ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

กรมอุทยานฯ ชี้แจง "สีดอหูพับ" ตายระหว่างเคลื่อนย้าย คาดสำลักอาหาร

สิ่งแวดล้อม
09:30
7,068
กรมอุทยานฯ ชี้แจง "สีดอหูพับ" ตายระหว่างเคลื่อนย้าย คาดสำลักอาหาร
อ่านให้ฟัง
08:52อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
กรมอุทยานฯ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีช้างป่า "สีดอหูพับ" ตายระหว่างการเคลื่อนย้าย พร้อมชันสูตรหาสาเหตุที่แน่ชัด เบื้องต้นคาดเกิดจากการสำลักอาหาร

วันนี้ (4 ก.พ.2569) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียช้างป่า "สีดอหูพับ" ซึ่งตายระหว่างการเคลื่อนย้ายจาก จ.ขอนแก่น ไปยังพื้นที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง จ.เลย

กรมอุทยานฯ ตระหนักดีว่าเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความเศร้าโศกและความกังวลให้กับประชาชน เราขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อการสูญเสียช้างป่าที่มีค่าในครั้งนี้ รวมถึงต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ก่อนหน้านี้

ช้างป่าสีดอหูพับเป็นช้างป่าตัวผู้ อายุ 15-20 ปี ที่เดิมอาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย ต่อมาได้เคลื่อนย้ายมาหากินในพื้นที่การเกษตรบริเวณ อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น และมีพฤติกรรมออกมาใกล้ชุมชนบ่อยครั้ง จนเกิดเหตุการณ์ทำร้ายประชาชนถึงขั้นเสียชีวิต

การเคลื่อนย้ายช้างครั้งนี้ดำเนินการภายใต้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองจังหวัดขอนแก่น โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ประการ คือ ปกป้องความปลอดภัยของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง และอนุรักษ์ชีวิตช้างป่า โดยนำกลับสู่แหล่งอาหารธรรมชาติที่เหมาะสม

กรมอุทยานฯ ขอชี้แจงให้ประชาชนทราบว่า การเคลื่อนย้ายช้างป่าในครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นคำสั่งที่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย หากกรมอุทยานฯ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล จะถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย และอาจส่งผลให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต้องรับโทษทางอาญา

นอกจากนี้ การไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหายังหมายถึงการปล่อยให้ประชาชนในพื้นที่อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น กรมอุทยานฯ จึงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการเคลื่อนย้ายช้างป่า โดยยึดมั่นในหลักการทำงานภายใต้กรอบกฎหมาย ความรับผิดชอบต่อสังคม และสวัสดิภาพของสัตว์ป่า

กรมอุทยานฯ ยืนยันว่า ได้เตรียมการอย่างรอบคอบและใช้มาตรฐานสากลในการปฏิบัติการ ดังนี้ จัดตั้งศูนย์บัญชาการบูรณาการหลายหน่วยงาน, ใช้ทีมสัตวแพทย์และสัตวบาลที่มีความเชี่ยวชาญ, คำนวณยาสลบตามน้ำหนักและสภาพร่างกายของช้างอย่างเหมาะสม, ติดตามสัญญาณชีพตลอดกระบวนการ ทั้งอัตราการหายใจ ชีพจร และอุณหภูมิร่างกาย, จัดท่าทางช้างเพื่อลดแรงกดทับระบบทางเดินหายใจ

แม้จะมีการเตรียมการอย่างดี แต่ระหว่างการเดินทาง ช้างเกิดภาวะวิกฤตทางสรีรวิทยาอย่างกะทันหัน ทีมสัตวแพทย์ได้หยุดขบวนทันทีและดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเวชศาสตร์ฉุกเฉิน รวมถึงการเปิดทางเดินหายใจ การให้สารน้ำทางหลอดเลือด และการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถช่วยชีวิตช้างไว้ได้

จากการประเมินเบื้องต้น สันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับการสำลักอาหาร อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอผลการชันสูตรซากอย่างละเอียดเพื่อยืนยันสาเหตุที่แท้จริง

ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบทุกขั้นตอนการปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ, ดำเนินการชันสูตรซากอย่างละเอียด ตรวจสอบระบบต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงการตรวจทางพยาธิวิทยาและพิษวิทยา, ทบทวนและปรับปรุงมาตรฐานการปฏิบัติงาน ในการจับและเคลื่อนย้ายสัตว์ป่า โดยเฉพาะในประเด็นการประเมินสุขภาพก่อนเคลื่อนย้าย การงดอาหาร และแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน และรายงานผลต่อสาธารณชน อย่างโปร่งใสเมื่อผลการสอบสวนแล้วเสร็จ

กรมอุทยานฯ ตระหนักว่าการจัดการความปัญหาระหว่างมนุษย์กับช้างป่าเป็นความท้าทายที่ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังสูงสุด เราจะนำบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไปปรับปรุงแนวทางการทำงาน เพื่อให้สามารถดูแลทั้งความปลอดภัยของประชาชนและสวัสดิภาพของสัตว์ป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยขอยืนยันว่าจะดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบ โปร่งใส และยึดมั่นในหลักวิชาการและจริยธรรมในการอนุรักษ์สัตว์ป่าต่อไป

ไทม์ไลน์เคลื่อนย้ายช้างป่า "สีดอหูพับ"

ตามที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) ได้มีโครงการจับและเคลื่อนย้ายช้างป่า "หูพับ" จาก อ.เวียงเก่า จ.ขอนแก่น ไปที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง เลย โดยได้กำหนดดำเนินการระหว่างวันที่ 3-4 ก.พ.2569 ซึ่งในวันที่ 3 ก.พ.2569 ในช่วงเวลา 10.00 น. ได้เปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เคลื่อนย้ายช้างป่าคืนถิ่น ณ วัดถ้ำกวาง และชี้แจงแนวทางการเคลื่อนย้ายช้างป่าตามแผนและขั้นตอนที่กำหนด

จากนั้นเวลา 15.00 น. ชุดปฏิบัติการเคลื่อนย้ายช้างป่า กรมอุทยานฯ ได้เริ่มปฏิบัติการเข้าพื้นที่ในบริเวณจุดที่ช้างป่าพักอาศัย และได้ทำการยิงยาซึมเข็มแรก เวลา 19.00 น. จากนั้นได้ดำเนินการแผนงานที่กำหนด สามารถนำช้างป่าขึ้นรถเคลื่อนย้ายได้ในเวลา 22.00 น. และทำการเคลื่อนย้ายช้างป่าออกจากพื้นที่ในช่วงเวลา 22.50 น.

ขณะเคลื่อนย้ายช้างป่า เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่า ช้างป่าเสียการทรงตัว จึงหยุดรถและเข้าตรวจสอบ พบว่าข้อเท้าหน้าพับลงทั้งสองข้าง ขาหลังซ้ายเริ่มเอียง ทรงตัวไม่ดี จึงได้ทำการแก้ไขในทันที ด้วยการให้ยาแก้ฤทธิ์ยาซึม ทั้งทางหลอดเลือดดำและทางกล้ามเนื้อ ซึ่งพบว่าช้างป่าพยายามลุกขึ้นมา ขาซ้ายหลังที่เอียงกลับมาปกติ แต่ขาด้านหน้าทั้งสองข้างยังคงพับอยู่เหมือนเดิม

สัตวแพทย์ได้ตรวจสอบการหายใจ พบว่า ยังหายใจปกติดี เยื่อเมือกในปากเป็นสีชมพู แต่หลังจากนั้นไม่นาน พบว่าช้างป่ามีการหายใจผิดปกติ มีเสียงหายใจติดขัด แล้วเกิดอาการสำลักอาหาร โดยพบเป็นเศษอ้อยออกมา จำนวนหนึ่ง จึงได้ให้ยาฉุกเฉินประกอบด้วย ยาป้องกันการช็อค ยากระตุ้นการหายใจ ยากระตุ้นการเต้นของหัวใจ และยาแก้ฤทธิ์ยาซึมอีกครั้ง พร้อมทั้งทำการกู้ชีพขั้นพื้นฐาน แต่ก็ไม่เป็นผล ช้างป่าจึงล้มอีกรอบ

เบื้องต้นทีมสัตวแพทย์สันนิษฐานว่า เกิดจากการสำลักอาหาร ซึ่งสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) จะผ่าชันสูตรซากช้างป่า ในวันนี้ (4 ก.พ.) เพื่อหาสาเหตุการตาย และลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ภูเวียง

ทั้งนี้ ภายหลังชันสูตรแล้วเสร็จ จะทำลายซากโดยการฝังกลบในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง

อ่านข่าว :

จนท.เตรียมย้าย "ช้างหูพับ" คืนถิ่นภูหลวง หลังทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิต 2 คน

"สีดอหูพับ" ล้ม ระหว่างเคลื่อนย้ายจากป่าภูเวียง ขอนแก่น