ช่วงปลายเดือนม.ค.ต่อเนื่องมาเดือนก.พ. ราคาทองคำ ปรับตัวทำ All Time High ทั้งพุ่งสูงสุด 80,000 บาททองคำ และGold spot ทะลุ 5,000 ดอลลาร์ ก่อนจะปรับตัวทิ้งดิ่งร่วงมาอย่างต่อเนื่องภายในไม่กี่วัน จนกูรูทองคำต่างออกมาเตือนถึงภาวะฟองสบู่ทองคำใกล้แตกจากการเก็งกำไรของนักลงทุน อย่างไรก็ตาม ทิศทางของทองคำโลกยังคงผันผวน ตามสถานการณ์โลก ทั้งความขัดแยงภูมิรัฐศาสตร์ของมาอำนาจ ค่าเงินดอลลาร์ที่สวิงไปมา รวมถึงการลดดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางหรือเฟด เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ราคาจะปรับตัวขึ้นหรือดิ่งเหว
เว็บไซต์ “ฮั่วเซ่งเฮง” วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวขึ้น หลังจากที่นายสตีเฟน มิแรน ผู้ว่าการเฟดสายลดดอกเบี้ย ยังคงดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเฟดต่อไป ในขณะที่นักยุทธศาสตร์อาวุโสด้านสินค้าโภคภัณฑ์จาก TD Securities ระบุว่า การบังคับขาย (Forced sales) ในตลาดทองคำน่าจะสิ้นสุดลงแล้ว ซึ่งส่งผลให้ทองฟื้นตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ยังคงมีปัจจัยสำคัญต่อราคาทองที่ส่งผลต่อเนื่องมาจากอดีต และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสัปดาห์นี้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น กลยุทธ์ ล้อมจีน ของสหรัฐฯ ที่ยังเป็นประเด็นตึงเครียด
สหรัฐฯ ใช้กลยุทธ์ “ล้อมจีน” หวังกินรวบ
หลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หารือทางโทรศัพท์กับ สีจิ้น ผิง ประธานาธิบดีของจีนในช่วงวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา เกี่ยวกับประเด็นการค้าและจุดเปราะบางทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งรวมถึงสถานการณ์ในไต้หวัน ก่อนที่จะมีการพบปะกันแบบเผชิญหน้าในเดือนเม.ย. นี้ โดยทรัมป์กล่าวว่าการสนทนาในครั้งนี้ว่าเป็นไปอย่างยอดเยี่ยม ทั้งสองฝ่ายพูดคุยถึงการเพิ่มการรับซื้อถั่วเหลืองของจีนจากสหรัฐฯ เป็น 20 ล้านตัน รวมถึงการจัดซื้อน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และการส่งมอบเครื่องยนต์สำหรับอากาศยานนอกจากนี้ ทรัมป์ยังเผยว่าจีนให้คำมั่นที่จะนำเข้าถั่วเหลืองอเมริกันเพิ่มขึ้นเป็น 25 ล้านตันในช่วงถัดไป หลังจากรับซื้อ 20 ล้านต้นเสร็จสิ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ – จีน กำลังเป็นไปในเชิงบวก
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ในการสนทนาดังกล่าว รัฐบาลจีนกลับนำเสนอภาพรวมการสนทนาเกี่ยวกับประเด็นไต้หวัน (ซึ่งจีนถือว่าเป็นดินแดนของตนเอง) ในมุมมองที่ตึงเครียดกว่า การแถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุว่าปธน.สี ได้หยิบยกประเด็นไต้หวันขึ้นมา และเร่งเร้าให้สหรัฐฯ ระมัดระวังอย่างสูงสุดในการขายอาวุธให้แก่ไต้หวัน พร้อมย้ำว่าจีนจะไม่มีวันยอมให้เกาะไต้หวันถูกแยกตัวออกไป
ทั้งนี้ ในปี 2025 สหรัฐฯ ได้อนุมัติการขายอาวุธให้แก่ไต้หวันมูลค่าสูงถึง 1.115 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในข้อตกลงที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อเสริมสร้างการป้องกันประเทศของไต้หวัน ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้แก่จีน ในขณะที่การที่ทรัมป์เข้าควบคุมตัวนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลาซึ่งเป็นพันธมิตรในการขายน้ำมันให้จีน และการกดดันอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ยังคงเป็นปัจจัยที่คุกคามสันติภาพอันเปราะบางนี้ เนื่องจากว่าปริมาณการส่งออกน้ำมันจากเวเนซุเอลาไปยังจีน ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 400,000 บาร์เรลต่อวันในปีที่แล้ว ลดลงสู่ระดับ 0 ในเดือนม.ค. หลังจากกองทัพเรือสหรัฐฯ ปราบปรามการขนส่งน้ำมันดิบที่ถูกคว่ำบาตรอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ทรัมป์ยังคงกดดันประเทศที่ทำธุรกิจกับอิหร่านด้วยการขู่ว่าจะตั้งกำแพงภาษี ขณะที่จีนยังคงเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน
จากปัจจัยดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า แม้ความสัมพันธ์ระหว่างจีน – สหรัฐฯ จะมีทิศทางที่ดีขึ้นผ่านการซื้อถั่วเหลืองของจีนจากสหรัฐฯ แต่กลยุทธ์ “ล้อมจีน” ของสหรัฐฯ ผ่านการขนส่งน้ำมันจากเวเนซุเอลา / อิหร่านไปยังจีน อาจสร้างความตึงเครียดต่อไปในอนาคต และอาจส่งผลให้จีนออกมาตรการคว่ำบาตรสหรัฐฯ ในภายหลังได้ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกกับทอง ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ นอกจานี้ความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐฯ – อิหร่าน ยังคลุมเครือ
นอกจากนี้ การเจรจาสามฝ่ายระหว่างสหรัฐฯ – ยูเครน และรัสเซีย ได้มีการบรรลุข้อตกลงแลกเปลี่ยนนักโทษเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน เพื่อหาทางยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน 4 ปี โดยทูตพิเศษของทรัมป์ระบุว่าการเจรจามีความคืบหน้าและคาดหวังจะเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ยังคงต้องจับตาต่อไปว่า สหรัฐฯ – อิหร่าน จะยังมีท่าทีในการเจรจาอย่างไร ต่อไป เนื่องจากว่าการเจรจาครั้งนี้อาจไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่สหรัฐฯ ต้องการ 100% ซึ่งอาจทำให้ความขัดแย้งจะยังคงคุกรุ่นต่อไปในภายหลัง และอาจทำให้ราคาทองคำได้รับปัจจัยบวกดังกล่าว
เผยดอลลาร์ยังแข็งค่า ขานรับ “เควิน วอร์ช”
ชื่อของนายเควิน วอร์ช ที่ทรัมป์ เสนอให้เป็นประธานเฟดคนต่อไป ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง จากจุดต่ำสุดที่ 97.0 หน่วย ขึ้นมาเป็น 97.68 หน่วย และยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ เนื่องจากว่าวอร์ชมีมุมมองว่า การซื้อพันธบัตรที่รุนแรงเกินไปเป็นการกดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำผิดธรรมชาติเป็นเวลานานเกินไป กระตุ้นให้ Wall Street รับความเสี่ยงเกินตัว และทำให้รัฐบาลขาดวินัยทางการคลังในการก่อหนี้ จนเกิดสภาวะที่เรียกว่า อำนาจเหนือกว่าทางการเงิน (Monetary Dominance)
โดยวอร์ชเสนอว่า เฟดต้องทำ QE ให้น้อยลง และปล่อยให้เบสเซนต์จัดการบัญชีการคลัง เมื่อทำเช่นนั้น สหรัฐฯ จะสามารถมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงอย่างแท้จริงได้ ในขณะที่ตลาด CME FedWatch ได้คาดการณ์ถึง 76.8% ว่าเฟดอาจคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50% – 3.75% ในการประชุม FOMC เดือนมี.ค. ภายหลังจากที่เดือนม.ค. และต้นเดือนก.พ. ประธานเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย / มินนิอาโปลิส / นิวยอร์ก ยังคงเสนอให้เฟดคงดอกเบี้ยต่อเพื่อดูทิศทางเงินเฟ้อและตลาดแรงงานต่อไป
“ยังต้องติดตามต่อไปว่า วอร์ชจะมีแนวทางหรือนำเสนอนโยบายทางการเงินอย่างไรต่อไป เนื่องจากว่าคำพูดของวอร์ช อาจเทียบเท่าได้กับคำพูดของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดคนปัจจุบันได้ และทำให้ตลาดอาจต้อง Price – In ในราคาทองคำใหม่”
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ เพื่อดูทิศทางของราคาทองคำไม่ว่าจะเป็น ยอดค้าปลีกพื้นฐาน / ทั่วไป เดือนธ.ค. เทียบรายเดือน และ ยอดค้าปลีกเดือนธ.ค. เทียบรายปี ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน / ทั่วไป เดือนม.ค. เทียบรายเดือน / รายปี จำนวนผู้ขอยื่นรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมง เทียบรายเดือน / รายปี เดือนม.ค. การจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือนม.ค.อัตราการว่างงาน เดือนม.ค.
ราคาทอง โครงสร้างยังไม่ใช่ “ขาลง”
สำหรับราคาทองคำโลกในสัปดาห์นี้คาดว่าในทางเทคนิคอยู่ในระยะ Sideway Up หลังจากทองคำได้มีการปรับฐานหลังทำ All Time High แต่โดยภาพรวมของโครงสร้างราคายังไม่ได้เป็นขาลง ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงภาวะ ย่อตัว สร้างฐาน และลุ้นขึ้นต่อ”หลังจากที่ตลาดได้รับรู้ถึงเรื่องที่นายเควิน วอร์ช กำลังจะได้เป็นประธานเฟดคนใหม่ ปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลให้ทองคำปรับตัวลงทดสอบแนวรับสำคัญที่ 4,650 และ 4,500 ดอลลาร์ ซึ่งหากไม่หลุดแนวรับดังกล่าว ทองคำอาจผ่านจุดต่ำสุดเพื่อสร้างฐานและขึ้นต่อ
และหากตลาดยังมีความกังวลทางภูมิรัฐศาสตร์และได้รับรู้ปัจจัยบวกจากกลยุทธ์ล้อมจีนของสหรัฐฯ, การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่านที่ยังไม่บรรลุผลโดยสมบูรณ์ อาจทำให้ทองคำปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 5,100 และ 5,200 ดอลลาร์ ซึ่งหากทะลุต้านดังกล่าว อาจทำให้ราคาทองคำอาจทำ High เดิมที่ 5,595 ดอลลาร์ และลุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทดสอบแนวต้านที่ 6,000 ต่อไปได้ โดยอ้างอิงจาก Bank of America (BoFA) ที่ได้อ้างอิงถึงกระแสการลดการพึ่งพาดอลลาร์ (De-dollarization)
สำหรับทองคำแท่งในประเทศ แนะนำให้นักลงทุน ทยอยสะสมเมื่อราคาปรับตัวลง ใกล้บริเวณ 70,450 บาท โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 69,000 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 76,000 บาท และ 77,150 บาท
ไทย “ส่งออกทองคำ” เพิ่มขึ้น 148.38%
นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวมทองคำ เดือน ธ.ค.2568 มีมูลค่า 732.92 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 26.47% กลับมาลดลงครั้งแรก หลังจากที่ขยายตัวต่อเนื่อง 13 เดือน หากรวมทองคำ มีมูลค่า 1,838.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 27.52% และการส่งออกรวมทั้งปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.) ไม่รวมทองคำ มูลค่า 13,586.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 41.33% รวมทองคำ มูลค่า 26,593.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 44.75%
นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT
ทั้งนี้ การส่งออกเฉพาะทองคำในเดือน เดือน ธ.ค.2568 มีมูลค่า 1,106.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 148.38% จากการเก็งกำไรราคาทองคำที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากการอ่อนของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ความไม่แน่นอนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การซื้อสะสมของธนาคารกลางทั่วโลก และความไม่แน่นอนของนโยบายหลายประเทศ ส่งผลให้ทั้งปี 2568 การส่งออกทองคำมีมูลค่าสูงถึง 13,006.31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 48.51% มีสัดส่วน 48.91% ของการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับทั้งหมด
ทางด้านตลาดส่งออกสำคัญ ฮ่องกงเพิ่ม 5.23% เยอรมนี เพิ่ม 12.35% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่ม 111.84% สหราชอาณาจักร เพิ่ม 33.99% อิตาลี เพิ่ม 8.33% ญี่ปุ่น เพิ่ม 16.62% สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่ม 2.77% ส่วนสหรัฐฯ ลด 0.71% จากการที่ผู้นำเข้าได้เร่งนำเข้าก่อนหน้านี้ และเบลเยียม ลด 19.37%
ส่วนการส่งออกสินค้า เครื่องประดับเงิน เพิ่ม 31.56% เครื่องประดับทอง เพิ่ม 15.25% เครื่องประดับแพลทินัม เพิ่ม 601.77% แพลทินัม เพิ่ม 369.33% พลอยเนื้อแข็งเจียระไน เพิ่ม 8.48% เครื่องประดับเทียม เพิ่ม 10.14% ส่วนพลอยก้อน ลด 2.71% พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน ลด 13.06% เพชรก้อน ลด 41.86% เพชรเจียระไน ลด 20.99%
อ่านข่าว:
Silver เงินเย็น "Gold ของคนจน" ไม่ใช่แค่ "พระรอง" ทางเลือกปลอดภัย
สงครามภูมิรัฐศาสตร์ถึงจุดเดือด หนุน “ราคาทอง” พุ่งทะลุ 5,000 ดอลลาร์
ลุ้นตรุษจีน “ทองคำ” ราคาดีดขึ้น นายกสมาคมค้าทองคำ ย้ำใช้เงินเย็นลงทุน










