วันนี้ (6 ก.พ.2569) หลังการเสียชีวิตของ “สีดอหูพับ” ช้างป่าที่กำลังถูกย้ายจากอุทยานแห่งชาติภูเวียง จ.ขอนแก่น ไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา
น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนการอนุรักษ์ช้างไทย ในหลายพื้นที่ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ดังนี้
(1)
วันที่ 4 ก.พ.2569 น.ส.กัญจนา ระบุว่า จริงอยู่ที่ว่า กรมอุทยานฯ ต้องทำตามคำสั่งศาล
แล้วกรมฯ ที่สมควรมีหน้าที่ดูแลสัตว์ป่า เคยช่วยพูดแทนหูพับไหมว่า..ขอร้องศาลใช้วิธีอื่นได้ไหม
คุณทำอะไรเพื่อเขาบ้าง ? ดิฉันจะขอพูดแทนหูพับ และอีกหลายชีวิต ถ้าหูพับเป็นคน หูพับก็คงมีทนายมาแก้ต่างข้อหานะคะ
มันเป็นกรรมของหูพับที่เกิดมาเป็นช้างจึงไม่มีทนาย คนกล่าวหายังไง ตัดสินเขายังไงก็ต้องรับ แล้วถ้าหูพับเป็นคน การถูกวางยาจนตาย ก็ต้องมีคนรับผิดชอบต่อชีวิตเขานะคะ
สิทธิอย่างเดียวที่หูพับมี คือการอยู่บนโลกนี้ ได้หากินในป่าที่เป็นบ้านของเขา แต่สุดท้ายแล้ว สิทธินั้นก็ยังถูกพรากจากตัวเขาไป รวมทั้งชีวิตเขา
คำพูดที่ว่า “คนที่ไม่ได้อยู่พื้นที่ตรงนั้นไม่เดือดร้อนนี่”
คุณยังส่งเสียงได้ แล้วช้างที่อยู่บนพื้นป่าบ้านของเขา ส่งเสียงอะไรได้บ้าง การที่มีเหตุช้างทำคนตาย มูลเหตุมาจากอะไร ช้างก็บอกไม่ได้ หลายตัวที่ถูกคนยิงตาย ถูกรั้วไฟฟ้าตาย มีใครที่เป็นคนทำ ถูกดำเนินการจริงจังบ้าง สู่ภพภูมิที่ดีนะหูพับ อโหสิกรรมให้กับใครก็ตามที่ทำหนู เพราะพวกเขาต้องได้รับกรรมตามกฎแห่งกรรมเองอยู่แล้ว หนูไปเกิดใหม่ ไม่ต้องเป็นช้างอีกแล้วนะ
ต่อมา น.ส.กัญจนา โพสต์ข้อความอีกว่า
(2)
ถึงกรมอุทยานฯ
1.คุณพูดออกมาได้ยังไงว่า หูพับอายุ 15-20 นักวิจัยและคนที่ติดตามหูพับประเมินว่า หูพับอายุแค่ประมาณ 10 ขวบ คุณจะทำให้คนรู้สึกว่า หูพับไม่ใช่ช้างเด็ก จะได้ไม่ต้องสงสารหรือยังไง ?
2.ในคำแถลง ยังมีการพ่วงว่าหูพับทำร้ายคนสองชีวิต ทำไมไม่บอกรายละเอียดด้วยล่ะว่า ที่มาที่ไปมันคือยังไง ทำไมหูพับถึงทำเช่นนั้น คุณพยายามโยงให้เห็นว่าหูพับเป็นฝ่ายผิดตลอด
3.สาเหตุการตายอ้างว่า หูพับสำลักอาหาร ยิ่งบ่งบอกว่าคุณไม่รอบคอบพอในการวางยาเขา ช้างก็เป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนคน ก่อนจะวางยาคนยังต้องอดอาหาร 8-10 ชั่วโมง นี่หูพับยังมีอ้อยคาปากอยู่เลย ก็ไม่แปลกใจที่เขาจะสำลักอาหารตาย
4.คุณยังมีแผนการย้ายอีกสองสามตัว คุณมีจิตสำนึกจะทบทวนไหม? มีจิตเมตตาที่จะอุทธรณ์ศาลแทนช้างไหม? สำนึกในหน้าที่บ้างไหม?
ต่อมา น.ส.กัญจนา ยังโพสต์ข้อความว่า ทราบข้อมูลมาว่า ทีมหมอของกรมอุทยานฯ ที่ไปปฏิบัติการเรื่องน้องหูพับเป็นหมอที่เก่งจริง ๆ และไม่มีใครรวมทั้งเจ้าหน้าที่หน้างาน ที่จะเห็นด้วยกับการย้ายน้อง ถึงกับมีการตะโกนว่าให้หนีไป หนีไป
แต่ด้วยคำสั่งจาก เบื้องบนของกรมฯ (กรมอุทยานแห่งชาติฯ) ลงมาให้ต้องย้าย และต้องย้ายทันที เมื่อต้องย้ายทันที ข้อจำกัดจึงมีมาก เจ้าหน้าที่คนทำงานไม่มีสิทธิฝืนคำสั่ง และเมื่อเกิดเหตุ หมอพยายามช่วยเต็มที่ แต่ไม่ทันการ ทราบว่าทุกคนเสียใจอย่างมาก
ดิฉันเห็นใจหมอและเจ้าหน้าที่หน้างาน ส่วนใครสมควรถูกตำหนิ ดิฉันว่า วิญญูชนทราบกันดีอยู่เอง ส่วนเจ้าตัวจะรู้ตัวหรือไม่ รู้สึกเสียใจเป็นหรือไม่ นั่นอีกเรื่องหนึ่ง
(3)
ดิฉันเสียใจมาก (เหมือนเช่นหลายๆ คน) ในเหตุการณ์สูญเสียหูพับ รวมทั้งช้างตัวอื่น ๆ สัตว์ป่าอื่น ๆ ด้วยเหตุอันไม่สมควร
ที่ผ่านมา ถ้าเป็นการสูญเสียตามธรรมชาติ ดิฉันจะไม่ว่าอะไรเลย ดิฉันพยายามเข้าใจทุกฝ่าย แต่ก็มีบางฝ่าย บางคนที่ดิฉันไม่สามารถเข้าใจได้จริง ๆ
ที่ดิฉันออกมาโพสต์เรื่องคุณหมอและเจ้าหน้าที่ก็ด้วยเห็นใจคนตัวเล็กตัวน้อย ดิฉันก็ได้แต่หวังว่า วันหนึ่งดิฉันจะมีพลังทำอะไรเพื่อช่วยสัตว์ป่าที่เขาพูดเองไม่ได้มากกว่านี้ ช่วยรักษาผืนป่าบ้านของพวกเขาไว้ได้มากกว่านี้ ณ วันนี้… ดิฉันยังไม่มีพลังอะไรเลย มีแต่ใจเกินร้อยเท่านั้น
(4)
การจากไปของน้องหูพับ ก่อเกิดแรงกระเพื่อมให้คนพูดเพื่อช้างป่ามากขึ้น ว่าป่าเป็นบ้านของเขา จะขับไล่เขาไปไหน เราต้องช่วยกันหาวิธีให้คนกับช้างป่าอยู่ด้วยกันได้อย่างสันติ เพราะโลกนี้ทุกชีวิตมีสิทธิได้อาศัย หากิน ดำรงเผ่าพันธุ์ เท่าเทียมกัน เราท่านต้องช่วยกัน ไม่ให้การตายของน้องสูญเปล่า ไม่ให้แรงกระเพื่อมนี้จางหายไป
(3)
วันที่ 5 ก.พ.2569 น.ส.กัญจนาโพสต์ข้อความอีกว่า ฟังการแถลงเรื่องน้องหูพับของหน่วยงานแล้ว ขอสรุปอย่างนี้นะคะ
ดิฉันขอเรียกร้องให้กรมฯ ยกเลิกการเคลื่อนย้ายช้างป่าทุกตัว ย้ำว่า ขอให้ยกเลิกไม่ใช่ชะลอ คุณต้องไปร้องต่อศาลแทนช้าง ยกเลิกการขนย้ายใด ๆ เพราะที่ฟังจากหมอก็รู้ว่ามันมีความเสี่ยงมาก ประเมินสภาพร่างกายช้างลำบากมาก และในความเห็นดิฉัน ใช้คนมากเกินไป อึกทึกครึกโครม ทำให้น้องเครียด
เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมอธิบดีไม่มาแถลงเอง ทั้งที่อธิบดีถูกคนทั่วประเทศตำหนิมากที่สุด ไม่ทราบว่าท่านจะรู้ตัวไหม ?
อนึ่งเห็นมีบางคนพูดว่า ดูอย่างตอนย้ายน้องดอกแก้วและน้องขุนเดช ไม่เห็นเป็นอย่างนี้ ต้องอธิบายนะคะว่า ทั้งดอกแก้วและขุนเดชถูกเลี้ยงแบบช้างบ้าน สามารถที่จะกำหนดให้น้องอดอาหารก่อนยิงยาได้ และสามารถเข้าไปเจาะเลือดดูสภาพร่างกายได้
ซึ่งก่อนการย้ายครั้งนั้น ก็ได้กระทำการดังกล่าว คือทั้งเจาะเลือดตรวจก่อน และให้น้องอดอาหาร การยิงยาจึงลดความเสี่ยงไปมาก บริบทไม่เหมือนกันค่ะ
อ่านข่าว :
รมว.ทส.สั่งทบทวนมาตรการจัดการช้างป่า หลังสูญเสีย “สีดอหูพับ” ระหว่างเคลื่อนย้าย
ไทม์ไลน์คำสั่งเคลื่อนย้าย 4 ช้างป่า ก่อนสูญเสีย "สีดอหูพับ"
นัดถกสัปดาห์หน้า เล็งยื่นชะลอเคลื่อนย้ายช้าง-ถอดบทเรียนหลังสูญเสีย "สีดอหูพับ"
ผลชันสูตร "สีดอหูพับ" พบสำลักอาหารอุดตันหลอดลม-หัวใจล้มเหลว
กรมอุทยานฯ ชี้แจง "สีดอหูพับ" ตายระหว่างเคลื่อนย้าย คาดสำลักอาหาร










