วันนี้ (11 ม.ค.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการธุรกรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่า ทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด
มติดังกล่าวเกิดขึ้นในคดีสำคัญ 4 ราย รวมมูลค่าประมาณ 13,074 ล้านบาท ดังนี้
- รายคดี น.ส.แตงไทย กับพวก กรณี MR.LEAK YIM นางวิรินยา MR.SMITH BEN และ น.ส.แคทรียา กับพวก ได้หลอกลวงผู้เสียหาย โดยมีข้อมูลเชื่อมโยงไปยัง นายยิม เลียก และพบข้อมูลการทำธุรกรรมเชื่อมโยงไปยัง นายเบน สมิธ ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ผลคดี ส่งสำนวนให้อัยการยื่นคำร้องขอศาลสั่งทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 68 รายการ (เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์ เรือยอชท์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท
- รายคดี นายเฉิน จื้อ กับพวก สำนักงาน ปปง. ตรวจสอบพบข้อมูลเครือข่ายการฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล เชื่อมโยง นายเฉิน จื้อ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group กลุ่มธุรกิจข้ามชาติในประเทศกัมพูชา ผลคดี ส่งสำนวนให้อัยการยื่นคำร้องขอศาลสั่งทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 96 รายการ (เช่น ที่ดิน เงินสด สินค้าแบรนด์เนม และเครื่องประดับ) รวมมูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท
- รายคดี นายก๊ก อาน กับพวก สืบเนื่องจากกรณีการจับกุมผู้กระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงิน ผลคดี ส่งสำนวนให้อัยการยื่นคำร้องขอศาลสั่งทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 89 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 560 ล้านบาท
- รายคดี นายเอื้ออังกูร กับพวก กรณีกลุ่มมิจฉาชีพชักชวนประชาชนลงทุนเทรดหุ้นผ่านกลุ่มไลน์ ผลคดี ส่งสำนวนให้อัยการยื่นคำร้องขอศาลสั่งทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 31 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท
โดยในรายคดีข้างต้น หากมีผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน สำนักงาน ปปง. จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานตามกฎหมาย และส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลนำเงินหรือทรัพย์สินในรายคดีดังกล่าว มาคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหายแทนการสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดิน ตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
อ่านข่าวอื่น :
ระเบิดในพื้นที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ประชาชนบาดเจ็บ 3 คน
“ช้างป่าอีสาน” บนพื้นที่ทับซ้อนของ "แหล่งอาหาร-เกษตรกรรม" ที่ต้องจัดการเชิงระบบ
"กลุ่มคนรักช้าง" ร้องสอบปม "สีดอหูพับ" ตายขณะเคลื่อนย้าย จี้อธิบดีฯ ลาออก










