ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

เลือกตั้ง 2569 : TDRI ตั้งข้อสังเกตที่มางบฯ นโยบายหาเสียง 5 พรรคการเมือง

การเมือง
06:15
1,014
เลือกตั้ง 2569 : TDRI ตั้งข้อสังเกตที่มางบฯ นโยบายหาเสียง 5 พรรคการเมือง
การนำเสนอนโยบายหาเสียงพรรคการเมือง กกต.กำหนดให้ทุกพรรค ต้องส่งข้อมูลรายละเอียดให้ตรวจสอบ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย นำข้อมูลที่พรรคการเมืองยื่นไปวิเคราะห์ พบว่าแต่ละพรรค ใช้งบประมาณเฉลี่ย 1.5 ถึง 7.4 แสนล้านบาทต่อปี

แม้จะน้อยกว่า งบลงทุนของประเทศย้อนหลัง 5 ปี แต่ยังมีข้อสังเกตว่า หลายพรรค ไม่ได้คำนึงถึงข้อจำกัดด้านการคลัง และยังเต็มไปด้วยนโยบายที่มุ่งประชานิยม

คณะนักวิจัยจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) นำข้อมูลนโยบาย 5 พรรคใหญ่ ที่มีโอกาสได้เสียง สส.มากพอ เข้าไปเป็นฝ่ายบริหารมาวิเคราะห์ และตั้งข้อสังเกต ต้นทุนทางการเงิน และที่มาของเงิน จากนโยบายที่ใช้หาเสียงพบว่า 5 พรรคการเมืองใหญ่เสนอนโยบายที่จะใช้วงเงินดำเนินการอยู่ระหว่าง 1.5 - 7.4 แสนล้านบาทต่อปี

พรรคประชาชน มีวงเงินดำเนินนโยบายมากที่สุด 741,835 ล้านบาทต่อปี มีนโยบายมากถึง 18 นโยบาย โดยมี 2 นโยบายที่ใช้วงเงินเกินกว่า 100,000 ล้านบาท คือ นโยบาย “เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ” และนโยบาย “เมกะโปรเจก ยกระดับคุณภาพชีวิต” ที่มาของเงินมาจากการบริหารงบประมาณแผ่นดิน การปฏิรูปราชการ ตัดลดงบฯ ไม่จำเป็น หารายได้เพิ่ม และให้หน่วยงานรัฐดำเนินการ ตามมาตรา 28 พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง

รองลงมา คือ พรรคประชาธิปัตย์ ใช้วงเงินทำนโยบาย 531,050 ล้านบาทต่อปี ส่วนใหญ่เป็นนโยบายที่ใช้วงเงินเกินกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี และมี 1 นโยบายที่ใช้วงเงินเกินกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี คือ นโยบาย “เบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาท ถ้วนหน้า” ที่มาของเงินมาจาก การบริหารงบประมาณปกติ และระดมทุนผ่านพันธบัตร

พรรคกล้าธรรม ใช้วงเงินทำนโยบาย 440,558 ล้านบาทต่อปี มี 14 นโยบาย ที่ใช้วงเงินเกินกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี และใช้วงเงินเกินกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี จำนวน 3 นโยบาย เช่น นโยบาย SMEs เข้มแข็ง สร้างงานในถิ่น นโยบายที่ไหนมีที่ดินทำกินที่นั่นต้องมีน้ ที่มาของเงินมาจาก การบริหารงบประมาณปกติ และจัดเก็บรายได้เพิ่ม

พรรคเพื่อไทย ใช้วงเงินทำนโยบาย 243,300 ล้านบาทต่อปี นโยบายส่วนใหญ่ ใช้วงเงินเกินกว่า 10,000 ล้านบาท มีนโยบาย “คนไทยไร้จน” ที่ใช้วงเงินมากที่สุด 60,000 ล้านบาทต่อปี ที่มาของเงินมาจากการบริหารงบประมาณปกติ บริหารภาษี จัดเก็บรายได้เพิ่ม ลดเงินนำส่งกองทุนฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF)

ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ใช้วงเงินทำนโยบาย 148,326 ล้านบาทต่อปี มี 4 นโยบายที่มีวงเงินเกินกว่า 10,000 ล้านบาท เช่น นโยบาย ลดค่าไฟฟ้า, คนละครึ่งพลัส ระยะ 2 ที่มาของเงินมาจากการบริหารงบประมาณปกติ และร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP)

คณะผู้วิจัยจาก ทีดีอาร์ไอ มีข้อสังเกตว่า แม้วงเงินที่ 5 พรรคการเมืองใหญ่จะใช้ในการดำเนินนโยบายยังไม่เกินค่าเฉลี่ยของงบลงทุนประเทศ 5 ปีย้อนหลังแต่ในความเป็นจริงวงเงินที่ใช้อาจสูงกว่าที่คาดการณ์ นโยบายหลายพรรคยังเน้นการใช้เงินช่วยเหลือในลักษณะ “ประชานิยม” ยังไม่ค่อยให้ความสำคัญต่อนโยบายการสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาว และหลายพรรคการเมือง มีนโยบายที่สร้างภาระทางการคลังในระดับสูง และยังทำลายกลไกตลาด เช่น นโยบายแก้หนี้ และนโยบายประกันกำไร หรือรายได้ของเกษตรกร

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

คณะผู้วิจัย ยังเห็นว่า บางพรรคไม่ได้นำเสนอนโยบายที่ใช้หาเสียงต่อ กกต.อย่างครบถ้วน และไม่ได้ระบุวิธีคำนวณวงเงินโดยละเอียดและหลายพรรคการเมือง ยังไม่ได้คำนึงถึงข้อจำกัดด้านการคลังและไม่ได้ระบุว่า งบประมาณภาพรวมจะมาจากแหล่งใด ในสัดส่วนเท่าไร เสี่ยงต่อการไม่มีงบประมาณดำเนินการที่เพียงพอ พร้อมเสนอ กกต.ควรให้พรรคการเมือง ระบุวิธีคำนวณงบประมาณแต่ละด้านให้ละเอียด และให้ส่งข้อมูลอย่างน้อย 30 วัน ก่อนการเลือกตั้ง เพื่อให้ กกต.มีเวลาตรวจสอบ และเปิดเผยต่อประชาชน อย่างน้อย 15 วันก่อนการเลือกตั้ง

"อนุทิน" เมินกระแสแผ่วปลาย "ประภัตร" แจงซบ ภท.ต้องการเป็นรัฐบาล

บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร เหลืออีก 34 แห่ง ส่งถึงไทยภายใน 5 ก.พ.

"ณัฐพงษ์" นำทีมยื่นประกันตัวล่วงหน้าคดี "กัลฟ์" ฟ้องหมิ่นประมาท

“วาทกรรมเด่น-วลีเด็ด” สัญญาใจ 5 พรรคการเมือง