วันนี้ (11 ก.พ.2569) ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช องค์กรจัดสวัสดิภาพจิตอาสารักษ์สัตว์ไทย ร่วมกับเครือข่ายกลุ่มคนรักช้าง และประชาชน เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่ออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ ฯ เรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบจากกรณีช้างป่า “สีดอหูพับ” ตายระหว่างการเคลื่อนย้ายจาก จ.ขอนแก่น ไปยังพื้นที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง จ.เลย
นายกิติคุณ พลวัน ประธานองค์กรจัดสวัสดิภาพจิตอาสารักษ์สัตว์ไทย พร้อมด้วยมวลชนในเครือข่ายคนรักช้าง เข้ายื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ ฯ โดยมีนายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า และ น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้าฝ่ายจัดการสุขภาพสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ เป็นตัวแทนเข้ารับหนังสือร้องเรียน พร้อมทั้งชี้แจงข้อสงสัย
ประธานองค์กรจัดสวัสดิภาพจิตอาสารักษ์สัตว์ไทย ระบุว่า ในฐานะตัวแทนองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ กลุ่มคนรักสัตว์ และประชาชนทั่วไป รู้สึกห่วงใยอย่างยิ่งต่อสวัสดิภาพของช้างและสัตว์ป่า การสูญเสีย “สีดอหูพับ” ไม่เพียงสร้างความสะเทือนใจ แต่ยังเกิดข้อกังขาต่อกระบวนการทำงานของผู้บริหารกรมอุทยานฯ และทีมสัตวแพทย์ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในประเด็นสำคัญ เช่น เหตุใดกรมอุทยานฯ ไม่มีการอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกรณีให้ย้ายสีดอหูพับ และช้างป่ารวม 4 ตัว
เหตุผลของการใช้ยาสลบถึง 5 เข็ม และยิงยาขณะช้างกำลังกินอ้อยอยู่, วิธีการประเมินน้ำหนักช้างที่ใช้ในการคำนวณปริมาณยา รวมถึงความจำเป็นในการใช้กำลังเจ้าหน้าที่กว่า 200 นาย และอุปกรณ์ควบคุมที่อาจสร้างความตื่นตระหนกแก่ช้าง
นอกจากนี้ ยังมีคำถามถึงความเชี่ยวชาญของทีมสัตวแพทย์ และเหตุผลที่ไม่ได้มอบหมายให้ทีมที่มีประสบการณ์เฉพาะด้านมากกว่า เป็นผู้ดำเนินการ ทั้งหมดนี้ถูกมองว่าเป็นความผิดพลาดร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสังคม
นายกิติคุณ ยังกล่าวว่า ขอเรียกร้องให้อธิบดีกรมอุทยานฯ พิจารณาแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกโดยไม่มีเงื่อนไข พร้อมกล่าวขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น, ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทีมสัตวแพทย์ โดยจะมีการร้องเรียนต่อสัตวแพทยสภา ควบคู่กันไปด้วย, หยุดจับเคลื่อนย้ายช้างป่าทุกกรณี และหยุดฉีดวัคซีนคุมกำเนิดช้างป่า รวมทั้งการตรวจสอบเอกสารสิทธิในพื้นที่ป่าถิ่นอาศัยของช้างว่ามีการบุกรุก สร้างรีสอร์ต หรือทำลายทรัพยากรป่าหรือไม่
ด้านนางเดือนเต็ม สาลิตุล จากชมรมจิตอาสารักษ์สัตว์ ตั้งคำถามถึงภาพและคลิปการจับเคลื่อนย้ายช้างที่เผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ค่อนข้างรุนแรง และใช้คนมากถึง 200 คน พร้อมระบุว่า ตนพร้อมทำหน้าที่เป็นทนายให้กับสีดอหูพับ โดยเห็นว่าควรยื่นอุทธรณ์คำสั่งจับเคลื่อนย้ายช้างป่า และเรียกร้องให้ผู้บริหารกรมอุทยานฯ และทีมสัตวแพทย์แสดงความรับผิดชอบทางจริยธรรม
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าในบริเวณแหล่งหากินของช้าง ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การใช้ยาซึมถึง 5 โดส อาจไม่สอดคล้องกับอายุและสภาพร่างกายของช้าง จึงเสนอให้ยกเลิกแนวทางการจับเคลื่อนย้ายช้างออกจากพื้นที่ และวิธีผลักดันช้างกลับเข้าป่าแทน
เช่นเดียวกับผู้ที่เฝ้าติดตามการจับเคลื่อนย้ายสีดอหูพับ ตั้งคำถามถึงปฏิบัติการที่ใช้เวลานานกว่า 10 ชั่วโมง และภาพออกมาดูรุนแรง รวมถึงกรณีขนายของสีดอหูพับที่หายไปครึ่งหนึ่ง อยากให้นำมาคืน
ด้านผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ยืนยันว่า จะนำข้อร้องเรียนและข้อกังวลทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณา ร่วมกับคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่กรมอุทยานฯ แต่งตั้งขึ้น เพื่อตรวจสอบทุกขั้นตอนอย่างรอบด้าน ก่อนรายงานผลต่อสาธารณชนอย่างโปร่งใส
ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ มีความห่วงใย รักช้างและสัตว์ป่าทุกตัว ไม่ต่างจากประชาชน ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น และดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนเช่นเดียวกับการย้ายช้างตัวอื่น อีกทั้งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ ฯ ได้ร่วมพิจารณาตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลและความจำเป็นในขณะนั้น
อ่านข่าว :
“กัญจนา” จี้ “ยกเลิก” ย้ายช้างป่าที่เหลือทั้งหมด ไม่ใช่ “ชะลอ”
ไทม์ไลน์คำสั่งเคลื่อนย้าย 4 ช้างป่า ก่อนสูญเสีย "สีดอหูพับ"
ผลชันสูตร "สีดอหูพับ" พบสำลักอาหารอุดตันหลอดลม-หัวใจล้มเหลว
แท็กที่เกี่ยวข้อง:










