ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

เผย 4 เหตุผลอันตราย ทำไมไม่ควร "Live สด" สถานการณ์รุนแรง

สังคม
18:44
824
เผย 4 เหตุผลอันตราย ทำไมไม่ควร "Live สด" สถานการณ์รุนแรง
ในยุคที่ทุกคนมีสมาร์ตโฟนอยู่ในมือ การ "Live สด" กลายเป็นปฏิกิริยาแรกเมื่อเผชิญเหตุการณ์ไม่คาดฝัน แต่ในสถานการณ์รุนแรงหรืออาชญากรรมที่กำลังดำเนินอยู่ การกดปุ่มถ่ายทอดสดอาจกลายเป็นการส่งอันตรายไปให้เหยื่อ และเปลี่ยนสถานะของคุณเป็น "ผู้กระทำผิดกฎหมาย"

วันนี้ (11 ก.พ.2569) ในโลกปัจจุบันที่แอปพลิเคชันอย่าง Facebook, Instagram และ TikTok อนุญาตให้ผู้ใช้หลายล้านคนสร้าง "รายการสด" ของตนเองได้ในทันที ความต้องการยอดไลก์และยอดแชร์มักผลักดันให้คนพยายามบันทึกภาพเหตุการณ์สด ๆ

อย่างไรก็ตาม เมื่อความเรียล (Real-time) มาเจอกับเหตุการณ์รุนแรง เช่น การกราดยิง การจับตัวประกัน หรือการก่อการร้าย ผลลัพธ์ที่ได้มักไม่ใช่ความโปร่งใส แต่กลับเป็นโศกนาฏกรรมที่ขยายวงกว้างขึ้น

1.เป็นสายลับให้คนร้ายโดยไม่รู้ตัว (Tactical Intelligence)

ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของการไลฟ์สดในขณะเกิดเหตุคือ การส่งข้อมูลทางยุทธวิธีให้แก่ผู้ก่อเหตุ ในสถานการณ์วิกฤต ผู้ก่อเหตุมักพกพาอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถรับชมข่าวสารหรือสตรีมมิงได้ ซึ่งการไลฟ์สดจะทำหน้าที่เป็น "ดวงตา" ให้คนร้ายเห็นความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่

  • เปิดเผยที่ซ่อนของตัวประกันหรือคนที่กำลังแอบซ่อนตัวอยู่ ซึ่งผู้ก่อเหตุอาจยังไม่พบในตอนแรก
  • เปิดเผยแผนการของตำรวจ จากการถ่ายภาพ การเคลื่อนกำลังของหน่วยคอมมานโด ตำแหน่งพลซุ่มยิง หรือทิศทางการบุกจู่โจม ช่วยให้คนร้ายเตรียมการตั้งรับหรือยิงต่อสู้ได้แม่นยำขึ้น
  • ทำลายการเจรจา การโทรศัพท์เข้าไปหาผู้ก่อเหตุเพื่อสัมภาษณ์สดหรือการคอมเมนต์ยั่วยุในไลฟ์ สามารถทำลายสมาธิและบรรยากาศที่นักเจรจาพยายามสร้างขึ้นเพื่อเกลี้ยกล่อมให้ผู้ก่อเหตุยอมจำนน

2.แรงจูงใจและการเลียนแบบ (Inspiration and Publicity)

เป้าหมายสำคัญของการก่อการร้ายคือการ "สร้างความหวาดกลัว" และ "เรียกร้องความสนใจ" การไลฟ์สดเปรียบเสมือนการส่งมอบเวทีและไมโครโฟนให้ผู้ก่อเหตุได้ประกาศอุดมการณ์รุนแรงของตน

นอกจากนี้ หลักฐานทางสถิติยังชี้ชัดว่า การแพร่กระจายของวิดีโอเหตุกราดยิงช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เกิด "พฤติกรรมเลียนแบบ" (Copycats) ในกลุ่มคนที่มีความโน้มเอียงทางจิตใจที่รุนแรงอยู่แล้ว จนทำให้แพลตฟอร์มอย่าง Facebook ต้องใช้นโยบาย "One Strike" เพื่อระงับสิทธิ์การไลฟ์ทันทีสำหรับผู้ที่ละเมิดกฎขั้นรุนแรง

3.ผลกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างรุนแรง (Traumatic Media Overload)

ข้อมูลจาก Psychology Today ระบุว่า การรับชมความรุนแรงผ่านหน้าจอแบบสด ๆ ไม่เพียงแต่ทำร้ายผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของผู้ชมสาธารณะ

  • ภาวะสะเทือนขวัญทางอ้อม (Vicarious Trauma) การเห็นภาพการทำร้ายร่างกายหรือการเสียชีวิตแบบไม่เซ็นเซอร์ สามารถกระตุ้นให้เกิดภาวะ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) แม้จะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริงก็ตาม
  • การลดทอนความรู้สึก (Desensitization) การบริโภคสื่อรุนแรงซ้ำ ๆ อาจทำให้สังคมเกิดความชินชาต่อความสูญเสีย และสูญเสียความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ในระยะยาว

4.ความเสี่ยงทางกฎหมายจาก "ผู้ชม" สู่ "จำเลย"

ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย การไลฟ์สดในที่เกิดเหตุรุนแรงอาจมีโทษหนักถึงจำคุก

  • ความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ หากการไลฟ์นั้นนำเข้าข้อมูลเท็จ สร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชน หรือกระทบต่อความมั่นคง มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
  • การละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว เหยื่อที่ถูกทำร้ายมีสิทธิที่จะไม่ถูกบันทึกภาพในขณะที่กำลังได้รับความทุกข์ทรมาน การไลฟ์สดโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจนำไปสู่การฟ้องร้องทางแพ่งและอาญา
  • ข้อหาเผยแพร่สื่อลามกอนาจารหรือความรุนแรง ในกรณีอาชญากรรมทางเพศ หากเพื่อนหรือคนรู้จักไลฟ์สดเหตุการณ์แทนที่จะเข้าช่วยเหลือ อาจถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมกระทำผิดหรือเผยแพร่สื่อที่ไม่เหมาะสม

เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานความมั่นคงในต่างประเทศต่างเห็นตรงกันว่า ในสถานการณ์วิกฤต "การไม่ไลฟ์คือการช่วยชีวิต" หากคุณตกอยู่ในเหตุการณ์ สิ่งที่ควรทำคือ

  1. รักษาชีวิต หาที่ปลอดภัย ปิดเสียงโทรศัพท์ และไม่ทำตัวเป็นเป้าสายตา
  2. แจ้งเหตุ ใช้โทรศัพท์เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่เพื่อโซเชียลมีเดีย
  3. บันทึกเพื่อเป็นหลักฐาน (ถ้าปลอดภัย) หากต้องการบันทึกภาพ ให้เก็บไว้ในเครื่องเพื่อส่งมอบให้เจ้าหน้าที่สืบสวนเท่านั้น ไม่ควรโพสต์ลงสาธารณะจนกว่าสถานการณ์จะจบลง

จำไว้ว่า "หนึ่งยอดวิว" อาจแลกมาด้วยความล้มเหลวในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และอันตรายต่อชีวิตของผู้ประสบเหตุที่กำลังรอความช่วยเหลือ

ที่มา : Dramatic Functions of Press Coverage, DSI, Police On Live Stream: Transparency, Challenges, And The Future

อ่านข่าวอื่น :

เร่งปลด “ปลอกคอช้างป่า” ล่าสุดถอดแล้ว 40 ตัว เหลืออีก 8 ตัว

บุกยิงในโรงเรียน อ.หาดใหญ่ ผอ.บาดเจ็บ จับครู-นร.เป็นตัวประกัน

ปปง. ส่งอัยการ ยึดทรัพย์ "ยิม เลียก-เฉิน จื้อ" 1.3 หมื่นล้าน เตรียมตกเป็นของแผ่นดิน