ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

“วาทกรรมเด่น-วลีเด็ด” สัญญาใจ 5 พรรคการเมือง

การเมือง
14:44
1,120
“วาทกรรมเด่น-วลีเด็ด”  สัญญาใจ 5 พรรคการเมือง
อ่านให้ฟัง
07:42อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

"คำมั่นสัญญา" ของหัวหน้าพรรคการเมืองแต่ละคนที่ปล่อย "วาทกรรม" ออกมา บนเวทีปราศรัยหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนจะหยุดลงในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ.2569 ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงหัวเราะของชาวบ้านที่เข้ามาฟังในทุกครั้ง เสมือนการโปรยยาหอมและให้ความหวังประชาชน ส่วนในอนาคตจะทำได้หรือไม่นั้น หลักฐานเชิงประจักษ์ก็เคยมีมาแล้ว ทุกยุคสมัย

ไทยพีบีเอส ออนไลน์ รวบรวม “วาทกรรม” และ “วลีเด็ด” ของ 5 พรรคใหญ่ ที่อาสา เข้ามาแก้ปัญหาของประเทศ ว่าแต่ละคนได้ให้สัญญาอะไรไว้บ้าง และหากเข้าสภาไปแล้ว นโยบายสวยหรู ที่ถูกนำเสนอจะทำได้จริงหรือไม่ เป็นสิ่งที่น่าติดตาม

ประเดิมที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้า พรรคภูมิใจไทย ที่ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ตลาดสามโคก ปทุมธานี เมื่อ 1 ก.พ.2569 โดยกล่าวถึงผลงานรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาว่า “4 เดือน ยังทำได้ขนาดนี้ แล้ว 4 ปี จะขนาดไหน” เรียกเสียงเฮลั่นรอบเวทีกันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ นายอนุทิน ย้ำว่า ที่ผ่านมา 4 เดือน เป็นช่วงทดลองงาน หากพอใจผลงาน อยากให้ประชาชนต่อสัญญาให้หน่อยได้หรือไม่ หาก 12 เดือนผ่านไป ทำแล้วดัชนีทุกอย่างตก ไม่มีปัญญาทำให้กับพี่น้องได้ ไม่ต้องไล่ ออกให้เอง ไม่อยู่ให้เปลืองภาษีไม่อยู่ให้เปลืองข้าวสาร

“เดี๋ยวบอกว่าจะกล้าออกหรือ ก็เขาบอกให้ยุบสภา 31 ม.ค. พอพูดกันไม่รู้เรื่อง 12 ธ.ค.ก็ยุบแล้ว ทำมาแล้ว ไม่ได้ยึดติด ถ้าไม่มีประโยชน์ไม่ต้องเก็บเอาไว้ ผมไม่ต้องรอให้ประชาชนประเมิน ผมประเมินตัวเองได้ทุกวัน คนที่ทำงานให้บ้านเมืองมันรู้ มันมีสัญชาตญาณเหมือนกัน ว่าตื่นมาวันนี้กูไม่มีค่าต่อไปให้คนไทย ก็ไม่อยู่ อยู่ไม่ได้” นายอนุทิน กล่าว

ด้าน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ได่ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ที่ จ.สกลนคร อ้อนขอเสียง พร้อมฝากตัวเป็นลูกหลาน ระบุ 1 เสียงของประชาชน จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง

"1 เสียงจะไปเปลี่ยน และเลือกนายกฯ แล้วได้คนที่เข้าใจคนสกลนครจริง ๆ ได้ ซึ่งสามารถที่จะเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตได้ ข้อมูลหนี้ครัวเรือนของชาวสกลนครต่อหนึ่งครัวเรือนโดยเฉลี่ยมีหนี้ร่วม 2 แสนบาท และนี่เป็นสิ่งที่เราพูดตลอด เราจะเป็นประเทศรายได้สูง แต่หากเราไม่ดูแลคนที่เดือดร้อน ก็จะไม่ใช่ผู้นำที่ดี ฉะนั้นสิ่งแรกที่จะทำทันที คือเราจะแก้หนี้ทั้งระบบ" นายยศชนัน กล่าว

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ก็เดินทางล่องใต้ เพื่อเก็บคะแนนฐานเสียงสำคัญของพรรค โดยเมื่อ 1 ก.พ. ได้ไปพบปะประชาชนที่ จ.สงขลา พร้อมสโลแกน "คนใต้รักเดียว" ขอคะแนนคนใต้ ไม่แบ่งให้พรรคอื่น อย่าแบ่งเด็ดขาด ซึ่งนอกจากไม่แบ่งแล้ว ตอนนี้ยังเจอภัยใหม่ ทุนเทา ในร่างใบเทา มาแล้วหรือยัง จดชื่อแล้วหรือยัง เงียบอย่างนี้แสดงว่าโดนจดไปแล้วใช่หรือไม่ ที่ทุ่งสงเขายังตะโกนไม่จดเลย ที่นี่เงียบจนน่าเป็นห่วง

“วันนี้อภิสิทธิ์มาแล้ว คนเยอะอย่างนี้ใบเดียวไม่พอ ต้องอย่างน้อย 2 ใบ ถ้า 2 ใบมา เดี๋ยวรายงานรองหัวหน้าพรรค ให้ลงอีกจะได้ 3 ใบ แต่อย่าเลือก เพราะหากเลือกเราจะกลับไปอยู่ที่เดิม เงินเขาให้มา 4 ปีเท่ากับวันละบาท แต่เป็นเงินโกงกัน หมื่นล้าน แสนล้าน ของประชาชนทั้งนั้น เสียโอกาส เศรษฐกิจไม่โต สังคมเสื่อม ความยุติธรรมไม่มี นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ ขอยืนยัน และขอสัญญาใจว่า ว่า 8 กุมภาพันธ์จะกาประชาธิปัตย์กันทั้ง 2 ใบ" นายอภิสิทธิ์ ระบุ

ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้า พรรคประชาชน ที่โดนถล่มหนักขณะยืนเอามือไขว้หลัง ช่วงเปิดเพลงชาติไทย

“โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง มักจะมีการกุข่าวขึ้นมา รวมถึงตัวผมเอง ที่ไปออกรายการเวทีดีเบต มีความพยายามตัดคลิปเห็นมุมปากไม่ได้ขยับ แต่จริง ๆ ผมยืนยันในฐานะหัวหน้าพรรคด้วยเจ้าตัวเอง ผมร้องเพลงชาติ เพียงแต่ไม่ได้ร้องดัง กับคนอื่น ผมเชื่อว่าความรักชาติไม่ได้วัดกันที่ใครจะต้องร้องดังหรือขยับปากมากกว่ากัน จริง ๆ อยู่ที่การกระทำอยากให้ประชาชนทุกคนเห็นข่าวสารแบบนี้อยากให้ติดตามข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน” นายณัฐพงษ์ กล่าว

ส่วนนโยบายที่นายณัฐพงษ์ ย้ำในช่วงสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งจริง ยังคงเป็นการเลือกด้วยความเกรงใจ หากประชาชนอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ต้องกล้าตัดสินใจใหม่

“รัฐบาลที่ผ่านมาเห็นแล้วว่ายังมีปัญหาต่าง ๆ ที่แก้ไขให้ประชาชนไม่ได้ การเลือกตั้งครั้งนี้หากตัดสินใจกาด้วยความเกรงใจ กาด้วยความผูกพัน กาด้วยครึ่งใจ เราจะได้รัฐบาลแบบเดิม ๆ หากครั้งนี้ ถ้าอยากได้รัฐบาลที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริงขอคะแนนเสียงให้กับพวกเราทั้ง2 ใบ ยืนยันว่าจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง” นายณัฐพงษ์ กล่าว

ปิดท้ายที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้า พรรคกล้าธรรม ซึ่งในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนการเลือกตั้ง เลือกที่จะกลับไปจังหวัดบ้านเกิด คือ จ.พะเยา เพื่อขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ โดยระบุว่า ย้อนกลับไปในอดีตอำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย เป็นที่กำเนิดของเด็กชายมนัส ก่อนที่พะเยาจะแยกออกไปเป็นอีกจังหวัดหนึ่ง ดังนั้น พะเยา และเชียงรายก็เหมือนคนบ้านเดียวกันที่แยกกันไม่ได้

"ที่ผ่านมา เชียงรายอยู่กับคนเดิม ๆ รูปแบบเดิม ๆ วันนี้อยากจะถามคนเชียงรายว่าต้องการการเปลี่ยนแปลงแล้วหรือยัง และขอให้พิจารณาจากการบริหารจังหวัดพะเยาเป็นหลักว่าพะเยาเติบโตขึ้นในทุก ๆ ด้านกลายเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวไปเยือนเป็นอันดับหนึ่งในภาคเหนือ และวันนี้หากได้รับโอกาสจากพี่น้องจังหวัดเชียงรายทั้ง 6 เขต ที่พรรคกล้าธรรมส่งลูกหลานของท่านลงรับสมัครเลือกตั้ง พรรคกล้าธรรมก็จะเข้ามาพัฒนาจังหวัดเชียงรายให้ควบคู่ไปพร้อมกับจังหวัดพะเยา" ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ช่วงหนึ่ง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า "พรรคนี้ เป็นพรรคของคนผีบ้า ฉันเป็นบ้าเพราะรักเธอ เรอทัก รักเธอ"

ฟังคำมั่น วาทกรรมเด่น-วลีเด็ดของบรรดาหัวหน้าพรรคใหญ่การเมืองแล้ว ก่อนเข้าคูหากากบาท ตัดสินใจและใช้วิจารณญาณดี ๆ แม้จะรักทุกคน แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถเลือกได้ทุกพรรค

อ่านข่าว

1 กุมภาฯปัญหาเพียบ! ใครรับผิดชอบ?

กทม.เผย "เลือกตั้งล่วงหน้า 2569" ราบรื่น ผู้ใช้สิทธิกว่า 87% "ตะวันนา 2 เขตบางกะปิ" มากสุด

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง "วิชามาร-โจมตี-ให้ร้าย" ดึงคะแนน