขณะเดียวกันวันนี้ บอร์ดยังมีมติอนุมัติสั่งจ้างก่อสร้างโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม 2 เส้นทาง และอนุมัติสั่งจ้างก่อสร้าง โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี โดยผลการประมูล กิจการร่วมค้า ยูที (บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่งฯ กับ บริษัท ทรัสตี้ คอนสตรัคชั่น จำกัด) ชนะการประมูล

ซึ่งจากกรณีเครนถล่มทับรถไฟ ทำให้ การรถไฟฯ เพิ่มมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้าง รถไฟสายสีแดง ทั้ง 2 โครงการให้เข้มงวดทั้งการควบคุมงาน ผู้รับจ้าง ให้มากขึ้น และจะ การติดตั้ง CCTV และเซ็นเซอร์กับเครน

แม้ทั้ง 2 โครงการ จะผ่านเรื่องการใช้สัญญามาตรฐาน ที่ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบมาแล้ว แต่ยังสามารถดำเนินการในส่วนของการประกันภัยเพิ่ม ซึ่งอยู่ในขั้นตอนที่ผู้รับจ้างจะเสนอแผนก่อนลงนามสัญญา จากเดิมที่การประกันภัยโครงการและครอบคลุมบุคคลที่ 3 โดยรวม การรถไฟฯ จะเพิ่มรายละเอียดของการประกันภัยบุคคลที่3 ในส่วนที่เป็นผู้โดยสารรถไฟ เพื่อให้เกิดความชัดเจน โดยอ้างอิงตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางราง ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 29 มี.ค. 2569 และจะหารือกับกรมการขนส่งทางราง เพื่อกำหนดวงเงินคุ้มครองที่เหมาะสม

เตือน กทม. และ 6 จังหวัดภาคกลาง เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุน 31 ม.ค. – 4 ก.พ. 69

เจาะ “เมืองจันทร์-ตราด” ส้มยังแรง “แดง-น้ำเงิน” ยากตีฝ่า

ตรวจแถวต้านโกง นโยบาย 9 พรรคการเมืองใหญ่ สัญญาใจ “ไร้แรงผลัก”